"อายุ27ปีกับเรื่องผู้ชาย"
ส่วนตัวไม่ค่อยเขียนเรื่องความสัมพันธ์หรือเปิดเผยเรื่องผู้ชายเท่าไหร่ ทั้งๆที่เป็นหัวข้อที่จดในสมุดเกือบมากที่สุด

เราว่ามันซับซ้อนและลึกซึ้ง เท่าที่ผ่านมากับความสัมพันธ์ทั้งดีและไม่ดี ที่คือมุมมองของเรากับมัน พรุ่งนี้ความคิดอาจเปลี่ยนไปอีก แต่ตอนนี้ เวลานี้ นี่คือความเข้าใจที่มี

• ชีวิตที่อยู่คนเดียวก็มีความสุขมากพออยู่แล้ว จะมีใครอีกคนเข้ามา มันต้องมีแต่ทำให้ชีวิตดีขึ้น

• อะไรที่มันผิดที่ ผิดเวลา ถึงจะรู้สึกว่าใช่แค่ไหน จริงๆไม่ใช่หรอก

• ความสัมพันธ์ที่ใช่ ถ้ามันจะใช่ ไม่ต้องวิ่งไล่ตามมากมายหรอก คนที่อยากอยู่กับเรา เค้าจะหาทางให้มันเป็นไปได้เอง

• อาจารย์วิชาการตลาดสอนว่า ตลาดที่ถูกต้องหรือคนที่ใช่ คือคนที่ชอบข้อดีของเรา ไม่แคร์ข้อเสียของเราและไม่มีการแข่งขันสูง เป็นการสรุปที่ดีมาก

• ไม่ว่าผู้หญิงหรือผู้ชาย ความสัมพันธ์ไม่ใช่การแข่งขัน การเปรียบเทียบว่าใครเก่งใครดีกว่าใคร แต่เป็นการช่วยสนับสนุนอยากให้อีกคนได้ดีกว่าสิ่งที่เป็นอยู่ตอนนี้

• ความแต่งงานไม่ใช่เรื่องของคนสองคน แต่เป็นเรื่องของสองครอบครัว ไว้ใจพอที่จะให้อีกคนเข้ามาอยู่ในวงในของตัวเอง

• ผู้ชายรวยเป็นสิ่งที่น่าพึงประสงค์จริง แต่ผู้ชายที่มีความสามารถและความเป็นไปได้ที่จะรวยน่าสนใจกว่า สุดท้ายเราต้องการคนจับปลาเป็นมากกว่าคน มีปลาเยอะไม่ใช่เหรอ

• ไม่ใช่การทุ่มเททุกสิ่งอย่างเพื่ออีกคน แต่เป็นการบาลานซ์ระหว่างการทุ่มเทเพื่ออีกคนนึงกับการรักตัวเองให้มากพอที่อีกคนจะเห็นคุณค่าและมีความสุขที่อยู่ด้วย

• ความสำคัญของหน้าตาของผู้ชายแปรผกผันกับอายุตัวเองที่มากขึ้น และความดูดีไม่จำเป็นต้องเป็นปัจจัยสำคัญอีกต่อไปเมื่อเข้าใจว่าเดี๋ยวหน้าตาดีๆนี้ก็เปลี่ยนไปอยู่ดี (ส่วนมากเพราะผมที่หายไป)

• ความอบอุ่นที่ดีที่สุดที่สามารถจะได้รับในความสัมพันธ์คือ ความรู้สึกว่าคนๆนั้นจะไม่ไปไหน ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น รถชน ขาขาด จิตป่วย ล้มละลาย เพราะมันแปลว่าคนๆนั้นไม่ได้รักคนๆนึงที่องค์ประกอบภายนอกของคนนั้น แต่รักที่ความคิดและตัวตนจริงๆข้างใน
SHARE
Writer
Kapautravelbag
WRITER l EXPLORER
นักเขียนและนักเดินทางที่หยุดอยู่กับที่ไม่เป็นและเลิกจับปากกาไม่ได้ ผลงานเล่มแรก The Lucky Layoff - โชคดีที่ตกงาน https://minimore.com/b/lucky-layoff เก็บเกี่ยวเรื่องราวจาก 44 ประเทศของการเดินทางและ 4 ครั้งของการย้ายถิ่นฐาน ปัจจุบันยึดฮ่องกงเป็น "บ้าน" ชั่วคราว

Comments

Yellowhcrm
3 years ago
ชอบข้อการตลาดที่สุด
Reply
Kapautravelbag
3 years ago
ขอบคุณค่า
MonthiraFern
3 years ago
ชอบบบ
Reply
Kapautravelbag
3 years ago
ขอบคุณน้าาาา 
Shopkeeper
3 years ago
มีคำถามย้อนแย้งนิดนึง
เป็นเรื่องสมมตินะครับ
ไม่ต้องตอบจริงจังก็ได้

คือข้อสุดท้าย
"เพราะรักที่ความคิดและตัวตน"
มีหนังเรื่องนึงที่นางเอกเป็นคุณแม่ที่กำลังเป็นอัลไซเมอร์ ค่อยๆลืมไปเรื่อยๆ แม่แต่ลูกสาวกับสามี

ถ้าวันนึงตัวตนของเราหายไป ทั้งความทรงจำ ความคิดอ่าน กลายเป็นใครก็ไม่รู้แบบนั้น
คนที่เขาเคยรักเราแบบเก่า จะยังรักเราอยู่ไหมครับ?
Reply
Kapautravelbag
3 years ago
ดีค่ะ ชอบให้คนคิดคนถาม เราได้คิดต่อไปด้วย คำถามดีและยากจัง ขอลองตอบตามความคิดตัวเองล้วนๆนะ

เราว่าตัวตนเราที่เป็นเราจริงๆยังงัยก็ยังคงอยู่แม้จะเป็นอัลไซเมอร์ อันนี้คิดเอาจากหนังบางเรื่องที่ดู The Notebook หรือ Alice เบสิคที่เราลืมไปด้วยซ้ำว่าเราเป็นคนอย่างนี้ อาจจะเช่นชอบดอกไม้ รู้สึกอารมณ์ดีเมื่อเห็นโดยตัวเองก็ไม่เข้าใจ เมื่อเด็กเกิดมาแต่ละคนก็มีนิสัยติดตัวตั้งแต่แรก 

ทีนี้คนรักเราจะยังรักเราหรือเปล่าหากเราลืมความคิดความอ่านของตัวเอง เราว่าขึ้นอยู่กับตัวตนตัวเองแต่ต้นกำเนิดกับตัวตนตัวเองที่พัฒนาขึ้นจากการเติบโตและประสบการณ์ต่างกันมากขนาดไหน แล้วคนรักเรารักที่ตัวตนไหนของเรากันแน่ บางคนเดินทางมาไกลจากตัวเองที่เคยเป็นด้วยสภาวะสังคมหรืออะไรก็ตามที่กดดัน คนใหม่ก็ใช่ตัวตน แต่ไม่ใช่ตัวตนดั้งเดิมทั้งหมด หากเรารักกันที่ตัวตนที่แท้จริงของเรา และเราก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปมากจากสิ่งที่ตัวเองเป็น เราว่าคนรักกันคงไม่เลิกรักกันหรอก

แต่ไม่เลิกรักก็ไม่ได้แปลว่าไม่เครียดหรือรำคาญ อันนี้ต่างกัน อัลไซเมอร์สร้างความเดือนร้อนให้คนรอบข้าง ถึงจะรักขนาดไหนแต่เราเข้าใจว่าความเป็นจริงคนนั้นไม่สามารถดูแลเราได้ตลอดหรอก ต้องหาคนมาช่วยดูแล แต่นั่นไม่ได้แปลว่าเขาเลิกรักเลย

ประมาณนี้คิดว่างัยคะ
Reply
khaikung
3 years ago
คิดว่าเรื่องของผู้หญิงก็ซับซ้อนพอๆกันเลย :D
Reply