กว่าจะรู้จักความรัก...ก็สายไป
ชีวิตก่อนจะมีเขาเข้ามาในชีวิต
ฉันเคยอยู่คนเดียวได้
ไม่เคยโหยหาความรัก
คนหลายๆคนเข้ามาในชีวิต แต่ฉันก็ไม่เคยยอมรับเขาเข้ามาเดินร่วมกัน

เพียงเพราะ... รู้สึกว่า   ความรักเป็นสิ่งที่น่าเบื่อหน่าย... 

เริ่มแรกมีการปรับตัวเข้าหากัน 
ฝ่ายชายก็เอาอกเอาใจฝ่ายหญิง 
ส่วนฝ่ายหญิงก็พยายามทำตัวน่ารักๆ อ้อนเอานู้นเอานี่ ราวเจ้าหญิง 

พอหลังๆก็เริ่มออกลาย 
ฝ่ายชายเริ่มไม่เอาอกเอาใจฝ่ายหญิงเหมือนเก่า
ฝ่ายหญิงก็จะคิดว่าฝ่ายชายไม่เหมือนเดิมบ้างล่ะ มีคนอื่นบ้างล่ะ 
ทะเลาะกัน ไปจนถึง ...ทำร้ายร่างกาย 
จบลงด้วยการเลิกรากันเกือบทุกคู่ 
มีรักก็ต้องมีเลิก อยู่ที่จะช้าหรือเร็ว 

หากต้องเอาตัวเข้าไปอยู่ในวังวนแบบนั้น 
ยอมอยู่แบบโดดเดี่ยว แต่สบายใจแบบนี้ดีกว่า

จนเมื่อเขาคนนั้นเริ่มเข้ามา
เขาไม่ได้เข้ามาจีบแบบคนที่ผ่านๆมา
เราพบกันเพียงเพราะหน้าที่
เราเป็นคนใข้ ส่วนเขาคือ...หมอ

ถ้อยคำที่เขาพูดออกมา แสดงถึงความสนใจในตัวเรา
เรารู้ว่ามันเป็นเพียงหน้าที่ แต่เราก็ยังหลงไหลไปกับมัน

ทุกการกระทำ ทุกการสัมผัสที่อ่อนโยนและแผ่วเบา
เขาคอยถามตลอดว่าเราเจ็บไหม
เราไม่อาจรู้ได้ว่าเขาพูดเพราะเป็นห่วงเราจริงๆ 
หรือเพราะเราเป็นหมากในการโฆษณาของเขา

ทุกครั้งที่การรักษาจบลง เราเริ่มรู้สึกโหยหา
เฝ้าคอยวันนัดวันถัดไปอย่างใจจดใจจ่อ
อยากไปหาเขา อยากไปพูดคุย อยากได้ยินเสียง

จากที่เคยเบื่อหน่ายกับความรัก ก็เริ่มที่จะอยากเข้าไปทำความรู้จักกับมัน
เริ่มไม่กลัวที่จะต้องเข้าไปอยู่ในวังวนชีวิตคู่...

ทุกวันจากที่ใช้ชีวิตแบบน่าเบื่อหน่าย เริ่มสดใส
เริ่มมีความสุขกับการใช้ชีวิต 
วันๆฟังแต่เพลงรัก แล้วนึกถึงเขา ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อยู่คนเดียว
หัวใจพองโต อาาา ความรู้สึก "รัก" มันเป็นแบบนี้นี่เอง

ทุกวันศุกร์ เราจะต้องแต่งตัวสวยๆ นั่นแต่งหน้าอยู่หน้ากระจกอยู่นานสองนาน
เพียงเพราะ เป็นวันนัดของหมอ
ใจสั่นทุกครั้งแค่นึกว่าจะต้องเจอเขา ได้สบตา พูดคุย

"เป็นไงบ้างครับ กินยาที่หมอให้ครบไหม สดใสขึ้นนะครับ"
แค่คำทักทายธรรมดาๆ กับรอยยิ้มหวานๆ
แค่นี้ใจก็สั่นรัวๆ แม้จะเป็นประโยคพื้นฐานที่ได้ยินบ่อยๆ
แต่มันกับพิเศษ เพียงเพราะเขาเป็นคนพูด

ระหว่างที่หมอก้มลงจดข้อมูลยิกๆ
มือฉันก็เริ่มควานหากล่องของขวัญเล็กๆในกระเป๋า

ฉันตัดสินใจแล้ว ฉันจะต้องสารภาพกับเขาในวันนี้
ฉันคิดว่า บางที บางที่เขาอาจคิดแบบเดียวกับฉัน
หากฉันพูดออกไป เขาอาจตอบรับ
และความรักของเราก็จะหวานชื่น แบบคู่ของเพื่อนๆที่เคยเห็นมา

เมื่อเจอกล่องของขวัญแล้ว ฉันตัดสินใจยื่นมันไปให้หมอ
พร้อมกับคำพูดสั้นๆ "หนูชอบหมอนะคะ"
หมอตกใจ แต่ก็เหมือนจะเริ่มครุนคิดอะไรบางอย่าง
พร้อมกับตอบมาว่า "ครับ" พร้อมกับรับของขวัญไป แล้วส่งยิ้มอ่อนโยนมาให้

ฉันหูตาลายไปหมด เหมือนมีผีเสื้อบินในท้องนับร้อยๆตัว
หมอตอบรับฉันใช่ไหม เขาก็ชอบฉันใช่ไหม

เราพลัดกันก้มๆ เงยๆหน้า เขินอายกันไปมา 
ท่าทางแบบนี้ที่เคยเห็นเพื่อนกับแฟนเพื่อนเป็นกันตอนจีบกันใหม่ๆ
ตอนนั้นเรามองว่าน่ารำคาญ
แต่ตอนนี้รู้สึกว่า มันก็ไม่เลวนะ รู้สึกดีเลยล่ะ

หลังตรวจเสร็จ ฉันตัดสินใจนั่งรอหมอ
เพราะนี่ก็น่าจะใกล้เวลาเที่ยงแล้ว 
 
ระหว่างรอฉันเกิดปวดท้องเบาขึ้นมา 
จึงลุกออกไปเข้าห้องน้ำ ห้องน้ำห้องแรกที่ปิดประตูไว้
ได้ยินเสียงผู้หญิง น่าจะทะเลาะกับแฟน

"คุณไปตอบรับทำไม เขาเป็นคนใข้ของคุณนะ จรรยาบรรณที่เรียนมาอ่ะจำได้ไหม"

(รู้ ผมรู้ แต่น้องเขาเป็นโรคกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ ผมไม่อยากเสี่ยงกับชีวิตน้องเขาหรอก เกิดผมปฏิเสธน้องเขาตรงนั้น น้องเขาช็อกขึ้นมาทำไง)

"อ่อ ที่ตอบรับนี่เพราะสงสาร"

(ผมไม่ไ้ด้คิดอะไรกับน้องเขาหรอก แต่น้องเขาน่าสงสาร อายุแค่นี้เป็นโรคกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ ผมต้องเอาใจแกมากๆ แกจะได้อยู่นานๆ จนกว่าจะได้ปลูกถ่ายหัวใจ)

เสียงที่ดังมาจากโทรศัพท์นั้นฉันจำได้ดี เสียงนุ่มๆที่ฉันเคยเอาเก็บไปฝันหลายครั้ง

น้ำตามันไหลออกมาโดยที่ฉันไม่รู้ตัว ฉันเริ่มรู้สึกแน่น เจ็บหน้าอก หายใจลำบาก ใจสั่น มือสั่นระริกกุมเข้าที่หน้าอก ร่างกายเหมือนควบคุมตัวเองไม่ได้ ล้มตึงลงไปกับพื้น 

ทำไมมันเจ็บแบบนี้นะ...

ก่อนหน้านี้ฉันยังรู้สึกมีความสุข หัวใจของฉันมันพองโต 
แต่ด้วยเวลาเพียงไม่กี่นาที เหมือนฉันโดนถีบให้ตกเหว
เจ็บ... เจ็บเหลือเกิน 

ฉันเหมือนได้ตกหลุมรัก ได้สมหวังในรัก แต่แล้วก็อกหักในวันเดียวกัน 

แต่อย่างน้อยฉันก็ดีใจนะ
ที่ก่อนตายฉันยังได้สัมผัสมัน...
ทำให้หัวใจที่คอยปิดกั้นความรักมาตลอด ได้ลิ้มรสหวานจากความรักบ้าง

ทำให้ฉันได้รู้ว่า ความรักมันไม่เลวเลยจริงๆ 
แม้ช่วงเวลาสั้นๆที่ฉันได้ลิ้มลองมัน ก็ทำให้ฉันติดใจจนยากจะถอนตัว 
เสียดายที่เกิดมาชีวิตนี้ได้มีความรักเพียงครั้งเดียว...








 







SHARE

Comments