โตมากับ 'ตา'
     ความทรงจำตอนเด็กๆของฉันเป็นความทรงจำที่ดีเสมอ ฉันจำเรื่องราวหรือรายละเอียดปลีกย่อยได้ไม่แม่นยำนัก รู้แค่ว่าเมื่อไหร่ที่ความทรงจำเหล่านั้นแว๊บเข้ามา ฉันจะรู้สึกดี และยิ้มทุกครั้ง

     เมื่อก่อนฉันอยู่บ้านเช่าหลังเล็กๆในซอยแคบๆแห่งหนึ่งกับพ่อแม่ ข้างๆบ้านของฉันก็เป็นบ้านเช่าเช่นกัน ตากับยายของฉันอาศัยอยู่หลังข้างๆนั้น 

     พ่อกับแม่ไปทำงานแต่เช้า ฉันจะตื่นมาตอนสายๆประมาณ8โมง ก็ไม่เจอใครแล้ว กิจวัตรประจำวันคือเดินไปหาตากับยายที่บ้านหลังข้างๆ เพื่อไปให้ยายอาบน้ำแปรงฟัน ป้อนข้าวให้ และตาก็รับหน้าที่เป็นไกด์นำเที่ยว อุ้มไปบ้านคนนู้นทีคนนี้ที 

     เอกลักษณ์ประจำตัวของตาคือ มีแขนข้างเดียว ..ตอนนั้นฉันไม่รู้ว่านั่นเรียกว่าพิการ ไม่ได้รู้สึกว่าประหลาดอะไร 

     เวลาตามารับฉันที่โรงเรียน เพื่อนๆในโรงเรียนมักจะมองตาด้วยสายตาแปลกๆ บ้างก็หัวเราะ ...ฉันโมโหมาก แต่ทำอะไรไม่ได้ ก็เลยวิ่งเข้าไปกอดแขนที่เหลืออยู่อีกข้างหนึ่งของตาแน่น แล้วร้องไห้ ตาถามว่าใครแกล้ง เกิดอะไรขึ้น ฉันไม่ได้ตอบอะไร เอาแต่ร้องไห้จนถึงบ้าน


     ฉันจำเมนูประจำที่ตาทำให้กินได้ ตาชอบเจียวไข่ให้กิน เป็นไข่เจียวที่ไม่เคยเป็นแผ่นสวยงามเหมือนที่ยายเจียวให้เลย ตาจะใส่น้ำลงไปในไข่เยอะมาก เวลาเจียวเสร็จออกมา จะได้เป็นไข่เจียวแบบนิ่มๆแตกๆ ดูท่าตาจะภูมิใจมากเป็นพิเศษ คอยถามเสมอว่าวันนี้จะกินไข่เจียวฝีมือตาอีกมั้ย จะเจียวให้กิน ฉันจำรสชาติไข่เจียวนั่นไม่ได้ แต่ฉันกินหมดทุกครั้งที่ตาทำให้ 

    ตาจะคอยแปลงร่างเป็นรถยนต์บ้าง เครื่องบินบ้าง ช้าง ม้า วัว ควาย ตาเป็นให้ฉันได้หมด แล้วแต่ว่าวันนั้นฉันอยากขี่อะไร อยากเล่นแบบไหน 

     ตาชอบขับรถพาไปเที่ยวต่างจังหวัดด้วยรถกระบะคันสีขาวขึ้นสนิมเล็กน้อย รถเป็นระบบเกียร์ธรรมดา ตามีแขนเหลืออยู่ข้างเดียวก็จริง แต่ก็สลับหน้าที่จับพวงมาลัยบ้างคันโยกบ้างได้อย่างคล่องแคล่ว ฉันจะเอาเรื่องนี้ไปโม้ให้เพื่อนที่โรงเรียนฟังเสมอว่า 'ต่อให้ตาของฉันมีแขนข้างเดียว แต่ก็ขับรถเก่งมากๆ' ...เวลาขับผ่านท้องทุ่งนาสวยๆ หรือมีวัวมีควายอยู่ตามข้างถนนเป็นฝูงๆ ตาก็จะจอดรถ และเปิดกระจกให้ฉันดูจนกว่าฉันจะพอใจ

     เวลาที่ฉันนอนกลางวัน ตาจะเป็นคนนอนเฝ้า ห่มผ้าห่มให้ คอยปัดแมลง ยุง ไม่ให้มาใกล้ตัวฉัน 

     มีวันหนึ่งฝนตกหนักมาก หลังบ้านฉันเป็นดิน เวลาฝนตกหนักๆดินจะทรุดตัว กลายเป็นแอ่งน้ำขนาดใหญ่ ตาฉันอุ้มฉันไปเล่นที่แอ่งน้ำนั้น 

     ตาบอกกับฉันว่านี่คือสระว่ายน้ำของฉัน ฉันดีใจมาก เพราะฉันเคยได้ยินเพื่อนที่โรงเรียนเล่าให้ฟังว่าที่บ้านมีสระว่ายน้ำ ฉันก็อยากมีบ้าง เล่าให้แม่ฟัง แม่ก็บอกว่าสร้างไม่ได้ แม่ไม่มีเงินมากพอ

     แต่ตอนนี้ฉันมีแล้ว ..ฉันเล่นตั้งแต่บ่ายยันตะวันเริ่มตกดิน แล้วความทรงจำของฉันก็จางหายไป ฉันจำไม่ได้ว่าเกิดอะไรขึ้นต่อจากนั้น

      ในหมู่บ้านมีสนามเด็กเล่นเล็กๆอยู่ ตอนเย็นๆตาจะจูงมือฉันไปเล่นที่นั่นทุกวัน ฉันชอบเล่นชิงช้าที่ตาเป็นคนไกวให้ และชอบนั่งมองเครื่องบินที่แล่นผ่านแผ่นฟ้าสีส้มอ่อนในเวลาเย็น วันไหนโชคดีหน่อยก็จะได้เห็นเครื่องบินแล่นผ่านฟ้าหลายลำเลย

     ตาชี้ให้ฉันดู และถามว่า อยากขึ้นไปนั่งไหม ฉันบอกว่าอยาก ฉันอยากขึ้นไป ตาจะซื้อให้เหรอ? ตาหัวเราะแล้วบอกว่า ตาไม่มีเงิน แต่ตาพาไปนั่งเครื่องบินแบบบนฟ้านั้นได้ ฉันดีใจมาก รีบกลับบ้านไปเล่าให้แม่ฟังว่าตาจะพาไปนั่งเครื่องบิน แม่หัวเราะแล้วหันไปคุยกับพ่อว่า ตานี่ก็พูดให้ความหวังหลานไปเรื่อย ลูกมันจะเสียใจเอา ..แล้วฉันก็จำเหตุการณ์ต่อจากนั้นไม่ได้อีกเช่นเดิม

     พอโตมาสักหน่อย ฉันก็เพิ่งรู้ว่า'ตา' ไม่ใช่ 'ตา' ของฉัน "ตาของเราจริงๆเสียไปตั้งแต่แม่อยู่ม.3นู้น" แม่บอกกับฉันแบบนั้น ..

     ความรู้สึกตอนนั้นคือ นิ่ง ไม่แปลกใจ ไม่เสียใจ ไม่ตกใจ ไม่ผิดหวัง ไม่รู้สึกอะไรเลย ความรู้สึกที่ยังมีอยู่แน่นอน คือ 'ฉันรักตาของฉัน' ไม่ว่าฉันจะรู้เรื่องราวอะไรต่อมิอะไรเพิ่มขึ้นมากมายอีกสักแค่ไหน ความรู้สึกของฉันยังคงเดิม


      มีช่วงหนึ่งที่ตาไม่สบายหนักมาก ตอนนั้นฉันปิดเทอมพอดี ฉันจึงมีหน้าที่ดูแลตาระหว่างที่ตาเข้าออกโรงพยาบาล ตอนนั้นฉันอายุแค่9ขวบ เพิ่งเริ่มทำกับข้าวเป็นแค่จำพวกอาหารง่ายๆ เช่น ไข่เจียว ไข่ต้ม ข้าวผัดไข่ ..ฉันจำได้ว่าฉันทำข้าวผัดไข่ให้ตากินทั้ง3มื้อเลย เช้า กลางวัน และเย็น ตาชมตลอดว่าฉันผัดข้าวผัดอร่อย กินเท่าไหร่ก็ไม่เบื่อ 

     แต่พอฉันลองผัดให้น้องกินบ้าง น้องฉันบอกว่ามันไม่อร่อยเลย 
     
     เย็นวันนั้นแม่กลับมาจากตลาดแล้วเล่าให้ฟังว่าตาไปโม้ให้เขาฟังทั้งตลาดเลยว่าหลานผัดข้าวให้กิน อร่อยมาก แม่พูดไปยิ้มไป 

     ฉันในตอนนั้น ...มองตากินข้าวผัดไข่ที่ฉันทำ จะมีภาพทรงจำหนึ่งผุดขึ้นมาตลอด เป็นภาพที่ตายกจานไข่เจียวหน้าตาประหลาดๆมา แล้วบอกให้ฉันกินเยอะๆ จะได้โตไวๆ บางครั้งฉันกินข้าวหกเลอะเทอะตาก็คอยเช็ดคอยถูให้ 

     ตอนนี้ก็เช่นกัน ตาอายุมากแล้ว สายตาไม่ดี กินข้าวหกเลอะเทอะเหมือนฉันตอนเด็กๆไม่มีผิด ฉันก็คอยเช็ดคอยถูเหมือนที่ตาเคยทำ ภาพทรงจำเหล่านั้นเป็นเสมือนภาพซ้อน 

     ฉันมองตากินข้าวไปเรื่อยๆ ...ภาวนา ขอให้ตาอยู่กับฉันไปอีกนานแสนนาน

     


     เข้าสู่วัยที่ฉันเรียนมัธยม ตากับยายของฉันกลับไปอยู่ต่างจังหวัดได้หลายปีแล้ว ตามาเยี่ยมฉันที่กรุงเทพบ้างเป็นครั้งคราว ก่อนตาจะกลับ ฉันชอบแอบเอาเงินเก็บของตัวเอง ยัดเข้าไปในกระเป๋ากางเกงของตา มันอาจจะไม่มากนัก แต่ฉันอยากให้ หลายครั้งที่ตาจับได้ แล้วบ่นฉัน "ไม่ต้องเอามาให้ตาหรอก หนูเก็บไว้ใช้เองนะ" ..แต่ฉันก็แอบทำแบบนั้นอยู่ทุกครั้งไป

          อยู่ๆวันหนึ่ง พ่อของฉันก็โทรมาระหว่างที่ฉันเรียนอยู่

"ตาเสียแล้ว" 

...


       ฉันไม่ได้ตอบอะไร และวางสายไป ...อธิบายไม่ถูกว่าตอนนั้นความรู้สึกมันคืออะไร ข้างในโหวงแปลกๆ แต่น้ำตาไม่ไหล 

        ในหัวมีแต่ภาพของตากับเรื่องราวตอนเด็กๆ 
' ช่วงเวลาที่ฉันอยู่กับตา มีแต่ความสุขและเรื่องราวดีๆ
ทั้งนั้น เสียดายที่มันจะไม่เกิดขึ้นอีก ...จะไม่ได้เจอตาอีกอีกต่อไปแล้ว ' ฉันคิดแบบนั้น

     ในขณะที่ทุกคนกำลังสวดศพกันอยู่ในศาลา ฉันไม่มีสมาธิเท่าไหร่นัก ฉันนั่งมองร่างไร้วิญญาณของตาที่นอนอยู่ หน้าของตาตอบลงมาก ไม่เหมือนตาคนเดิมที่ฉันเคยเจอ และมองแขนที่เหลืออยู่ข้างเดียวนั่น ..ฉันร้องไห้เงียบๆอยู่คนเดียว


     ยายบอกกับฉันที่หลังว่า วันนั้น วันที่ตาพาไปเล่นที่แอ่งน้ำหลังบ้าน ตาแวะมาเอานมให้ฉันที่บ้าน พอเดินกลับไป ฉันจมน้ำ เพราะเดินไปตรงที่น้ำลึก ตาตกใจมาก กระโจนตัวลงน้ำไปช่วยฉัน 

"ตาเอ็งแขนก็มีอยู่ข้างเดียว น้ำก็ลึก ไม่รู้เขาไปช่วยเอ็งมาได้ยังไง ว่ายน้ำอีท่าไหนไม่รู้ เอ็งเลยรอดมาเนี้ย"

"งานวันเด็กเมื่อปีนู้น ตั้งแต่เอ็งยังเล็กๆ อยู่ๆตาเอ็งก็บอกว่าจะพาหลานไปนั่งเครื่องบินฟรีที่กองทัพอากาศดอนเมือง แม่เอ็งไม่อยากให้ไป คนมันเยอะ กลัวตาพาเอ็งหลง แต่เขาก็พาไปจนได้ เขาบอกว่าเอ็งอยากนั่ง สัญญากับหลานไว้แล้ว ยังไงก็ต้องพาไป"

"ถึงเขาไม่ใช่ตาแท้ๆ แต่ตาเขารักเอ็งเหมือนลูกเหมือนหลาน เผลอๆเขารักเอ็งมากกว่าลูกหลานในไส้เขาด้วยซ้ำ อย่าลืมบุญคุณเขานะลูกนะ"

ฉันโผกอดยาย เพราะน้ำตาฉันไหล ..ไม่อยากให้ใครเห็น

"คิดถึงตาจังเลยยาย" ฉันบอกยาย

ยายลูบหัวฉันเบาๆ ไม่ได้พูดอะไรต่อ



แขนข้างเดียวข้างนั้นที่ดูแลฉันมาตลอด

แขนข้างนั้นที่คอยอุ้มฉันไปเที่ยวไหนต่อไหน

แขนข้างนั้นที่คอยขับรถรับส่งฉันไปโรงเรียน

แขนข้างนั้นที่ห่มผ้าห่มให้ฉัน

แขนข้างนั้นที่เจียวไข่ให้ฉันกิน





ขอบคุณนะตา
ตาของหนูดีที่สุด
คิดถึงตามาก มากจริงๆ

สักวันหนึ่ง เราจะได้เจอกันนะคะ












รักตาเสมอและตลอดไป



                                         
           


                                                             :     )



                  


     






SHARE
Written in this book
ผ่านมาแล้วยังไม่แล้วไป
ตกตะกอนเรื่องราว ตกตะกอนความคิด ตกตะกอนความรู้สึก

Comments

GirlHappin
3 years ago
อ่านแล้วแอบยิ้มปนๆซึ้ง 
คุณตาของคุณคงจะมีความสุขนะคะ ที่คุณจำความทรงจำดีๆระหว่างท่านกับคุณได้ 
Reply
nnaomi
3 years ago
ระหว่างที่เขียนก็พยายามนึกคำพูดของตา ความทรงจำเก่าๆที่มีกับตาอยู่เหมือนกันค่ะ ผ่านมาหลายปีมากแล้ว บางช่วงก็จำได้แค่ลางๆ เท่านั้น บางเหตุการณ์บางคำพูดก็ไม่แม่นยำเท่าไหร่

ขอบคุณที่อ่านนะคะ :)