หิวหรือยังคะ
1

“หิวหรือยังคะพ่อ” ฉันถามซ้ำย้ำลงกลางความเงียบ หลังฉากเสียงอวลไอระอุและสายควันเอื่อยของน้ำซุปเคี่ยวไฟอ่อน เสียงเดือดปุด ๆ ซ้อนอยู่กับเสียงของฉัน ซึ่งเน้นคำท้ายประโยคแผ่วผ่าวอย่างจงใจ ฉันไม่รู้หรอกว่าคุณจะคิดอย่างไร เวลานี้ฉันเป็นแม่ครัวของคุณ เป็นคนรักของเครื่องครัววามวาว เป็นหญิงสาวผู้ยื้อยุดรสชาติในน้ำปรุงเมือกคาวของความสัมพันธ์ข้นหนืดไม่มีชื่อเรียก ด้วยกลัวว่าคำนิยามจะทำให้เรือนกายไหวสะทก เหมือนอาหารมื้อนี้ที่เราจะกินมันเพราะความเป็นคนตามใจปาก น้อมรับกระแสซ่านสุขห้วงขณะอวลไหลจากปลายถึงโคนลิ้น กลืนกินสู่ก้นบ่อแห่งความกระหายโหย แม้รู้ทั้งรู้ว่ามันจะเข้าไปกัดกร่อนสร้างเนื้อร้ายภายในที่จะผลิตหยาดน้ำแสบร้อนให้รื้นจากปลายตา หรือไม่เช่นนั้น หากคุณปฏิเสธฉันอย่างที่ส่อแสดงทีท่าจริง ๆ ฉันก็จะประคองมันเหมือนกับตอนที่ประคองปลายถันจรดริมฝีปากหนา กรอกลงสู่หัวใจสีดำของคุณ

2

อีกครั้ง คุณรู้สึกตัวในแสงสีน้ำเงิน เปลือยเปล่าอยู่บนเตียงชื้นเย็น สนิทแนบกับเนื้อนุ่มของร่างเปลือยเปล่าอีกร่าง ค่อยถอนแขนจากการทำหน้าที่เป็นหมอนให้เธอ ลุกขึ้นเหลือบมองเงาดำในกระจกท่ามกลางความมืดที่กำลังเจือจาง ลำลึงค์หดฟิบย่นหนังหุ้มปลายเป็นหยักลอน ดูโศกเศร้าและขี้แพ้เช่นเดียวกับตัวคุณ กางเกงขายาวปลิ้นตะเข็บด้านในครึ่งตัวจากการถอดลวก ๆ พาดอยู่กับเก้าอี้ คุณควานหาเสื้อยืดแต่ไม่เจอ กระทั่งเดินออกมาจากห้องจึงพบมันขดม้วนอยู่บนโต๊ะอาหาร เคียงข้างแก้วบรั่นดีนอนก้นและทิวแถวจานชามเขรอะคราบของเหลวที่หลงเหลือจากอาหารไม่รู้ชื่อ

ภาพจำคืนกลับส่งกลิ่นคลุ้งอีกครั้ง ราวกับมีใครตั้งอุ่นอาหารจานโปรดที่คุณจำกลิ่นของมันได้ขึ้นใจ ภาพเวียนวนเนิ่นยาวที่คุณไม่อาจฝืน การวางกับดักอันยั่วยวนของนายพรานและการตกหลุมพรางซ้ำซากของสัตว์ใจเสาะ แพ้พ่ายและจนตรอก เคยตัวและชาชิน ซึ่งคุณปล่อยให้มันเกาะกุมเสียดแทงต่อมสำนึกผิดบาปแสนกระจ้อยร่อยว่าคุณไม่เคยรักตัวเธอ มากไปกว่ารักรสชาติของเธอ

3

คุณยอมรับว่าเกลือกกลั้วกับผู้ชายมามาก หากเขาจะนับถุงบรรจุตัณหาแข็งทื่อดิบหยาบเหล่านั้นว่าเป็นเพศชายตามความหมายของหญิงสาวอ่อนไหวสักคน คุณพิมพ์ข้อความไปตามนั้น บอกเขาว่าคุณไม่เคยเรียกร้องสิ่งใดมากไปกว่าที่เป็นอยู่ เพราะคุณต้องการเขาและไม่ใช่กระหรี่สาวที่จะรักเขาเฉพาะยามถ่างขา แม้รู้อยู่เต็มอกว่าเขาไม่ได้รักคุณเลย เพียงความเมตตาอาทรกับเด็กสาวคราวลูก ซึ่งส่งเสียงกระซิกเล็ดลอดจากน้ำตารวดร้าวให้เขาหวั่นไหวและยังใจอ่อน

อาหารมั่วซั้วถูกปรุงขึ้นวางบนโต๊ะที่จัดแต่งสำหรับสองคน เพื่อที่คุณจะมองมันเพียงลำพัง แล้วราดรดทั้งหมดลงท่อน้ำทิ้งซ้ำแล้วซ้ำเล่า เครื่องครัวสแตนเลสใหม่เอี่ยมประดับมุมครัวที่ไม่เคยใช้สอย มีดไร้คมเฉือนเนื้อไม่ขาด หัวหอมจอมรังแกดวงตาช้ำบวม และเครื่องปรุงขาด ๆ เกิน ๆ ห้อมล้อมรัดรึงคุณในห้องทึบวันท้องฟ้าซีด

แม่โทรมาหาครั้งหนึ่งระหว่างช่วงสามสัปดาห์ที่คุณหัดทำอาหารโง่ ๆ นั่น พูดคุยไถ่ถามกันดาษดื่น ก่อนวางสายคุณถามแม่เกี่ยวกับการหมักเนื้อและเครื่องแกง แม่ตอบกรรมวิธีที่คุณตั้งใจฟังอย่างไม่รู้เรื่องและลืมมันทันที เมื่อพบตัวเองนั่งเหม่อลอยจดจ้องครัวเลอะเกลื่อน สายตาพร่าเลือนพบเพียงวัตถุดิบขื่นคาวอันผสมรวมในแสงเศร้าสร้อย

4

ผมแปลกใจที่เธอโทรมาบอกว่าขอทำอาหารให้กินสักมื้อ แทนที่ถ้อยคำคร่ำครวญปวดร้าว ซึ่งเธอมักใช้เฆี่ยนตีจิตใจอ่อนแอของผม ถึงอย่างนั้น ผมก็มองข้ามเล่ห์ของนักมายากลเพราะยังหลงใหลใบหน้าแย้มยิ้มทุกขณะที่กวาดมอบให้กับผู้ชม หรือกล่าวให้ถูกต้อง เพราะผมไม่อาจโกหกตัวเองว่าขาดไร้ห้วงคำนึงถึงเนื้อนวล

“อยากกินของอร่อยต้องรอนะคะ” เธอพูด วางแก้วทรงยาวใสกับบรั่นดีเหลือครึ่งขวดลงบนโต๊ะ ผมอดไม่ได้ที่จะทักเมื่อเห็นเธอสวมผ้าถุงสีสดกับเสื้อกล้ามสีขาวตัวจิ๋วที่เผยสายชุดชั้นในสีดำ เธอโปรยยิ้มน้อย ๆ แต่คมกริบด้วยลิปสติกระเรื่อ หันกลับหามุมครัวที่ต่อเติมเข้ามาเพื่อตกแต่งมากกว่าจะเน้นประโยชน์ใช้สอย

เธอฮัมเพลง Good Time ของเอ็ดดี้ บริกเกล ระหว่างตักตวงส่วนผสมใส่ชามที่หมักอะไรไว้สักอย่าง ชวนนึกย้อนถึงค่ำคืนซึ่งผมเมามายเงยหน้าขึ้นพบเธอเป็นครั้งแรก บนเวทีเตี้ยฟุ้งแสงอำพันของบาร์คับแคบ หากเสียงของเธอราบเรียบทิ้งห้วงแหบพร่า เป็น Good Time ที่แสนเศร้า คลับคล้ายเสียงของโจแอนนา หวัง ซึ่งผมมักนึกถามตัวเองเสมอว่าใช่เสียงนั้นด้วยหรือเปล่าที่ผลักดันให้ผมถลำไม่อาจฝืน

ผมมองการเคลื่อนไหวของเธอจากด้านหลัง การปรุงอาหารเชื่องช้างดงามน่าหลงใหล มองเลื่อนไล่ไต่ตามจนต้องสาดบรั่นดีลงคอเพื่อดับเพลิงซึ่งถูกจุดใต้ท้องน้อยที่อาจไม่ดับ เพลิงร้อนภายในราวกับไฟอ่อนสีฟ้าที่เธอตั้งซุปจนงวดหนืด พลางหันหน้ามาสบตาแล้วหันกลับไม่พูดอะไร คล้ายแว่วเสียงปรารถนาของผม ส่ายไหวท่ามกลางสีเงินระยับ สะโพกกลมกลึงใต้ผ้าถุงตึงรั้ง ชวนมองขึ้นตามความผุดผ่องของแผ่นหลังและมวยผมเผยต้นคอซีดขาว

ลอยละล่องอยู่ข้างอวลควันระอุ ขณะเรียวแขนของเธอเคลื่อนวงเล็ก ๆ จ้วงแทงเนื้อในชามหมักด้วยส้อม ผมเห็นเงาสะท้อนบูดเบี้ยวของตัวเองในผิววามวาวของหม้อบนเตาไฟ

“หิวหรือยังคะพ่อ” เธอหันมาถามเสียงสั่นน้อย ๆ ขณะที่ผมก้าวย่องยังไม่ถึงตัวเธอด้วยซ้ำ

250759
บางเศษเสี้ยวของบางฉากของบางตอนของบางเรื่อง
SHARE

Comments

caragio
3 years ago
กินเพื่อดับหิว
หรือ
กินเพื่อดับกระหาย
Reply
chorn
3 years ago
:)