ภูเก็ตซิตี้...เมืองนี้พี่ไม่มีลืม
        
           
คุณเคยไหม………กับประสบการณ์กินอาหารที่โชกโชนด้วยเรื่องราวทั้งเศร้าและสุขปนกันไปมา ยำจนเกิดเป็นความทรงจำที่ไม่สามารถลืมได้ มา!! วันนี้เราจะมาเล่าสู่กันฟังกันแบบฟรีๆ โดยเรื่องราวทั้งหมดนี้ยังไม่ได้รับการถ่ายทอดให้ใครฟังเลย ดังนั้น ยินดีด้วย “ คุณ คือ คนที่พิเศษสำหรับฉันจริงๆ ”
      
               เรื่องราวทั้งหมดนั้นเกิดมาจากที่ครอบครัวตัวตุ่นของเราได้ออกไปเผชิญโลกภายนอกกันตามประสาครอบครัวคนขี้เกียจ จะเรียกว่า ติดบ้าน ก็คงจะไพเราะเกินไป อย่าหาว่าเกินจริงเลย นับประสาแค่ 7-11 ที่อยู่หน้าหมู่บ้าน เดินไปไม่กี่นาทีก็ถึง ครอบครัวของพวกเราก็ไม่คิดแม้จะแตะเท้าเดินออกไปเลยด้วยซ้ำ เชื่อยังว่าครอบครัวของฉันติดบ้านจริงจัง แต่เหตุการณ์ครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นกับร้านอาหารแถวบ้านหรอกนะ มันก็ต้องมีบ้างที่ครอบครัวฉันได้ออกไปเที่ยวตามประสาคนทำงานหนักและอยากพักผ่อนขั้นแรงกล้า จึงชวนกันโบกมือลาชานเมืองที่พวกเราอาศัยอยู่ ออกไปผจญภัยกลางสายน้ำและมหาสมุทรอันกว้างใหญ่ไพศาล นี่ก็เว่อร์ไปT_T  เราไปภูเก็ตกันจ้า บางคนอ่านมาถึงตรงนี้แล้วอาจจะบอกว่า “อะไรว่ะ! ไปทั้งทีไปแค่ภูเก็ตเนี่ยนะ โถ่ว นึกว่าไปต่างประเทศซะอีก พูดเว่อร์จัง” คุณคะ แม้ได้ไปแค่ภูเก็ตก็ดีต่อใจมากแล้วคะคุณ สำหรับครอบครัวของฉันที่แม่และพี่ได้ถวายตัวเป็นทาสของงานไปนานแล้ว ได้ไปแค่นี้ก็ดีแค่ไหนแล้ว(ปลอบใจตัวเองไปวันๆ) เราไปภูเก็ตกัน 3 วัน 2 คืน ทริปที่เราไปนี้ก็ธรรมดาๆไม่ได้เลิศหรูอะไร วันแรก ตามโปรแกรมก็เที่ยวชมตัวเมืองภูเก็ตกับไกด์ที่เชี่ยวชาญ กินอาหารพื้นเมืองของจังหวัด พีคสุด คือมันอร่อยและไม่แพงมาก เมนูแนะนำที่ห้ามพลาดเมื่อไปภูเก็ต นั่นคือ

             + หมี่ฮกเกี้ยน คล้ายก๋วยเตี๊ยวในกรุงเทพฯ แต่เส้นจะเป็นเส้นคล้ายโซบะ ใหญ่ นุ่ม อร่อย ยิ่งสั่งเป็นต้มยำแล้วด้วย ยิ่งแซ่บหลาย มีทั้งแบบแห้ง(ผัด)และแบบน้ำ พร้อมทั้งใส่เกี๊ยวกุ้ง , กุ้ง , กากหมู, หมูแดง ทานกับผักเล็กน้อย แต่จะไม่ใส่ถั่วงอก คงไม่ต้องบอกว่า อาหารมื้อนี้รสชาติกลมกล่อมยิ่งนัก เหมาะแก่สายชิวเว่อร์เหมือนครอบครัวของเรา

             + ปอเปี๊ยะสดฮกเกี้ยน บอกเลยว่าเด็ดตรงน้ำจิ้มและไส้ที่อัดแน่นกันมากมาย นี่ขนาดพิมพ์อยู่ ยังสัมผัสได้ถึงรสชาติของมันอยู่เลย ห้ามพลาดจริงๆคะอันนี้

             + โลบะ  นี่คือที่สุดของที่สุดจริงๆ มันคือเนื้อหมู ที่มีเครื่องในหมูรวมมาด้วย ต้มกับน้ำพะโล้ที่เข้มข้น ผสมเข้ากับซีอิ้วดำนิดหน่อยพอเป็นพิธี แล้วทอดด้วยน้ำมันจนผิวด้านนอกกรอบ แต่เนื้อในยังคงความนุ่มของเนื้อไว้ จิ้มกับน้ำจิ้มรสเด็ดของแต่ละร้าน บอกแล้ว มันดีต่อใจจริงๆคะ

            นอกจากเมนูด้านบนแล้วก็ยังมีสะเต๊ะหมู เนื้อหมูสีเหลืองแน่นๆที่ผ่านการปิ้งจนมีกลิ่นหอม จิ้มกับน้ำจิ้มรสชาติเข้มข้น ฟินไปสิ ฟินให้หายอยากเลย มาถึงภูเก็ตทั้งที แหล่งชาอร่อยอยู่ในมือเราแล้ว ฉันว่า ไหนๆก็ออกมาจากเมืองที่แสนวุ่นวายแล้ว เราไม่ต้องกินร้านชาที่เน้นแต่บรรยากาศแต่รสชาติไม่ได้เรื่องกันสักที แต่จงเดินหาร้านที่เป็นรถเข็นเก่าๆแต่ทรงเสน่ห์ หรือไม่ก็ร้านชาอาบังดั้งเดิม นั่งจิบรสชาติของชาและอินกับบรรยากาศข้างทางจะดีกว่า มื้อแรกของเราก็จบลงด้วยความอิ่มอร่อยปิติยินดีกับรสชาติอาหารพื้นเมืองกันเรียบร้อย

            เวลาช่างเดินเร็วเมื่อมาเที่ยวจริงๆ และแล้ววันที่ 2 ก็เริ่มต้นขึ้น โปรมแกรมทัวร์ของเราวันนี้จะไปนั่งเรือเที่ยวชมเกาะต่างๆที่สวยงาม และมีกิจกรรมที่ฉันและพี่ตั้งหน้าตั้งตารอคอยที่สุด นั่นก็คือ การดำน้ำในน้ำทะเลสีฟ้าใส ที่ต้องนั่งเรือกันถึง 2 ชั่วโมงครึ่งกันเลยทีเดียวกว่าจะได้ดำน้ำ มันเป็นประสบการณ์ที่คนทุกคนที่ได้ลงไปไม่มีวันลืมแน่นอน เหมือนเราถูกปลดปล่อยจากอะไรสักอย่าง แล้วได้ลอยตัวอยู่ในทะเลที่กว้างใหญ่ เพียงมองก้มลงไปก็จะเห็นฝูงปลามากมาย เหมือนกับในการ์ตูนเรื่อง ปลานีโม่และดอร์รี่ ไม่อยากจะคิดเลยว่า ถ้านางเงือกมีจริงจะน่าอิจฉาขนาดไหน อิสระในท้องทะเลก็คงจะเป็นของพวกเธอทั้งหมด ต่อไปเป็นมื้อที่ 2 ที่เราอยากบอกต่อ ลืมบอกไปว่าเรือที่เราขึ้นมาเป็นเรือเฟอร์รี่ ซึ่งภายในกว้างขวางและใหญ่มาก มี 3 ชั้น มีโซนที่เป็นที่นั่งแอร์ด้วย 
เรือลำนี้เกือบดีไปซะหมด เว้นแต่ ผู้โดยสารที่มากับครอบครัวฉันเป็นฝรั่งตาน้ำข้าวกันหมดเลยจ้า มาหมดทั้งจีน เมกา อังกฤษ แขกก็มีแต่ส่วนน้อย คนไทยนี่ยิ่งน้อยกว่า ถ้า    ไม่นับรวมไกด์ที่พามา และคนขับเรือ ก็มีแต่ครอบครัวฉันนี่แหละจ้าที่เป็นคนไทย  เห้ย! นี่ฉันมาเที่ยวภูเก็ตทะเลของประเทศไทยนะ
            ทำไมทั้งลำถึงมีแค่เรา 4 คนล่ะ ร้องไห้แปรบ แอบคิดในใจว่า คนไทยเค้ามาเที่ยวภูเก็ตกันแล้วหรอ? เค้าเที่ยวกันแต่ต่างประเทศใช่ไหม? งงกันไป........ช่วยไม่ได้ ฝรั่งก็ฝรั่ง(ใจดีสู้ฝรั่งจริงๆเลยเรา) หลังจากดำน้ำเสร็จ ไกด์ก็พาเราไปทานอาหารกลางวันที่กระบี่ ข้ามจังหวัดกันเลยทีเดียว มื้อนี้ไม่มีเมนูพิเศษอะไร ทุกเมนูสามารถหากินได้ในประเทศไทยทุกๆภาค ร้านอาหารเป็นแนวโต๊ะจีน ที่ต้องนั่งให้ครบทุกที่นั่ง แต่ที่พีคสุดๆเลย ก็คือ ครอบครัวเราได้ไปนั่งกับฝรั่งที่รายล้อมรอบๆตัวเรามากถึงมากที่สุด คือทุกโต๊ะไม่มีคนไทยเลย ยกเว้นพนักงาน ความรู้สึกตอนนั้น คือ กินอะไรไม่ค่อยลง อึดอัด ไม่อยากกินเลยนี่พูดจริง แต่ก็ต้องกินเพื่อความอยู่รอด อาหารพอใช้ได้ แต่บรรยากาศติดลบ55555 ก็ไม่ได้อะไรกับฝรั่งหรอกนะ แต่ไม่ชอบแบบนี้อ่ะ และแล้วมื้อที่ทรมานที่สุดก็จบไป เชื่อสิ ฝรั่งต้องแอบนินทาอะไรพวกเราบ้างล่ะ ต้องมีแน่ๆ55555 นั่งเรือกลับอีก 2 ชั่วโมงครึ่ง.......หิวพอดี

               พูดตรงนี้เลยว่ากินอาหารมื้อกลางวันไม่อิ่ม5555 มามื้อเย็น แม่ของพวกเราเลยจัดซะหน่อย โชคดีที่โรงแรมของเราใกล้กับตลาดในตัวเมืองภูเก็ต ครอบครัวเราจึงตัดสินใจเดินหาร้านอาหารรสเด็ดแถวตลาดดู เดินได้ประมาณ 20 นาที ก็ถึงตลาดสดของตัวเมืองภูเก็ต ที่มีแต่ร้านอาหารสดๆจากทะเล ไม่รอช้า ครอบครัวฉันเดินชาร์ตเข้าไปในร้านข้างถนนร้านหนึ่งโดยเร็ว ร้านนั้นขายอาหารตามสั่ง แต่มีอาหารทะเลวางล่อตาล่อใจอยู่ตรงหน้า จัดสิคะรออะไร! อาหารที่เกี่ยวกับทะเลพวกเราจัดมาหมดคะ ระหว่างที่รออาหารอยู่นั้น ตาของพ่อก็เห็นร้านโรตีร้านหนึ่งเข้า
 ใช่แล้ว! มาภูเก็ตทั้งที จะไม่ทำอะไรก็ได้ แต่คุณจะไม่กินโรตีไม่ได้!!
               ว่าแล้วพ่อก็ลุกไปสั่งโรตีใส่กล้วยกับไข่มา เป็นไปตามคาด รสชาตินี่คงไม่ต้องพูดถึง นุ่มลิ้น เนื้อนิ่ม ผสมกับนมข้นแล้วยิ่งเพิ่มพูนความอร่อย การมาภูเก็ตครั้งนี้ไม่เสียเปล่าจริงๆ รู้ซึ้งถึงคำว่า รสชาติดั้งเดิมมันเป็นยังไง สรุปว่า อาหารมื้อนี้สามารถทดแทนมื้อกลางวันได้ดีเยี่ยมจริงๆ คืนนั้นฉันจึงนอนหลับฝันหวานเชียวล่ะ

               มาถึงวันสุดท้ายของทริปภูเก็ตกันแล้ว รวดเร็วดั่งสายฟ้าฟาด โปรแกรมทัวร์ของวันนี้ไปนั่งเรือ(อีกแล้ว) ชมทะเลที่พังงา ซึ่งมีเกาะต่างๆมากมาย แต่ก่อนที่จะไปขึ้นรถตู้พาเที่ยว เราต้องมากินอาหารที่ทางโรงแรมได้จัดไว้เสียก่อน เป็นบุฟเฟ่ต์ รสชาติพอใช้ได้ แต่!บังเอิญว่ามีทัวร์จีนมาลง เราเลยต้องกินอาหารกับคนจีน บอกไว้เลยน่ะ ว่าคุณต้องมาสัมผัสให้ได้ คือตั้งแต่เดินเข้ามา ตักอาหาร นั่งกิน นี่คือยังไม่เลิกคุยกันเลย ไม่มีเสียงเงียบหรือเว้นหายใจเลยแม้แต่ช่วงเดียว ที่สำคัญคุยกันดังมาก เน้นว่า ดังมาก ดังจนน่ารำคาญ เป็นฝ่ายเราที่ต้องรีบกินให้อิ่มๆจะได้ออกไปเซฟใยแก้วหู เห้อ!!ประสบการณ์ชีวิตของฉัน สุขเศร้าเคล้าน้ำตาดีเสียจริง แต่ชีวิตคงยังไม่ถึงทางตันจริงๆอ่ะแหละ หลังจากที่เราได้ไปที่พังงากันแล้ว มื้อกลางวันของวันนั้น เราแวะที่ร้านอาหาร ปันหยี อย่างที่รู้กันดี ว่ามีหมู่บ้านที่สร้างขึ้นใจกลางทะเล นั่นก็คือหมู่บ้านปันหยีที่ทรงเสน่ห์นั่นเอง ใครจะไปเชื่อว่ามีอยู่จริง เหมือนกับในนิยาย ที่มีบ้านลอยอยู่กลางทะเลสีฟ้าคราม แถมยังมีโรงเรียนในนั้นอีก กลับมาพูดถึงร้านอาหารปันหยี ไม่น่าเชื่อว่า ครั้งนี้ เรามีผู้ร่วมทริปเป็นคนไทยแล้ว คือดีใจมาก มันบอกไม่ถูก เหมือนมีเพื่อนในยามยากไร้ ประมาณนั้น เพราะมาภูเก็ตหาคนไทยยากมากจริงๆให้ตายสิ อาหารมื้อนั้นเลยอิ่มและอร่อยเป็นพิเศษ

              ทริปภูเก็ตของครอบครัวเราก็ได้จบลงด้วยดี ได้รับประสบการณ์ที่น่าเหลือเชื่อมากมาย จงจำไว้ว่า ถ้าคุณไม่ลองเองแล้วคุณจะรู้หรอ แล้วคุณจะได้อะไรดีๆนอกจากความทรงจำและประสบการณ์ หลังจากจบทริปกินนี้ จะเห็นได้ชัดว่า ความโชคดีมักจะมาเร็วไปเร็วเสมอ แต่มันไม่เคยจะไม่มาเลย เพียงแค่รอเวลาที่เหมาะสมเท่านั้น และ ในความโชคร้าย ก็ยังมีความโชคดีอยู่ ชีวิตของเราก็เป็นธรรมดาที่ต้องมีขึ้นๆลงๆบ้าง จะได้สนุกและมีเรื่องเล่าอย่างในเรื่องสั้นเรื่องนี้



SHARE
Writer
Mneec
Collecter
👌

Comments