มื้อนี้ไม่มีลืม "มื้อนี้ที่ศาล"
"เรื่องกิน" สำหรับคนบางคนอาจจะเป็นเรื่องเล็กๆ
บ้างก็พยายามกินให้น้อยที่สุด เพียงเพราะกำลังไดเอตอยู่
ส่วนที่เหลือก็มักจะทิ้งอย่างไม่ใยดี

พวกที่มีนัดพบปะสังสรรค์กันมักจะกินบุฟเฟต์
เพราะความคุ้มค่า เพราะตักได้ไม่อั้น
แต่ก็มักจะตักกันจนเกินพอดี 
สุดท้ายก็กินไม่หมด เหลือทิ้งไว้ก็กลัวจะเสียค่าปรับ
นำเศษที่เหลือไปทิ้งในกระถามต้นไม้บ้าง ใต้โต๊ะบ้าง ห่อๆทิชชูทิ้งในถังขยะบ้าง

โดยไม่ได้นึกถึงคนที่ต้องหาเช้ากินค่ำ  
ทำงานทั้งวัน เพื่อกับข้าวมื้อเล็กๆที่ต้องแบ่งย่อยไปตามจำนวนคนในครอบครัว
ถามว่าอิ่มไหม ไม่เคยได้อิ่ม แต่กินแค่ให้พอหายหิว

ผมไม่เคยได้ลิ้มรสกับความหิวเหล่านั้น 
เพราะสิ่งที่ผมกล่าวมาข้างต่้นนั้น ผมได้ทำมันทั้งหมด
ผมมักจะสั่งอาหารที่ร้านอาหารมาทีละหลายๆอย่าง เพียงเพราะโชว์สาวที่ผมพามาเดทด้วย
แล้วก็กินมันแค่น้อยนิด เพราะใจจดใจจ่ออยู่กับผู้หญิงตรงหน้า

ผมเคยไปกินหมูกะทะแบบบุฟเฟต์กับเพื่อนๆ แล้วตักมาเยอะจนล้นชาม
เพราะต้องการกินให้คุ้มกับเงินที่เสียไป
โดยลืมนึกไปว่า สิ่งที่ผมตักมา เพื่อนก็อาจจะตักมาด้วย
พอกินจนอิ่ม แต่ของไม่หมด เรามักจะหาที่ซ่อนของที่เหลืออย่างแนบเนียน

ผมเชื่อว่าทุกคนต้องเคยทำแบบผม หรือคุณจะปฎิเสธว่าไม่เคย... ผมไม่เชื่อ
ผมจะไม่มีวันได้รับรู้ถึงความรู้สึกที่เรียวว่า "ความหิว" และจะไม่มีวันรู้ถึงคุณค่าของข้าวแต่ละเม็ด
หากวันนี้ไม่มาถึง วันที่ธุรกิจที่สร้างเม็ดเงินให้ผมมากมายได้ล้มละลายลง
วันที่เพื่อนฝูงพากันถอยห่าง เพียงเพราะผมไม่มีเงินเหมือนเก่า
วันที่คนรักโทรมาบอกเลิก เพราะทนกัดก้อนเกลือกินกับผมไม่ไหว
วันที่จะหันหน้าไปพึ่งพาใครก็ไม่ได้ 
เงินที่สะสมมาเริ่มร่อยหรอไปกับการใช้ชีวิตแต่ละวัน
เพราะมันไม่สามารถงอกเงยได้ มันจะมีแต่จะลดลงทุกวัันๆ

ผมเริ่มรู้ซึ้งถึงอาหารแต่ละมื้อ เริ่มรออย่างใจจดใจจ่อที่จะได้กินมัน
เริ่มแบ่งข้าวกล่องเป็น 3 ส่วน เพื่อที่จะพอกินได้ทั้งวัน
เพราะผมไม่มีเงินเพียงพอที่จะซื้อมันอีก 
ถ้าผ่านวันนี้ไป ผมยังไม่รู้เลยว่าจะเอาเงินที่ไหนไปซื้อข้าวกล่องมากินได้อีก

ผมเริ่มนึกถึงมื้ออาหารเก่าๆที่เคยกิน 
นึกเสียดายว่าทำไมผมจึงไม่กินให้หมด

ผมเอนตัวลงนอนกับกล่องลังเก่าๆใต้สะพานลอย
เสียงท้องร้อง โครก คราก เป็นเสียงกล่อมให้รีบหลับให้เร็วที่สุด จะได้พ้นจากความทรมาณนี้สักที

เช้าวันใหม่ที่ผมไม่อยากให้มาถึงที่สุด
เมื่อผมลืมตาขึ้นมา ความรู้สึกแรกที่ประดังประเดเข้ามาเลย คือ หิว
เงินไม่มีเหลือพอที่จะซื้อแม้แต่มาม่า 
ความรู้สึกแสบกระเพาะ ทำให้รู้ว่าผมต้องรีบลุกออกไป หาอะไรประทังความหิวให้เร็วที่สุด

ผมเริ่มออกเดินทางไปตามฟุตบาทข้างถนน 
เดินผ่านร้านอาหารก็จะหยุดสูดลมหายใจเข้าลึกๆ แค่กลิ่นก็ยังดี
จนเจ้าของร้านต้องออกมาไล่ผมราวกับหมาข้างถนน

จนร่วงเลยมาจนถึงตอนเย็น พระอาทิตย์ใกล้จะลับขอบฟ้า
ก็ยังไม่มีอะไรตกถึงท้อง
ผมเดินไปเรื่อยๆอย่างไม่รู้จุดหมายปลายทาง
ขอร้องล่ะ ขอแค่น้ำสักแก้วก็ยังดี 
ตอนนี้อะไรก็ตามที่กินได้ผมจะกินให้หมด
ต่อให้ต้องแย่งอาหารหมากินผมก็ยอม

แต่เหมือนพระเจ้าจะเข้าข้าง เพราะพอผมเดินมาจนสุดซอย
ผมก็พอเข้ากับศาลเก่าๆแห่งหนึ่ง
มีของเซ่นไหว้มากมาย มีทั้งไก่ต้ม หัวหมู ไข่ต้ม และผลไม้พวกกล้วย มะพร้าว สับปะรด แก้วมังกร
และยังมีขนมหวานพวกทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทอง รวมทั้งน้ำเปล่า แต่เท่าที่ดูก็พอจะรู้ว่ามันถูกวางทิ้งไว้มานาน ผมกลืนน้ำลายลงคอดัง เอือกก
แต่ผมก็ฉุกคิดอยู่นิดหนึ่ง ว่ามันจะดีหรอ...
แต่ถึงอย่างนั้นขาของผมก็ก้าวเข้าไปหยุดยืนตรงหน้าของเซ่นไหว้แล้ว

ผมชะโงกหน้าเข้าไปมองของเซ่นไหว้ ไก่และหัวหมูมีแมลงวันตอมหึ่ง 
แต่ใครสนล่ะ ผมเริ่มขับไล่แมลงวันออกไป และหักส่วนน่องของไก่มากิน
แต่น่าเหลือเชื่อที่น่องไก่ที่ถูกทิ้งไว้มานานจนแมลงวันตอมนี้ จะอร่อยยิ่งกว่าอาหารร้านหรูๆที่ผมเคยกินเสียอีก
ผมกิน...กินมันจนหมดอย่างรวดเร็ว และเริ่มฉีกกินส่วนต่อไปๆอย่างหิวกระหาย ผมยัดมันเข้าปากและกลืนลงคออย่างรวดเร็วจนแทบไม่ได้เคี้ยว เพราะผมกลัว กลัวจะมีคนมาแย่งกิน... 

เม่ือกินของคาวเสร็จก็ต้องล้างปากด้วยของหวาน ผมหยิบกล่องทองหยิบ ทองหยอดมาเปิดกิน
อย่างเอร็ดอร่อย แม้มันจะจืดหมดความหวานแล้ว แต่ผมก็ยังคิดว่ามันอร่อยยิ่งกว่าเค้กร้านดังที่ผมเคยพาสาวๆไปกินเสียอีก

ตามด้วยผลไม้ กล้วยหนึ่งหวีและแก้วมังกรหมดลงด้วยเวลาเพียงไม่กี่นาที แต่สับปะรดกับมะพร้าวผมไม่สามารถหามีดมาปอกเปลือกมันได้ ผมจึงเริ่มมองหาถุง 

แต่ด้วยเวลาโพล้เพล้แบบนี้ ผมจึงมองหาอะไรไม่ค่อยเจอ 
แสงแดดใกล้จะลับของฟ้าไปแล้ว
ผมเริ่มเดินไปที่หลังศาลเพื่อจะหาถุงมาใส่ผลไม้กลับไป

แต่ระหว่างที่กำลังก้มๆ เงยๆ หาถุงอยู่นั้น ผมก็ได้ยินเสียงดนตรีไทยดังขึ้นมา

มันดังอยู่ตรงหน้าศาลนี่เอง

หรือจะมีคนมารำแก้บนที่ศาล...

หรือไม่ก็อาจจะเป็นเจ้าของศาล... 

ผมกล้าๆกลัวๆค่อยๆชะโงกหน้าออกไปตรงหน้าศาล
เสียงเพลงชัดขึ้นทุกขณะ ผมมองไปที่หน้าศาลที่ตอนนี้มีผู้หญิงแต่งชุดนางรำเต็มยศกำลังร่ายรำอย่างอ่อนช้อยงดงามอยู่ตรงหน้าศาล แต่แปลกที่ผิวเธอขาวและคล้ายจะมีแสงนีออนออกมาทำให้ผมเห็นเธอได้ในความมืด

เธอมองมาที่ผม สายตาที่จ้องมองมาที่ผมบ่งบอกถึงความโกรธอาฆาตอย่างถึงที่สุด
แต่เธองามมาก ยิ่งกว่าสาวคนใดที่ผมรู้จัก 

แต่ผมงงที่ว่า ท่ารำในตอนนี้เธอหันหลังให้ผมอยู่ แล้วเหตุใดผมจึงมองเห็นหน้าเธอชัดนักล่ะ...

#มื้อนี้ไม่มีลืม #Wongnai #storyteller2016 #dareyoutowrite





SHARE

Comments