คุณค่า ที่เกิดจาก ดวงใจ

   เรื่องราวต่อจากนี้ เป็นเรื่องราวที่ เกี่ยวเนื่องกับ ดวงใจ ดวงหนึ่ง 
 
   ในดวงนี้ ที่คอย ติดตามผมตลอดเวลา เป็นคนนั้น ที่เรียกว่า แม่

   เมื่อ 20 ปี ที่แล้ว ตอนผมเป็นเด็ก เรียนอยู่ชั้น ประถมศึกษาปีที่5 ที่โรงเรียนแห่งหนึ่ง
 ซึ่งเป็นโรงเรียนที่ปิดตัวไปแล้วตอนนี้ มีโทรศัพท์ เข้ามาที่บ้าน เสียงดัง กริ๊ง.....!!!! 
 อาม่าของผม รับสาย โทรศัพท์ ปรากฏว่า
      
เบอร์นั้น คนที่โทรมา คือ แม่ผมเอง จึงมาคุยกับผม

   เวลาต่อมา แม่ของผม โทรหาผมอีกครั้งหนึ่ง และมาเจอผมตอนวันอาทิตย์ ช่วงนั้น
 เกือบสิ้นปี 2544 ก่อนเข้าสู่ ต้นปี 2545 แม่พาผม ไปเที่ยว กินข้าว ดูหนังด้วยกัน 
 แล้วสิ่งที่เกิดขึ้น คือ แม่ผมเข้ามา นอนด้วยกับผม ตอนที่ อาม่าของผม ไปเชียงใหม่ กับ
 กลุ่มคนที่สนิทกันพอดี 

     ตอนที่ นอนกับแม่ ผมยิงคำถาม คำถามหนึ่ง เป็นคำถามที่ทำให้เกิดความวุ่นวายเกิดขึ้น
  ตั้งแต่ ปีนั้น จน ต้นปีที่แล้ว เป็นสิ่งที่เจ็บปวดที่สุด ทำให้เกิดเรื่อง ดราม่าเกิดขึ้น 
     ไม่ต่างอะไร จาก เหตุการณ์ในละครเลย แม้แต่น้อย 

     คำถามนั้น ที่สะเทือนใจ รวมถึงพ่อ คือ 
     " เพราะเหตุใด พ่อ แม่ ผม ต้องเลิกล้างกันด้วย ??? "

    สิ่งที่เกิดขึ้น ตลอด 20 ปี ที่ผ่านมา ทำให้โดนเพื่อนล้อ ประณามตัวผม 
   จนแทบ มีปัญหาทางจิต แล้วเกิดคิดสั้น ฆ่าตัวตาย มันตลกมากนะ ผ่านช่วงเวลานั้น
   ได้ยังไง 20 ปี นี่นะ อดทนกัดปากสู้ได้ขนาดนี้ ตลกมาก ยิ่งกว่า ก่อนบ่าย ซะอีก

     ระหว่างนั้น มีปัญหา แบบผิดใจกับแม่ มากมาย อะไรบ้างล่ะ ที่ผิดใจกัน..... ???

    1. เลือก คณะที่ศึกษา ก่อนเข้ามหาวิทยาลัย
    2. บอกให้ผม ต่อปริญญาโท
    3. ตอนสมัครงาน ก่อนเรียนจบ

     แต่มีเรื่องที่ เจ็บมากๆ อภิมหึมา ที่สุดคือ โอนเงินให้แม่ ช่วงนั้น ผมจำได้ดี 
    
    ช่วงตรุษจีน ของปี 2558 ที่ผ่านมา ผมบอกว่า 
       แม่ ผมโอนให้แม่ ให้แน่นอน แต่ไม่รู้ว่าเท่าไหร่ เท่านั้นเอง พอเป็นพิธีไป
     แม่ ผมบอกว่า ขอ 5000 บาท ตัวผม นี่ ทำอะไรไม่ถูก ไปไม่เป็นเลย 

     ไม่รู้ว่า ผมไม่เข้าใจ หรือ แม่ไม่เข้าใจ สุดท้าย ความสัมพันธ์นั้น แตกไปเสียแล้ว 
    กับแค่โอนเงิน นี่นะ แล้วผม รู้สึกผิด ที่ ผมไม่สามารถช่วยแม่ไว้ได้ เวลาผ่านไป 5เดือน 
    ตัวผม มาในสภาพหัวโล้น และรีบไปหาแม่ ทั้งๆที่ ไม่ได้โทรมาบอกกล่าว 
    เพื่อแก้ความเข้าใจ แล้ว ขอโทษ และวันที่ไปหาแม่ คือ หลังจากที่ ผมเริ่มเข้าวงการสัมมนา
    หรือ สังคมแห่งการแบ่งปัน ไปแล้ว 

      แม่ของผม ใส่ ไดนาแม็กซ์ แย็พๆๆๆๆ หนักมาก แทนที่ เงียบ แล้วฟังผมพูด 
  แต่ มันช้าไปเสียแล้ว.....

     ส่วนดีระหว่างผมกับแม่ ถามว่า มีมั้ย.......



      สิ่งที่ดี และ เป็นภาพที่สวยงาม ก็มีเหมือนกัน มันคือ 
     
    1. ผมได้รับรู้ว่า ความจริงจากปากแม่ จากคำถาม นั้น น้ำตาคลอ ร้องไห้ปังมาก
    2. ผมนั่งกินข้าว ด้วยกันกับแม่ พร้อม ลูกของแม่ที่ต่างพ่อ สองคน กินด้วยกัน

       ผมกอดแม่ ครั้งสุดท้าย คือ ตอนที่......

     ตัวผม เดินจากแม่ไป ตอนต้นปี 2015 เพื่อตั้งใจทำงาน ผมรู้สึก ขอบคุณกาลเวลาที่ดีต่อแม่
  แล้วต้องไม่มีวันลืม เหตุการณ์นี้ ว่า ที่ผ่านมาขอบคุณมากๆ ต่อให้แม่ผม ต้องอยู่ไกลแสนไกล
  จนหาไม่เจออย่างไรเสีย แม่ก็คือแม่ของผม 

      ผมจำได้ว่า เมื่อวันที่ 2 มกราคม ปี 2553 ช่วงเย็น ผมนั่งกินข้าวกินแม่ พร้อมเพียงกับ
   ลูกของแม่ต่างพ่อ สองคน ผมรู้สึก ฟินสุดๆ และมีความสุขมาก เป็นภาพความทรงจำนี้
   ติดหัว ติดตา ตลอดเวลา

     ผมจำได้ว่า เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน ปี 2557 แม่ผมสอนเรื่องสุดท้าย 
     ให้ผมว่า ความสุขที่แท้จริง คืออะไร ??? ซึ่ง มีโค้ชคนนั้น สอนเรื่องนี้ ด้วย 
   และเป็นช่วงที่ ผิดใจกันที่ ตอนผม กำลังจะพักผ่อน ไปดูคอนเสิร์ต ที่ โบนันซ่า เขาใหญ่

     สิ่งที่แม่ดุ เหวี่ยงวีน ไปมา บ่อยครั้งอาจไม่เข้าใจ ในสิ่งที่ผมพูด ขณะเดียวกัน
   ผมก็รู้สึกผิด ไม่เข้าใจแม่พูด เช่นกัน สิ่งที่เกิดขึ้น คือ คุณค่าของคุณแม่ที่ให้ผม ยิ่งใหญ่
   มัน ใหญ่ มาก จนเกินอธิบาย 

     เวลา ที่รู้สึกเหนื่อย ผมโทรหาคุณแม่ และใช้คำถามเดียว 
   ที่พูดกับคุณอา อากง และ ลุงคนขับรถ ที่ผมถาม ในขณะนั้นเองว่า
   " อยากให้ตัวผม ประสบความสำเร็จ หรือเปล่า ผมถามจริงๆ "

    เพราะเช่นนั้น จึงตัดสินใจ ตั้งเป้าหมายว่า ต้องไปหาแม่ บอกความรู้สึกให้แม่ทั้งหมด 
   โดยที่ไม่ต้องรอ ถึงวันแม่ ผมตัดสินใจ รวดเร็ว ทะลุทะลวง รีบตอน 3 ทุ่ม ตื่นตี 5
    รีบไปหาแม่ ตั้งแต่เช้า พอถึงบ้านแม่ อะไรจะเกิดขึ้น 

     แม่ไม่อยู่บ้าน ........ สิ่งที่เกิดขึ้น ......... มันช้าไปเสียแล้ว จึงค่อยๆเดิน จากไป
   
     สิ่งที่เกิดขึ้น คือ น้องคนที่แม่เดียวกันต่างพอ วิ่งมาหาผม บอกว่า

     " พี่ แม่ไม่อยู่นะ มีอะไร ฝากให้ผมได้ครับ พี่ " ผมบอกว่า 
     " ช่วยนำดอกมะลิ ไปให้แม่ผมด้วย T_T "

     ตอนกลับไปบ้าน เกิดห่วงหน้าพะวงหลังหรือเปล่า แต่ทว่า แม่ของผม รับรู้แล้ว 
   และเรื่องนี้ ก็จบแบบ Win Win จะเรียกว่า มีความสุข ก็ไม่ผิด..... 

      ผมได้คุยกับแม่ ทุกอย่าง จนทำให้ สิ่งต่างๆนั้น ผ่านไปด้วยดี ในระดับหนึ่งเท่านั้น 
    ผมพูดว่า รักแม่ ครั้งสุดท้าย ตอนจากไป เพื่อทุ่มเทกับการทำงาน และนั่น คือ
    แรงบันดาลใจ ที่ทำให้ผม สามารถ ไปต่อได้

ขึ้นชื่อว่า " แม่ "
เปรียบเสมือน ดวงใจของฉัน เปรียบดั่ง โค้ช เป็น
เรือนำทาง ที่ทำให้ผม ได้พบ ประสบความสำเร็จ ที่แท้จริง





SHARE
Written in this book
ไม่ได้มาแบบ....เล่นๆ
เป็นการเดินทางของ ผู้ชายคนหนึ่ง ที่ต้องการเป็นโค้ช โดยการช่วยเหลือผู้คน ได้รู้จักตนเอง และ หาความชัดเจนในตนเองมากขึ้น ทั้งตัวตนภายใน ตลอดจน การลงมือทำ เพื่อนำพาไปสู่จุดหมายที่ต้องการ มีความมั่นคง มีความสุข และ ความแน่นอนในชีวิต
Writer
Jopiya
Guru,Trainer
ผม โจ ปิยะเทพ ตรึงจิตวิลาส ผู้ชำนาญและ Guru เกี่ยวกับ ตัวตนภายใน ติดตามการเดินทางครั้งใหม่ ได้ที่ Facebook Fan Page: ปลุกพลังใจ สร้างชีวิตที่มั่นคง by คุณโจ The Mirror Subscribe YouTube : Piya Training Instagram : Khunjo_pt ฝากไว้อ้อมอกอ้อมใจ ด้วยครับ ขอบพระคุณครับ

Comments