เมื่อผมติดฝนอยู่กับคนแปลกหน้า
อีกครั้งที่ผมติดฝนอยู่ริมถนน

ผมกำลังเดินจากสวนลุมฯ ไปวัดหัวลำโพงเพื่อไปงานศพของคนรู้จัก แล้วอยู่ๆ ฝนก็เทลงมา อย่างกับฉากในหนังญี่ปุ่นเหงาๆ ผมยืนหลบอยู่หน้าตู้กระจกของร้านเสื้อผ้าแฟชั่นผู้หญิง มีฝนสาดอยู่ด้านหน้า มีไฟนีออนสว่างจ้าอยู่ด้านหลัง

หงุดหงิด เร่งรีบ หัวเสีย... ตามประสาคนเมืองที่ไม่พอใจทุกอย่างที่ขึ้นชื่อว่า "ติด" รถติด ติดงาน ติดสอบ ติดเพื่อน ติดแฟน ติดเหล้า ติดเฟซบุ๊ก ติดโปเกม่อน และครั้งนี้... ติดฝน

คำนวณเวลาแล้วผมคงไปงานศพสาย ทำได้แค่ยืนกอดอกเอาไหล่พิงเสา มองไฟหน้ารถส่องผ่านไปคันแล้วคันเล่า คิดไปตลอดว่าถ้าเอารถมาคงไม่เจอแบบนี้ แต่นี่เพราะอยากจับโปเกมอนที่สวนลุมฯ แท้ๆ ถึงแม้จะจับได้ตัวใหม่ๆ มา แต่ต้องแลกกับการติดฝนและไปเจอเพื่อนไม่ตรงเวลา ชั่งน้ำหนักยังไงก็ไม่คุ้มเลย

คิดแล้วก็ควักมือถือขึ้นมาดู...แถวนี้ไม่มีโปเกมอนสักตัว เก็บมือถือด้วยความผิดหวัง

อย่างน้อยก็ยังดีมีหลังคาคุ้มหัว ผมบอกตัวเอง ขณะกำลังคิดฟุ้งไปเรื่อยเปื่อย อยู่ๆ ก็มีชายคนหนึ่งเดินเข้ามาหลบฝนเหมือนกัน เขาไม่ใช่นักธุรกิจสวมรองเท้าหนังเงาวับ ไม่ใช่คนรุ่นใหม่ที่เดินก้มหน้าเล่นมือถือตามฟุตบาท ไม่ใช่เด็กนักเรียนที่อยู่ในวัยตื่นเต้นกับทุกอย่างในชีวิต และคุณไม่มีทางพบเขาได้ในสยามพารากอน 

เขาเป็นชายอายุราวๆ 40 สวมเสื้อยืดหมองหม่นสีขาว ผมและเคราม้วนหยิก แต่ผิวหน้าผ่องใส แววตาแจ่มจ้าและมั่นคง เขาไม่พูดไม่จาเมื่อเข้ามาหลบฝน มาถึงก็สะบัดร่มพิงไว้กับเสา ถอดรองเท้าแตะไร้ยี่ห้อแล้วจัดวางไว้อย่างเป็นระเบียบ บนตัวเขาเหลือแค่เสื่อม้วนเป็นท่อนกลมๆ สะพายหลังเหมือนจอมยุทธ์จีนกับกระเป๋าบรรจุทรัพย์สินน้อยนิดในชีวิต 2 ใบ

ผมไม่รู้ว่าเขาเป็นคนไร้บ้าน นักเดินทาง หรืออะไร แต่เขาดูไม่เดือดร้อนเลยกับฝนที่ตกลงมาอย่างไม่ได้นัดหมาย ฝนที่ทำให้เขาล่าช้าและไปต่อไม่ได้ เขาแค่ยืนอยู่ตรงนั้นอย่างรู้ตัวและสงบ ไม่เร่งรีบและไม่เฉื่อยชา

เราเป็นชายสองคน ต่างวัย ต่างชีวิต ต่างความคิด ต่างยืนอย่างเงียบเชียบอยู่หน้าร้านทันสมัยที่เปิดไฟสว่างจ้า ผมยืนชิดเสาฝั่งซ้าย เขายืนติดเสาฝั่งขวา มีเสื้อผ้าแฟชั่นหลากสีสันคั่นกลาง

ผมแบกเป้ที่บรรจุงานหนักอึ้ง สวมรองเท้าหนังที่ต้องระวังไม่ให้เปียกฝน กางเกงยีนส์ขายาวที่อับและร้อน และเสื้อเชิร์ตสีดำ... สำหรับงานศพที่ผมยังไปไม่ถึง

เพื่อนร่วมทางของผมแบกเสื่อเบาหวิวไว้บนหลัง เท้าเปลือยเปล่าสัมผัสน้ำฝนเย็นฉ่ำ สัมภาระทั้งหมดถูกวางไว้ข้างๆ ... ยังไม่จำเป็นต้องแบกอะไรในตอนนี้

ผมเห็นเขาแหย่เท้าออกไปชิมน้ำที่หล่นมาจากหลังคา เห็นเขายืนหน้าชื่นรับละอองฝนที่ลมพัดโปรยเข้ามา แล้วผมก็สงสัย ว่าผมกำลังทำอะไรอยู่

ผมไม่เห็นเหรอว่าฝนกำลังตก ไม่รู้สึกเหรอว่าลมกำลังพัด ไม่สัมผัสเหรอว่าละอองฝนเย็นสบายแค่ไหน ไม่ได้ยินเหรอว่าที่นี่เงียบสงบ ไม่เห็นเลยเหรอว่ามีที่ว่างมากมายให้วางเป้หนักอึ้งลงได้ ไม่รู้ตัวเลยเหรอว่าเวลานี้ผมควรจะหยุด

หยุดคิด

หยุดกระวนกระวายถึงอนาคต

หยุดชะเง้อคอมองว่าเมื่อไหร่ฝนจะหยุดตก

หยุดลมหายใจที่อึดอัดอยู่ในอก

หยุดไม่พอใจในสิ่งต่างๆ ในชีวิต

หยุดอยู่ที่นี่ ตรงนี้ 

หยุดอยู่กับปัจจุบัน

ฝนเทลงมาเป็นเส้นสาย... ผมตัดสินใจวางเป้ลง รู้สึกถึงความเบาบนบ่า อยู่ๆ ก็หายใจได้สะดวกขึ้น คิ้วที่ขมวดอย่างไม่รู้ตัวค่อยๆ คลายออก ดูเวลาพบว่างานศพเริ่มแล้ว เพื่อนไลน์มาบอกว่าพระกำลังสวด ผมไปสายซะแล้ว... ผิดเวลานัดจนได้ งานศพพ่อของเพื่อนเสียด้วย

พอเงยหน้าขึ้นมาพบเจ้าของร้าน หญิงสาวอายุสามสิบต้นๆ กางร่มเดินตัดผ่านหน้าไป เธอใช้แท่งเหล็กเกี่ยวดึงบานประตูลงมาปิดหน้าร้าน ผมยืนมองเธอทำงาน ฟังเสียงบานเหล็กลั่นโครมคราม รับรู้ถึงแสงสว่างที่หายไป แล้วผมก็นึกขึ้นได้ ว่ายังมีอีกตั้งหลายทางที่จะไปถึงวัดได้โดยไม่ต้องรอให้ฝนหยุด

ทางแรกคือวิ่งฝ่าฝนไปเลย... แต่ทางนี้คงไม่ฉลาดเท่าไหร่

อีกทางคือเรียกแท็กซี่ไปลงหน้าวัด แล้วเดินลุยน้ำเข้าไป ดูจากน้ำที่ค้างเป็นแอ่งบนพื้นแล้ว รองเท้าผมอาจจะต้องเปียกสักหน่อย กางเกงอาจจะชุ่มสักนิด และเอกสารงานในกระเป๋าอาจจะยุ่ยจนต้องทำใหม่

แต่ก็ไม่เห็นเสียหายอะไร

มันก็แค่ฝนตก

ผมคว้าเป้ ชายแปลกหน้ารับรู้การเคลื่อนไหวของผม ใบหน้าเขาสงบผ่องใส คล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้ม ผมรู้สึกเสียมารยาทที่ไม่ได้ชวนเขาคุย แต่เอาเถอะ ผมกำลังจะไปหาคนตาย เรื่องคนเป็นเอาไว้ทีหลัง

ผมก้าวออกจากที่กำบังไปยืนต่างฝนเรียกแท็กซี่ โชคดีที่ตัวเปียกได้ไม่นานรถก็มารับ "ไปวัดหัวลำโพงครับ" จังหวะที่รถแล่นออกไป ผมเห็นชายแปลกหน้ายังยืนอยู่ที่เดิม นึกอยากถามว่าพี่จะไปไหน ติดรถไปลงกับผมมั้ย แต่แล้วผมเพิ่งนึกได้ตอนนั้นเอง ว่าจริงๆ แล้วเขาไม่จำเป็นต้องรอฝนหยุดเลยก็ได้... ก็เขามีร่มคันเบอเริ่มวางพิงเสาอยู่ข้างๆ ไม่ใช่เหรอ... 

รถแล่นไปติดไฟแดงข้างหน้า ผมนั่งหนาวสั่นอยู่ในแอร์ อาจจะไปงานศพสายอยู่บ้าง แต่ก็ยังไปทันอยู่ดี
SHARE

Comments

imonkey7
3 years ago
^^
Reply
Bushy
3 years ago
: )
nawtpal
3 years ago
วันนี้รู้จักพี่ชายคนนึงบนถนน เจอแกถีบจักรยานไปทำงาน ผมเองก็ถีบเส้นเดียวกัน ออกจากบ้านมาเจอกันกลางทางได้สองสามเช้าแล้ว แต่เพิ่งได้ทักกันตรงไฟแดงวันนี้
Reply
Bushy
3 years ago
: )
Pan-non
3 years ago
ดีจังค่ะ
คนที่ไม่รู้จักกัน วนมาเจอกับเรา
แล้วเราก็รู้สึกถึงอะไรบางอย่าง
เพราะเขา : ]
Reply
Paloyy
1 year ago
กำลังกังวล กระวนกระวายกับเรื่องในอีก1เดือนข้างหน้า. ก็เลยหาอะไรอ่านเพื่อให้เลิกคิดเรื่องนั้น เลื่อนไปเลื่อนมา ก็ไม่รู้จะอ่านอะไร. ไม่คิดว่าเรื่องแรกที่เลือกเปิดเข้ามาอ่าน. จะตอบโจทย์ได้. นั่นสินะคะ. อยู่กับปัจจุบัน จะรีบพะวงไปทำไมกัน. :)
Reply