แฮมเบอร์เกอร์
ผมกดซอสใส่ถ้วยเล็กๆสีขาวที่พนักงานยื่นให้ หลังจากที่ผมต้องลุกออกจากโต๊ะและต้องเดินถือกระเป๋าผ้าของตัวเองมาด้วย ในเมื่อมาคนเดียวผมก็คงจะไม่ไว้ใจที่จะวางกระเป๋าไว้ที่โต๊ะซักเท่าไหร่ กรุงเทพในเวลาสี่ทุ่ม กับร้านฟาสฟู้ดสาขาที่ช่างดูห่างไกลจากคำว่าคนเยอะ 

...ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมพนักงานไม่ให้ถ้วยซอสผมมาตั้งแต่แรกทั้งๆที่ผมสั่งแฮมเบอร์เกอร์มาเป็นเซตขนาดนี้ คุณอาจจะคิดว่าผมที่เป็นผู้ชายที่ค่อนข้างจะสามัญธรรมดาแต่กลับเต็มไปด้วยความจู้จี้ และแนวโน้มอ้วนลงพุงมันช่างน่ารำคาญและขี้บ่นอะไรแบบนี้ ทนหน่อยเถอะทนฟังผมบ่นหน่อย เพราะนอกจากคุณที่ฟังผมบ่นตอนนี้ก็คงจะไม่มีใครแล้ว 

เมื่อผมเดินมานั่งลงที่โต๊ะ วางถ้วยซอสที่ตอนนี้ได้ทะลักออกมาเลอะที่มือผมจากการกดเผื่อในปริมาณที่มากเกินไปแล้วนั้น ผมก็ตระหนักได้ว่าการที่ผมโดนเธอบอกเลิกเมื่อเดือนก่อนก็คงไม่เชื่อเรื่องแปลกอะไรนัก แม้ในตอนแรกท่าทีของผมจะดูค่อนข้างที่จะใกล้คำว่าหัวร้อนและไม่เข้าใจห่าอะไรเลยกับความคิดและการกระทำของเธอ

แว่นหนาเตอะที่สวมใส่ แนวโน้มโรคอ้วนและคอลเลสเตอรอลสูง จู้จี้ขี้บ่น และความเอาแน่เอานอนไม่ได้ สิ่งเหล่านี้ค่อนข้างที่จะมีน้ำหนักมากพอที่จะดึงเธอออกจากชีวิตผมไปในที่สุด แต่จะให้ผมมานั่งตีอกชกหัวหรือด่าเธอที่ทิ้งผมไว้คนเดียวโดยไม่อธิบายอะไรก็คงจะดูเป็น
'ไอ้ขี้แพ้หรือผู้ชายเห่ยๆ'
เห่ย.. ผมจำคำนี้ขึ้นสมองมาตั้งแต่เด็ก แม่มักเอามันมาใช้เป็นข้ออ้างให้ผมเปลี่ยนแปลงตัวเองและหัดออกไปทำอะไรแบบที่ผู้คนปกติเขาทำกัน แล้วทำไมเราถึงจะเป็นคนเห่ยไม่ได้ล่ะวะ เอาจริงคืองงสัส.. ตอนเด็กๆผมได้แต่ตั้งคำถามว่าการเป็นคนเห่ยมันผิดอะไร แล้วทำไมแม่ต้องไม่อยากให้ผมเป็นคนเห่ย 

นอกจากพฤติกรรมการเลี้ยงดูลูกแบบแปลกๆของแม่แล้ว แม่ที่ตอนนี้กลายเป็นคุณป้าในวัย 57ปี ก็ยังคงบ่นและห้ามผมทุกครั้งเวลาที่แกเห็นผมกินแฮมเบอร์เกอร์ 
จากคำว่า 'เห่ย' ในวัยเด็กกลับกลายมาเป็นคำว่า 
'เดี๋ยวก็ตายหรอก' ในวัยที่อายุของผมกำลังขึ้นเลขสาม
แม่ที่ตอนนี้ผมไม่ค่อยได้เจอบ่อยนักเท่าตอนยังเป็นไอ้เห่ย
แต่ทุกครั้งที่มีโอกาสได้เจอกันแกก็ยังคงพร่ำพูดคำว่า
'กินอาหารขยะบ่อยๆเดี๋ยวก็ตายหรอก 
หัดกินผักบ้าง โตเป็นควายแล้ว' 

อันที่จริงเราสามารถตายด้วยอะไรก็ได้บนโลกนี้ คงไม่ใช่แค่อาหารขยะที่แม่บ่น ผมอาจจะตายด้วยงานที่มันหนักจนผมแทบจะไม่ได้นอน ตายเพราะขาดใจจากการเลือกตั้งที่โดนผลัดออกไปเรื่อยๆ หรืออาจจะตายเพราะคิดถึงเธอ แหวะ.. อ้วกเหอะว่ะคุณอ้วกได้เลยนะผมยังจะอ้วกเลย 
นี่ผมคิดเหตุผลการตายข้อสุดท้ายออกมาได้ไงกันวะเนี่ย 

แต่เมื่อแฮมเบอร์เกอร์คำสุดท้ายถูกผมเคี้ยวจนแทบจะละเอียด ผมก็เกิดความคิดที่อยากจะเดินไปบอกแม่ว่าแม่ก็เลิกทนผัวใหม่ของแม่ที่ไม่เอาห่าอะไรเลยซักที เดี๋ยวก็ตายหรอก ..ไม่ดิผมคงไม่ปล่อยให้แม่ตาย หรือไม่ผมก็อยากที่จะเดินไปบอกเธอว่า ทิ้งกันไปแบบนี้ เดี๋ยวผมก็ตายไปจริงๆหรอก แต่ก็นั่นแหละผมคงไม่คิดสั้นที่จะตายจริงๆเหมือนกัน ผมจึงได้แต่กลืนคำพูดเหล่านี้ลงไปพร้อมแฮมเบอร์ที่ผมเคี้ยวจนละเอียดแล้วนั่นเอง

เสียงลูกค้าคนใหม่ดังขึ้นที่หน้าเคาเตอร์ เธอเป็นผู้หญิงหน้าตาธรรมดาที่แต่งตัวธรรมดา ผมสีเขียวของเธอดูโดดเด่นออกมาจนเกือบจะกลบความธรรมดาของเธอไว้แทบมิด  

"เอาดับเบิ้ลชีสเบอร์เกอร์เพิ่มชีสค่ะ" เธอสั่งด้วยน้ำเสียงมั่นใจแต่กลับทำท่าครุ่นคิดต่อว่าเธอควรจะสั่งมันเป็นเซตดีไหม แล้วจะเพิ่มเงินเพื่ออัพไซส์ด้วยหรือเปล่า

...ในเวลาห้าทุ่มกว่า ผมนั่งเขี่ยเฟรนซ์ฟรายในถาดเล่นและนั่งมองเธอคนนั้นอ้าปากงับแฮมเบอร์เกอร์ชิ้นโตอย่างเอร็ดอร่อย ฝนเทลงมาไม่หยุดทั้งๆที่มันเข้าหน้าหนาวแล้ว รถไฟฟ้าที่กำลังจะหมดถ้าฝนยังคงตกไม่หยุดและทำให้ผมไปไม่ทันเที่ยวสุดท้าย โทรศัพท์ของผมดังขึ้น สายเรียกเข้าเป็นของผู้หญิงคนหนึ่ง ผมได้แต่หวังให้เป็นเบอร์ของเธอคนนั้น เธอคนที่เคยไปกินแฮมเบอร์เกอร์ด้วยกันบ่อยๆเมื่อตอนคบกันและบอกว่าการกินแฮมเบอร์เกอร์ที่อร่อยที่สุดต้องกินด้วยมือ 

การใช้ชีวิตอยู่บนโลกนี้มันช่างซับซ้อนทับถมกันจนเป็นชั้นหนายิ่งกว่าแฮมเบอร์เกอร์ที่ผมเพิ่งจะกินไปเสียอีก


SHARE
Writer
very
ordinary
ธรรมดาสามัญทั่วไปที่สามารถพบได้ตามท้องถนน

Comments