เมื่อผมได้เป็นแฟนกับคนญี่ปุ่น
(เรื่องนี้เป็นเรื่องปัจเจกบุคคล ไม่ใช่คนญี่ปุ่่นทุกคนจะเป็นแบบนี้)
สวัสดีครับผู้อ่าน... หลาย ๆ คนอาจจะไม่รู้จักผม ผมขออนุญาตพูดถึง Background ของตัวเองสั้น ๆ เพื่อทุกคนจะได้เข้าใจถึงเรื่องที่ผมกำลังจะเขียน

ตอนนี้ผมเป็นนิสิตวิศวะอยู่ครับ เรียนจบช้ากว่าเพื่อน ๆ รุ่นเดียวกันหนึ่งปี เพราะว่าได้ไปเรียนที่ญี่ปุ่น 1 ปี เป็นชีวิตที่โลดโผน มีทั้งหวานทั้งขมผสมกันไป ตอนที่กลับมาเมืองไทยได้ไม่นาน จึงตกลงคบหาดูใจกับสาวญี่ปุ่นที่เป็นรุ่นน้องครับ และเรื่องของผมก็เริ่มจากตรงนี้

ผมเริ่มเรียนภาษาญี่ปุ่นครั้งแรกที่ญี่ปุ่นเลย ถืิอว่าเป็นช่วงเวลาที่ค่อนข้างลำบากพอตัวครับ เพราะว่าที่นั่นคนไม่ค่อยพูดภาษาอังกฤษกัน ทำให้การใช้ชีวิตประจำวันของผมค่อนข้างมีปัญหา ชีวิตหนึ่งปีในญี่ปุ่น เป็นช่วงชีวิตที่ผมหาไม่ได้ที่ไหนอีกแล้ว มันทั้งสวยงามและยับเยินในเวลาเดียวกัน (ผมอาจจะมาเล่าให้ฟังภายหลังครับ) 

พอผมกลับมาเมืองไทย เพื่อเรียนต่อให้จบ ผมจึงรวบรวมความกล้าทั้งหมด ขอคบหาดูใจกับผู้หญิงญี่ปุ่นคนนึง ซึ่งเป็นรุ่นน้องที่ค่อนข้างรู้จักกันได้สักพัก น้องคนนี้ให้ลุคแบบผู้หญิงญี่ปุ่นมาก ๆ แค่มองรูปร่างหน้าตา การแต่งตัว ก็รู้เลยว่าคนนี้คนญี่ปุ่นแน่นอน 

ผมก็นั่งคิดคำพูดอยู่หลายวัน ต้องเรียบเรียงคำพูดอยู่นาน เพราะว่าคนญี่ปุ่นค่อนข้างซีเรียสมาก และไม่ใช่ภาษาของตัวเองด้วย ยิ่งต้องระวังให้มากครับ สุดท้ายแล้ว เราก็ได้ตกลงคบกันทั้ง ๆ ที่เราทั้งคู่ก็รู้ว่าเราจะต้อง "ห่างกันแน่นอน" 

ช่วงแรก ๆ มันก็ดีทุกอย่างครับ ปกติดี แต่สิ่งที่เราได้ทำข้อตกลงกันเลยคือ

1. เราจะไม่เปิดเผยตัวในพื้นที่สาธารณะ รวมถึงในโลก social network ด้วย เราจะไม่โพสต์ถึงกัน เราจะไม่มีรูปคู่กันในนั้น จะมีแค่เพื่อนสนิทเท่านั้นที่รู้เรื่องราวของเราสองคน เธอให้เหตุผลว่า ไม่อยากให้คนที่ไม่สนิทมารับรู้เรื่องส่วนตัว ไม่อยากให้ครอบครัวของเธอได้รับรู้ด้วย

2. คำว่าสัญญาจะไม่ออกจากปากเป็นอันขาด ห้ามให้สัญญากันและกัน เพราะว่าถ้าทำไม่ได้ มันจะเหมือนคนที่ไม่มีสัจจะในคำพูด เธอบอกว่า "คิดจะสัญญาอะไร คิดให้ดี แต่จากปากฉันจะไม่พูดคำว่า "สัญญา" เป็นอันขาด"

นี่เป็นเรื่องเบื้องต้นที่ผมได้ตกลงกัน และผมก็รับได้กับทุก ๆ ข้อที่กล่าวมา

เมื่อไม่นานมานี้ ก็เป็นช่วง 就活(Job hunting) ที่ญี่ปุ่นพอดี มันเป็นเวลาที่เธอเองจะต้องตัดสินใจอนาคตของตัวเอง เธอบอกกับผมว่า "ฉันจะไม่ทำงานที่ญี่ปุ่นนะ ฉันตั้งใจว่าทำงานที่ต่างประเทศแน่นอน แต่น่าผิดหวังที่เราจะต้องห่างกันแบบนี้ไปเรื่อย ๆ" แปลได้ว่า ฉันไม่ทำงานญี่ปุ่นแน่นอน และก็ไม่ใช่ที่ไทยด้วย

คำพูดนี้ ทำให้ผมรู้สึกพูดอะไรไม่ถูก ในความคิดของผมมีสองด้านมาตีกัน 
- ด้านแรก คนทุกคนมีสิทธิทำในความชอบและรับผิดชอบความฝันของตัวเอง
- ด้านสอง แล้วเราจะเป็นยังไงต่อไป จะห่างกันไปเรื่อย ๆ แบบนี้ ?

ถึงตอนนี้ผมเองก็ถึงได้เข้าใจว่า ทำไมเธอถึงไม่เคยสัญญาอะไรเลย และทำไมถึงบอกให้ผมทำอย่างงั้นเหมือนกัน ผมบอกตรง ๆ ว่าผมก็ค่อนข้างรู้สึกโดดเดี่ยวในเมืองกรุง ทั้ง ๆ ที่ผู้คนมากมายรอบตัว 
มันเหมือนกับว่า เรามีคนที่เราคิดว่าเป็นคนที่สามารถอยู่ข้างๆ ได้ เป็นคนที่รู้กกันดี สนิทกัน ได้ดูแลกันและกันในเวลาที่ต้องการ แต่เราสองคน ไม่ได้มีสิ่งนั้นเหมือนคนอื่นเลย 

โดยสรุปแล้ว... เราทั้งคู่ควรจะโฟกัสในสิ่งที่ตัวเองควรทำในวันนี้ และของวันข้างหน้า โดยที่ไม่ต้องสนใจว่า สิ่งนั้นจะตอบโจทย์ของทั้งคู่หรือไม่ ส่วนความสัมพันธ์ก็คงปล่อยให้เป็นตามกลไลของธรรมชาติและความรู้สึก เราสองคนทำได้แค่ ยิ้มรับความสำเร็จ เส้นทางชีวิต และการตัดสินใจของกันและกัน... และนี่แหล่ะ ที่ผมคิดว่าเป็นชีวิตคู่จริง ๆ 

ผมเชื่อว่า สักวันเราจะตอบคำถามที่ค้างคาในใจได้...
เป็นกำลังใจให้คนรักที่อยู่ไกลด้วยเช่นกันครับ
SHARE

Comments

niceQ
9 months ago
ตัวผมเองเคยคิดจะไปเรียนต่อที่นู้นเหมือนกันครับ แต่กลัวตัวเองจะปรับตัวไม่ไหว ได้อ่านเรื่องของคุณก็ทำให้ผมมีกำลังใจจะต่อสู้กับปัญหาในชีวิตขึ้นเลย สู้ต่อไปครับ
Reply
Rosertic
9 months ago
ขอเป็นกำลังใจให้ครับ
Reply
Kiddee
9 months ago
เป็นกำลังใจให้นะคะ
Reply
Thecircle
9 months ago
เคยมีความรักระยะไกลเหมือนกันค่ะ แต่ของเรานี่อยู่คนละฝากของโลกเลย555
บางครั้งการที่เขาไม่ให้สัญญา เพราะว่ามันคือข้อผูกมัดดีๆนั่นแหละค่ะ ต่อให้ฝ่ายนึงลืมคำสัญญาไปแล้ว มันก็มักจะมีอีกฝ่ายนึงที่ยังจำมันได้ดีค่ะ
นี่ก็เคยสัญญากันค่ะ ว่าอีก2ปีหลังจากที่เรากลับจะกลับมาเจอกัน ไม่ว่าจะในฐานะอะไรกันก็ตาม
ใช่ค่ะ.. ความสัมพันธ์ของเราจบตั้งแต่เรากลับมาไทยเพียง2-3เดือน
ตอนนั้นเดือนพ.ค.ปี2016 เรากลับไปที่นั่นตอนสิ้นปี2018คร่อมยันปี2019 แต่เรากับเขาไม่ได้เจอกันค่ะ เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเรากลับมา555 เฟส ไอจี ไม่ได้ฟอลกันแล้ว แต่ก็โล่งค่ะ อย่างน้อยได้เจอครอบครัว เจอเพื่อน และอย่างน้อยเรากลับมาตามสัญญาแล้ว ไม่อะไรติดค้างอีกแล้ว :)
สู้ๆนะคะ รักทางไกลมันจะแข็งแรงค่ะ ถ้าทั้งสองฝ่ายเต็มใจและรักกัน อยู่ไกลกันแล้วพยายามหาเวลาคุยกับตลอดนะคะ ต่อให้ไกลกันมันก็เรื่องที่ต้องปรับเข้าหากันเรื่อยๆตลอดแหละค่ะ
Reply
nukku83
2 months ago
กลัวว่าเรื่องของเราก็จะเป็นแบบนี้...
Reply