ม้นน่าเศร้า แต่เราต้องรับให้ได้
เวลา สิ่งที่รัก จากไป
ฉันมักรู้สึกอยากจะทิ้งตัวเองดิ่งลงไปในจิตใต้สำนึกของตัวเอง
ว่ายวนอยู่อย่างนั้น จนกว่าร่างกายจะเหลวละลาย
ยิ่ง สิ่งนั้นมีค่าเท่าไหร่ ฉันยิ่งอยากจะร้องไห้ให้มันสมราคาของมัน

แต่อุปสรรคของฉัน ในการร้องไห้ ก็คือ
ยิ่งโตขึ้นเท่าไหร่ ทำนบน้ำตามันก็ยิ่งสูงขึ้นเท่านั้น
เสียใจ แต่ร้องไห้เยอะแยะแบบสมัยเด็กไม่ออกอีกแล้ว 


ในวันที่เราต้องบอกลาจากกัน
ฉันมองเห็น หัวใจของฉัน 
มันเป็น เหมือนกับหมากฝรั่งที่ถูกคายทิ้ง 
แล้วเหยียบซ้ำ ให้ติดไปใต้รองเท้าของคนที่เดินผ่าน

ยิ่งคนก้าวเดินผ่านมาใกล้ หัวใจของฉันก็ยิ่งเจ็บ 
และเเหลกเละเทะลงไปกับพื้น 

หลายครั้งที่ชอกช้ำ เพราะต้องตื่นมาพบกับความจริงที่ว่า  
โลกยังสวยงาม  แม้ว่า ความสุขเดิมๆของเราจะจากไป
ทำไมหนอ ชีวิต 
ทำไมเราถึงไม่มอดไหม้ไปพร้อมกับ การหายไปของสิ่งเหล่านั้น
 
มันยากนะ ที่ต้องยอมรับว่า ทุกๆอย่างก็ยังเดินหน้าไปในเส้นทางของมัน
ขณะที่เรากำลังทุกข์ ทรมาน  และรู้สึกเหมือนผีที่ติด 
ที่ขยับกายออกไปไหนไม่ได้ จนกว่าจะมีใครสักคนมาแทน

สิ่งที่ฉันทำ เพื่อแก้ไขความผิดปกติของจิตใจ ในทุกๆครั้ง
ก็คือ การใช้ชีวิตต่อไป โดยพิจารณาสิ่งธรรมดารอบตัว

แสงไฟเวลาหัวค่ำ ที่เปิดสว่างไสว 
อากาศเย็น หลังฝนตก   
และควันไฟจากรถเข็นขายของริมทาง
มันยังคงทำหน้าที่ของมัน 

กลิ่นหอมจากแผงปิ้งย่าง ที่ร้านอิสาน ก็ยังคงหอมหวลชวนกิน
กลุ่มสาวออฟฟิศที่เพิ่งเลิกงาน กำลังเม้าท์มอยกันอย่างออกรสออกชาติ
แก๊งพี่วินมอเตอร์ไซค์กำลังจัดคิว รับลูกค้า กันอย่างเเข็งขัน
ทุกคนยังคงใช้ชีวิตของเขาอย่างปกติที่สุดเท่าที่มันเคยเป็น

ไม่มีใครอินกับความโศกโศกาอาลัยของคนอื่นได้นานนักหรอก
เพราะต่างคน ต่างเข้าใจดี ว่า เราต่างไม่เคยเยียวยาจิตใจของใครได้จริงๆ
ฉันได้รู้หลังจากนั้นสักพัก
ว่าฉันเอง ที่ยินดีรับความเศร้า และความน่าเวทนาเหล่านั้นด้วยความเต็มใจ
ตัวเองเท่านั้น ที่จะตัดสินว่า เราจะเป็นเศษหมากฝรั่งบนพื้นไปอีกนานเท่าไหร่

โลกหมุนไปทุกวัน ไม่มีหยุด
ก็เหมือนหัวใจของคุณนั่นแหละ 






SHARE

Comments