มื้อนี้ ไม่มีลืม
ช่วงสายของวันหยุดปิดเทอม เมื่อประมาณ 2-3 ปี ที่แล้ว ... ครอบครัวและกับครอบครัวคนสนิท กำลังมุ่งหน้าไป จังหวัดเพชรบุรี เพื่อไปเที่ยวไร่ของครอบครัวญาติคู่นี้ ... ระหว่างทาง ก็แวะกันไปเรืื่อย และ 1 ในนั้น คือ วัดเพลง หรือ วัดประดู่ เพื่อเข้ากราบสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ที่พวกเขาเคยได้แวะเวียนเข้าไปกราบไหว้ ... ระหว่างทางที่จะไปวัด ... ผู้ใหญ่หัวหน้าครอบครัวก็พูดขึ้นว่า ... มาถึงนี่แล้ว ... อยากจะให้ลองชิมอาหารที่ร้านหนึ่ง ... ไม่อยากเล่าเลย ... แต่อยากให้ชิม ... เพราะเมื่อไรที่ได้เดินทางมาไร่กัน ก็จะต้องแวะร้านนี้ทุกครั้ง ... หรือแม้แต่ ไม่ได้ไปเที่ยวไร่ก็เหอะ ... พออารมณ์อยากกิน ก็จะพากันมา ไกลเพียงไหน ไม่ใช่อุปสรรค ... อีกอย่าง แค่ธนบรี - ปากท่อ เท่านี้เอง ... เลยวัดเขาหลาว ไปหน่อยนึงเท่านั้น ...

... ได้ฟัง ก็ยังนึกเฉยๆ เพราะยังไม่เห็นหน้าตา ของร้าน ... ยิ่งเป็นคนที่ไม่ค่อยคล้อยตามคนอื่น หากไม่เจอกับตัวเอง ก็จะไม่เชื่อ ... พอพวกเราได้ไหว้พระกันสมใจแล้ว ... ก็มุ่งหน้าไปร้านนี้ทันที ... โห กว่าจะไปถึง ... นึกภาพไม่ออกเลย ว่าร้านนี้ หน้าตาจะเป็นยังไง ... ให้อร่อยเพียงใดก็เหอะ ... รถที่มุ่งหน้าไปนั้น เหมือนวิ่งไปทางเทือกสวนไร่นา ก็ไม่ปาน ... ใจก็อดคิดต่อไม่ได้ว่า ... อะไรกัน จะมีร้านอาหารที่แสนอร่อยเพียงใด ... มาตั้งอยู่ริมถนน กลางทุ่งนาแบบนี้ ... ไม่อยากคิดเลย ... คงไม่สะดวกสบาย หรือ ไม่ก็ เป็นร้านอาหารริมทางเป็นแน่ ... ด้วยภาพที่นึกตามไม่ออกจริงๆ ... แต่ก็เกรงใจผู้ใหญ่ที่ตั้งใจพาไป และ อยากเชื้อเชิญให้ได้ลิ้มลองรสชาติอาหารที่ถูกปากพวกเขามาแล้ว ...

... ขับมาได้สักพักใหญ่ ... ขวามือ ... คนขับเริ่มลดกำลังขับช้าลง และ จอดในที่สุด ... ตอนนี้ ขวามือ ... เต็มไปด้วยรถยนต์หลากหลายยี่ห้อ ... จอดเรียงราย ... ประหนึ่งเป็นเทศกาล ลดกระหน่ำ ซัมเมอร์เซล อย่างนั้นเลย ... ทะเบียนนี่ กรุงเทพฯ กันเป็นแถว ... นึกในใจ ... จริงดิ ... เอางี้เลยนะ ... แล้วรถที่พาเรามา ก็ ทะเบียนกรุงเทพฯ เช่นกัน ...

... ด้านหน้าร้าน ก็เป็นร้านธรรมดาๆ ที่เราคุ้นเคยกันตาม ร้านอาหารริมทางทั่วไป ที่มีการยั่วยวนกลิ่น ด้วยการ ปิ้งไก่ ปิ้งปลา ควันโขมง ... หัวเราะในใจ ... เฮ้อ มาตั้งไกล หากไม่หรอยจริง ... ก็คงจดจำไปอีกนาน ... แหงนหน้ามองป้ายร้าน .... “ ประไพ ” ... โอ้แม่เจ้า ... นี่เรามาเพื่อกินปลาเผา ไก่ย่าง ไกลเพียงนี้เลยเหรอ ... ร้านไก่ย่าง ปลาเผา แถวบ้านอร่อยก็ตั้งมากมาย ... จำเพาะต้องเป็นร้านนี้ ที่สู้อุตส่าหอบหิ้วท้องอันหิวโหย แบบ เก็บของไว้กินของดี กัน ขนาดนี้เลยเหรอ ???

... พอเดินขึ้นไป เป็นเรือนไม้ โปร่ง โล่งสบาย ... ช่วงนั้น คนยังไม่มากเท่าไหร่ ยังพอมีเวลา ได้เดินจับจองเลือกที่นั่ง ที่พอเหมาะ พอดี และ พอใจ สำหรับพวกเรา ... ได้ที่นั่งริมระเบียง ... ลมจากท้องนา พัดโชยมาเรื่อยๆ ท้องก็ร้องหิวแล้ว หิวแล้ว ... แต่ดีที่มีลมพัด เลยทำให้คลายหิวไปบ้าง ... พอได้นั่ง ก็ยังคงลำดับภาพการเดินทางมา ... และ คำนวณเวลาที่เดินทาง ... และ จะจดจำตราตรึงไว้ในใจตลอดไป หาก ... ไม่อร่อยสมค่ากับการเดินทางในครั้งนี้ ...

... เมนูแรกที่สั่ง คือ ยำถั่วพลู / ส้มตำไทยใส่ปู / ไก่ย่าง 1 ตัว / ต้มแซ่บกระดูกอ่อน / ข้าวเหนียว ข้าวสวย ก็ว่ากันไป ... ผู้ใหญ่ท่านว่า ... เราทำหน้าตาลังเลสงสัยมาตั้งแต่ก้าวเท้าลงจากรถแล้ว ... สั่งเพียงเท่านี้ก่อน แล้วค่อยสั่งเพิ่ม หากอยากกินอะไรนอกเหนือเมนูที่สั่งมา ... นึกในใจ ... นี่ดั้นด้นมากินส้มตำไกลเพียงนี้เลยหรือ ... นั่นแหละ จะจดจำ ตรึงใจไว้ในดวงจิตเลย หากไม่อร่อยจริง ... เมนูแรกมาแล้ว ยกมาวางตรงหน้า ... ไม่ฟังอะไรใครแล้ว ... หยิบช้อน ตักชิมก่อนเลย ... เฮ้ย!!! อร่อยวุ้ย ... แต่ ... ใจมันค้าน ... ว่า ... เราคงหิว จนสามารถกินอะไรก็อร่อยไปหมดซะทุกอย่าง แล้วมั๊ง ... ไม่เชื่อ ไม่เชื่อ ไม่เชื่อหรอก ... แค่จานแรกเอง เดี๋ยวดูเมนูถัดไป ... จากนั้น ก็ตามด้วยไก่ย่างแห้งๆ สับเป็นท่อนใหญ่ๆ เนื้อขาวๆ ติดหนังแห้งๆ มันน้อยๆ เกรียมๆ ... ตามด้วย ตำไทยใส่ปู ที่ขาปูใหญ่มาก แถมไม่เค็ม เป็นปูจืดที่ดูสะอาดสะอ้าน ... และ ตบท้ายด้วย ต้มแซ่บหม้อไฟ ที่ควันฉุยๆ ... มโนตามได้เลยว่า ทั้งแซ่บ ทั้งร้อน สมชื่อแน่ ... เท่านั้น ไม่ต้องถามหาข้าวกันละ ตักอะไรใส่ปากได้ ก็ตัก เพราะต้องการรู้ว่า แน่ขนาดไหน ถึงได้พามาขนาดนี้ ...

... ตักส้มตำเข้าปาก ก็อร่อย ซดต้มแซ่บเข้าปากก็อร่อย ไก่ย่างก็อร่อย แล้วจานไม่ใช่เล็กๆ มาจานใหญ่ที่กินกันอิ่มได้เลย ... เท่านั้นแหละ แหกปากขอรายการอาหารทันที ... ไม่ได้แล้ว ... มาถึงนี่แล้ว ... อาหารอร่อยขนาดนี้ ... ต้องชิมให้รู้กันไปว่า อร่อยทุกอย่างจริงๆ ... แล้วจากนั้นไม่นาน ... หลากหลายเมนูก็มาวางตรงหน้า ... อิ่มหมีพลีมันกันไปทั้งสองครอบครัว ... เด็กๆ ก็ปากมัน ด้วยไก่ย่าง ปลาเผา แถมตบท้ายด้วยหมูแดดเดียว ที่อร่อยไม่เหมือนใคร ... ผู้ใหญ่ก็เหงื่อกาฬแตกกันให้ซ่ก ประหนึ่งได้ว่ายน้ำข้ามคลองมาคุยกัน ... ไม่มีเสียงพูดคุยใดๆ เกิดขึ้นเลย บนโต๊ะอาหาร ... เพราะทุกคน ตั้งหน้าตั้งตา พิชิตศึกที่อยู่ตรงหน้ากันอย่างตั้งอกตั้งใจ ... จนกระทั่ง ... ทุกอย่างเกลี้ยงทุกจาน ... ย้ำ ว่า ... ทุกจาน ...

... มื้อนั้น ทั้งอิ่ม ทั้งอร่อย แถมตังยังอยู่เต็มเป๋า ... เพราะผู้ใหญ่ท่านเลี้ยง ... แถมขากลับจากเพชรบุรี ... ก็พากันมาแวะกินก่อนกลับเข้ากรุงเทพฯ อีก 1 มื้อ ... ด้วยหาข้ออ้างที่จะเลี้ยงผู้ใหญ่คืน ... จริงๆ แล้วไม่มีไรหรอก หาเรื่องแวะกินกันอีกรอบต่างหาก ...

... และหลังจากนั้นเป็นต้นมา ก็จะหาเรื่องไปเพชรบุรีกันบ่อยๆ ... บางทีไม่ได้ไปเพชรบุรี ก็แสร้งทำเป็น จะไปเที่ยววัดเขาหลาว ... แล้วแสร้งทำเป็นยังไม่มีอะไรตกถึงท้อง ... แวะ กินข้าวกันที่ร้านประไพ ... ก็แล้วกัน ... นี่เล่าไป ... ยังน้ำลายสออยู่ในลำคอ เช่นกัน ...

SHARE
Writer
YChutimon
Writer
มื้อนี้ไม่มีลืม

Comments