[3.0] กลิ่นอายของสายฝน
[ คราม ]
หลังจากเธอยื่นหนังสือเล่มหนึ่งให้ผม
ผมก็ทำการลงบันทึกการยืม...
หยิบที่คั่นหนังสือทำมือของผมเขียนวันที่ยืมและคืนลงไป
และแนบนามบัตรที่เกิดจากการฉีกออกมาเป็นเศษกระดาษขนาดพอเหมาะ

'ร้านเช่าหนังสือคราม
เปิดบริการ 10.00 - 20.00 น.
เบอร์โทรศัพท์ xxx-xxxxxx'

มันเป็นข้อความลายมือเขียนหวัดๆของผมเอง
คุณคงคิดว่ามันเป็นวิธีการที่โครตล้าสมัยเลยใช่ไหมละ ?
ผมไม่มีสลิปยืม-คืนรึนามบัตรสุดหรูพิมพ์ข้อความออกมาหรอก
ขอสารภาพ...ผมเป็นพวกไม่ถูกกับเทคโนโลยีสักเท่าไหร่น่ะครับ

ระหว่างผมกำลังง่วนกับการทำรายการยืมหนังสือ
เธอก็ผละออกไปยืนด้านหน้าร้าน และมองขึ้นไปยังท้องฟ้า

...
และเมื่อผมเงยหน้ามองไปยังลูกค้า
เธอยังคงยืนจ้องท้องฟ้า...
สิ่งที่เธอกำลังสนใจ มันทำให้ผมต้องมองตาม

ถ้าเป็นกลุ่มเมฆก้อนใหญ่มันก็คงปกติอยู่หรอก
แต่ว่ามันเป็นกลุ่มเมฆที่มืดครึ้มน่ะสิ
เสียงฟ้าร้องบ่งบอกว่าอีกสักพักฝนมันคงตก

โชคร้ายมาเยือนเธอซะแล้วสิ...
ก็เพราะเธอไม่ได้พกร่มมาอย่างแน่นอน
สีหน้าที่ดูกังวลของเธอบอกผมอย่างนั้นนะ
ผมแอบมองด้านข้างของเธอน่ะครับ :)

หลังจากฟ้าครึ้ม เม็ดฝนก็เริ่มทยอยกันตกลงมาทีละนิด ทีละนิด
เปาะ แปะ เปาะ แปะ ... แล้วก็... ซ่าาาาา...
สักพักก็กลายสภาพเป็นเทลงมาอย่างหนักเลยละ

ทั้งที่ไม่ใช่เดือนในหน้าฝน
ทั้งที่แสงแดดยังคงปรากฏให้เห็นอยู่แท้ๆ
ไม่มีการบอกกล่าวแต่อย่างใด
ส่วนพยากรณ์อากาศวันนี้...
บอกตามตรงนะ ผมไม่เคยคิดจะสนใจมันเลย
ไม่ว่ายังไง...ฝนมันก็ตกลงมาอย่างที่ไม่ควรจะเป็น...จนได้
อย่างว่าละ ไม่มีอะไรแน่นอนสักอย่าง เฮ้อ~
ผมคิดในใจกับความโชคร้ายของลูกค้าคนแรกของวัน
...เธอจะกลับออกจากร้านผมยังไงละ ?

กลิ่นอายของสายฝน
 
ผมเริ่มได้กลิ่นดินที่เริ่มชื้นแชะ ได้ยินเสียงน้ำฝนตกกระทบพื้น
ตอนนี้คงมีแต่เสียงฝนนี่ละครับที่อยู่เป็นเพื่อน...และก็เธอคนที่อยู่ข้างผม

เมื่อปรับโฟกัสจากระยะไกลเป็นใกล้ ทำให้มองเห็นหยดน้ำฝนบนประตูกระจก
มันไหลจากด้านบนลงสู่ด้านล่างตามทฤษฎีของนิวตัน
ประตูกระจกเริ่มเกิดเป็นฝ้าเพราะความชื้นใช่รึเปล่านะ ?
ผมเอามือชื้นเช็ดเสื้อด้านข้างแล้วใช้นิ้วชี้แตะลงบนกระจกฝ้า
'ร้านเช่าหนังสือชื่อคราม'
ผมเขียนข้อความลงบนกระจกฝ้านั่นเล่น

ว่าแต่...ผมจมอยู่กับสภาพอากาศไปนานแค่ไหนแล้วนะ ?
ผมควรค้นร่มบริการให้ working woman รึควรบริการกาแฟอุ่นๆสักถ้วย...
และเมื่อหันกลับไปมองด้านข้างยังคงพบเธอ
'โชคร้ายจัง ฝนคงไม่หยุดตกในเร็วๆนี้แน่เลยนะครับ'
ผมทักทายประโยคที่สองกับเธอ และพยามยิ้มอย่างธรรมชาติที่สุดในชีวิต

ถ้วยกาแฟอุ่นๆถูกเสริฟตรงหน้าเธอ ผมเลือกอย่างหลังครับ :)
และเสียงบทสนทนาก็ได้เริ่มขึ้นแข่งกับสายฝน
หนังสือหนึ่งในเล่มโปรดถูกยื่นให้กับเธอพร้อมกับหนังสือที่เธอยืม
นามบัตรที่ไม่ควรเรียกว่านามบัตรถูกวางไว้บนหน้าหนังสือ
'ทำไมถึงไม่พิมพ์ข้อความออกมาเป็นนามบัตรล่ะคะ ?'
คำถามที่ผมคาดการณ์ไว้ เธอถามผม
ส่วนผมก็ได้แต่รับสารภาพด้วยเสียงที่เบาหวิว
'แต่ว่า...แบบนี้ก็ไม่เหมือนใครดีนะคะ'
ดูเธอพยามให้กำลังใจผมนะครับ

...
หลังจากฝนตกลงอย่างหนัก
ก็คงถึงเวลาที่แสงแดดด้านหลังกลุ่มเมฆสีขาวออกมาแสดงตัวให้เห็น
สิ่งที่หลงเหลือหลักฐานการมาเยือนของฝนคือกลุ่มน้ำที่เจิงนอง
รอให้แสงแดดสลายกลายเป็นความว่างเปล่า

เมื่อฝนหยุด การสนทนาก็ถูกหยุดตามไปด้วย
เธอคงจะมีธุระที่ต้องจัดการ
วันนี้ทำให้ผมรู้ว่าเธอชื่อ 'ฉัตร'
เป็นโปรแกรมเมอร์ตัวเล็กที่เขียนแอพพลิเคชั่นบน Android
ทำงาน freelance ที่รายได้พอถูไถ

บางทีการใช้บริการร้านของผม...
คงเป็นความหวังเดียวที่จะได้พบและรู้จักเธอ

ขอบคุณที่ใช้บริการครับผม :)
ถึงแม้ว่าฝนตกจะทำให้ลูกค้าลดหายไปบ้าง
แต่ตอนนี้ผมก็ไม่เกลียดอะไร
อย่างน้อยก็ทำให้เธออยู่ร้านของผมนานขึ้นอีกหน่อย
...ฝนทำให้ผมมีความสุขครับ :)
อยากให้ฝนตกอีกซะแล้วสิครับ

กลายสภาพเป็น novel ไปแล้วรึเปล่า... _ _"
บริบทเยอะเนอะครับ "

ร้านเช่าหนังสือชื่อ 'คราม'
https://storylog.co/554a28d785858564cd20dcdf/book/57963e3e2cdc0f14451dffc3

cover image : https://images5.alphacoders.com/506/506615.jpg
Kotonoha no Niwa [The Garden of Words]


SHARE
Written in this book
ร้านเช่าหนังสือชื่อ 'คราม'
ผมชื่อ 'คราม' เป็นเจ้าของร้านเช่าหนังสือแห่งนี้ครับ, เราชื่อ 'ฉัตร' เป็นลูกค้าของร้านเช่าหนังสือแห่งนี้ค่ะ

Comments

May_Be_Need
3 years ago
เนื้อเรื่องละมุนดีจัง อ่อนโยนมากครับ

กฎแรงโน้มถ่วง เป็นทฤษฎีของนิวตัน นะครับ ยังมีพิมพ์ผิดสามจุดนะ ลองหาดู

Reply
JrwTsr
3 years ago
ขอบคุณคุณหุ่นยนต์มากนะคะ คราวหน้าต้องไม่ผิด คราวหน้าต้องไม่ผิด... ท่องในใจวนซ้ำไปเรื่อยๆ TT
May_Be_Need
3 years ago
:)