50. ยำปลากระป๋องที่น้ำตกทอทิพย์
ฉันชอบเดินทางท่องเที่ยว ถ้าบอกว่าฉันได้สายเลือดนักเที่ยวมาจากทั้งคุณพ่อและคุณแม่ก็คงไม่ผิดนัก ทั้งๆที่ฉันเองก็จำไม่ได้ว่ามันเริ่มขึ้นตั้งแต่ตอนไหน

‘ดูสิ นี่ไงตุ๊กตาตัวนั้น’ ฉันพูดกับน้องสาว

ภาพถ่ายเก่าแก่จากกล้องฟิล์มตัวเก่งของคุณพ่อที่ภูทอกฟ้องว่าน้องสาวฉันเคยติด ‘น้องเน่า’ มาก เด็กผู้หญิงตัวเล็กๆสองคนยืนข้างกันคาดว่าน่าจะยังไม่เข้าอนุบาลด้วยซ้ำ ตั้งแต่จำความได้บ้านเราจะออกเที่ยวอย่างน้อยปีละสองครั้ง มีทริปยาวๆตอนสงกรานต์และปีใหม่ ทริปย่อยระหว่างปีอีกประปราย ซึ่งทั้งหมดเป็น Road Trip ภายในประเทศล้วนๆ ฉันกับน้องจึงเป็นเด็กที่ไม่เคยขึ้นเครื่องบินและไม่เคยเที่ยวต่างประเทศ (ยกเว้นชายแดนพม่า ลาว กัมพูชา)

ฉันชินกับการนั่งรถนานๆและจะมีความสุขเป็นพิเศษเวลาเห็นพระอาทิตย์ขึ้นในรถ
นั่นแปลว่าเรากำลังเดินทางไปที่ไหนสักแห่ง :)


ก่อนวันหยุดยาวฉันชอบถามคุณพ่อว่า 'คราวนี้จะไปไหนจ๊ะ’ คำตอบของคุณพ่อจะมาเป็นซีรีส์จังหวัด เช่น เพชรบูรณ์ พิษณุโลก เลยอีกนิดหน่อย หรือ ลำพูน ลำปาง เชียงใหม่ ซึ่งทริปที่ไม่เคยลืมเลยก็คือทริปขับรถลงใต้ยาวสองอาทิตย์กว่า ไล่เที่ยวตั้งแต่ชุมพร ระนอง สุราษฯ ไปจนถึงเบตงจังหวัดยะลา เป็นทริปที่ยาวที่สุด โหดที่สุด และถือเป็นการเที่ยวทิ้งทวนภาคใต้ เพราะหลังจากนั้นไม่นานก็มีข่าวระเบิดในสามจังหวัดชายแดนเป็นครั้งแรกและยาวต่อเนื่องมาจนทุกวันนี้ :(

หลังจากได้จังหวัดที่จะเที่ยวแล้ว คุณพ่อจะไปขอ ‘แผ่นพับ’ ที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ไม่รู้ว่าเคยเห็นกันหรือเปล่า ข้างหน้าจะเป็นชื่อจังหวัด ข้างในมีข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยว ที่พัก ร้านอาหาร งานเทศกาล เบอร์โทรโรงพยาบาล สถานีตำราจ เรียกได้ว่ามีทุกสิ่งทุกอย่างของจังหวัดนั้นๆอยู่ครบ ซึ่งคุณพ่อจะขอของจังหวัดที่จะไปและจังหวัดใกล้เคียงสำหรับ ‘เผื่อแวะ’ มาด้วย

คืนก่อนการเดินทางเป็นคืนจัดเตรียมของทุกอย่างให้พร้อม เราเดินทางด้วยรถกระบะยานพาหนะประจำครอบครัว หลังกระบะจะมีลังพลาสติกสำหรับใส่เสื้อผ้า ผ้าเช็ดตัว ผ้าห่ม ฯลฯ เวลาฝนตกจะได้ไม่เปียก ถังแก๊สปิคนิค ถังใส่น้ำจืด (กี่ถังขึ้นอยู่กับความยาวทริป) แกลลอนใส่น้ำดื่ม (คุณพ่อจะต้มน้ำใส่ไว้เป็นสิบแกลลอน) เต็นท์ ถังเก็บความเย็น ถังเก็บอุปกรณ์ครัว แค่นี้ก็ออกเดินทางได้แล้ว (บอกก่อนเลยว่าเที่ยวกับบ้านนี้ไม่มีสบาย ที่ต้องมีถังน้ำจืดเพราะอาบน้ำข้างรถก็ทำมาแล้ว!)

ถึงเวลาออกเดินทางคุณพ่อกลายเป็นคนขับรถโซโล่เดี่ยวเพราะไม่มีใครขับเป็น วิธีเที่ยวคือขับผ่านป้ายสถานที่เที่ยวไหนอยากแวะก็เลี้ยวไปตามนั้น เช่น ‘ถ้ำค้างคาว เลี้ยวขวา 50 โล’ ก็จะหันมาถามกันว่าอยากไปไหม ถ้าไม่รีบไปที่ไหนก็จะแวะตามทางไปเรื่อยๆ ระหว่างนั้นฉันจะคอยเปิดดู ‘แผ่นพับ’ เผื่อมีสถานที่ไหนน่าสนใจก็จะขับไป จุดหมายแต่ละวันส่วนใหญ่เป็นอุทยานแห่งชาติ มุ่งไปที่ลานกางเต็นท์ (บ้านพักเป็นบางที) แต่คุณพ่อกับคุณแม่ชอบกางเต็นท์มากกว่าเพราะประหยัด (ครั้งหนึ่งเคยขอหลวงพ่อกางเต็นท์นอนในวัด ใกล้ๆป่าช้าด้วย จำได้เลยว่ามีเมรุอยู่ไม่ไกล น่ากลัวมาก T-T) ยกเว้นว่าขับรถไปไม่มีที่กางเต็นท์จริงๆ ก็จะเปิดแผ่นพับหาที่พักราคาถูกหรือใช้หลักเจอที่ไหนแวะที่นั่น เอาแค่แบบนอนได้คืนหนึ่งเช้าก็ไปต่อ เราเที่ยวกันไปแบบนี้จังหวัดต่อจังหวัดจนหมดเวลาก็ขับรถกลับกรุงเทพ



แล้วเกี่ยวกับของกินตรงไหน?

วันนั้นเราขับรถมาเขาพะเนินทุ่งแต่เช้ามืดเพื่อจะดูทะเลหมอก สายๆหลังทะเลหมอกจางลง จุดหมายต่อไปคือน้ำตกทอทิพย์ มีทั้งหมด 9 ชั้น ขึ้นชื่อว่าเดินไกลและทางโหด ซึ่งคุณพ่อจะมีนิสัยเฉพาะอย่างหนึ่ง คือเวลาไปน้ำตกที่ไหนจะต้องขึ้นไปให้ถึงชั้นสูงสุด (มีอยู่ครั้งหนึ่งไปน้ำตกเขาชะเมา ทั้งหมด 8 ชั้น ตอนนั้นคือเดินไปจนถึงชั้นที่เจ็ดแล้วกำลังจะไปชั้นแปด ทางเดินเริ่มแคบ เดินไปเดินมาทางหาย ฉันกับน้องสาวร้องบอกว่าอยากกลับ คุณแม่ก็เริ่มห้าม คุณพ่อเดินนำจะไปต่อให้ได้ เดินข้ามน้ำตกแล้วไปเดินต่ออีกฝั่งหนึ่ง (แบบนี้ก็มีด้วยเหรอ) เจอต้นไม้ใหญ่ล้มขวางทางก็ปีนข้าม นึกว่าจะหลงป่าซะแล้วก็เดินไปจนเจอป้ายบอกชั้นที่ 8 จนได้) น้ำตกทอทิพย์ก็เช่นกัน จุดหมายอยู่ที่ชั้น 9 เดินไปไม่เห็นป้ายชั้น 9 ไม่กลับ! จำได้ว่าตอนเดินเข้าเป็นเวลาแปดโมงนิดๆ คุณพ่อถือกระติกน้ำไปกระติกหนึ่ง เดินไปเรื่อยๆ เรื่อยๆ เรื่อยๆ จนเดินไปไหนก็ไม่รู้ เทคนิคคุณพ่อคือเดินเลียบน้ำตกเข้าไว้ แต่ว่าทางเดินก็เริ่มรก ไม่เป็นทางเช่นเคย ทำอย่างไรได้ต้องเดินไปข้างหน้าเท่านั้น เราเดินไปเรื่อยๆจนมาเจอแม่น้ำ มีคนอยู่แถวนั้นสอบถามได้ความว่านี่คือแม่น้ำเพชรบุรี!! โอ้แม่เจ้า เดินเลียบน้ำตกมันมีสองทาง ไม่ขึ้นสูงไปชั้นบน ก็ลงต่ำไปแม่น้ำไงล่ะจ๊ะ =0= เดินไปเดินมาไหงมาโผล่แม่น้ำได้ละนี่ T-T แต่ยังยอมแพ้ไม่ได้ ไปตามทางเรื่อยๆ เริ่มเหนื่อย เริ่มหิว รีบเดินแข่งกันอยากออกจากที่นี่ใจจะขาด ตอนนั้นเป็นเวลาเที่ยงกว่า ผ่านมาสี่ชั่วโมง ข้าวเช้าก็ไม่ได้กิน หลังๆพอเริ่มเจอป้ายบอกทางนี่แทบจะวิ่งแล้ว เหนื่อยก็เหนื่อยแต่หิวมากกว่า พอออกมาจากน้ำตกได้ รีบไปที่รถ สิ่งแรกที่คุณแม่ทำคือหาปลากระป๋อง มันเป็นเมนูที่เร็วและง่ายที่สุดในเวลานั้น ไม่รอช้า คุณแม่เทปลากระป๋องลงหม้อ บีบมะนาว ใส่พริก หัวหอม กินกับข้าวที่เหลือจากเมื่อคืน T-T อร่อยมาก จำได้ว่ายำปลากระป๋องที่ตักใส่ปากคำแรกในวันนั้นเป็นปลากระป๋องที่อร่อยที่สุดในโลก อร่อยจนอยากจะขอบคุณทุกสิ่งอย่างที่ทำให้ได้กินข้าวมื้อนี้ (กลับมาคุยกับเจ้าหน้าที่อุทยาน เขาบอกว่าทางเดินข้างในร่วมๆสี่กิโล เป็นทางเดินลงต่ำ ปลายสายเป็นแม่น้ำเพชรบุรี แสดงว่าเราเดินเลยน้ำตกลงมาเรื่อยๆแล้วก็เดินกลับย้อนขึ้นเป็นวงกลม ช่างเป็นวันที่ยากจะลืมจริงๆ)

สิ่งที่ฝังอยู่ในใจเราได้นานต้องมีผลกระทบต่อจิตใจ

ฉันพยายามคิด มีมื้ออาหารมากมายที่ไม่เคยลืม แต่ฉันก็เลือกมื้อนี้มาเขียน ไม่แพง ไม่หรู ไม่ได้นั่งกินสบายๆ อาหารบ้านๆมื้อหนึ่งที่คุณแม่รีบทำให้ด้วยความเป็นห่วงเพราะทุกคนกำลังหิว นั่งกินพร้อมหน้าพร้อมตา สูดอากาศธรรมชาติจนเต็มปอด แค่นี้ก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้ยำปลากระป๋องธรรมดาๆจานนี้พิเศษขึ้นมาจนประเมินค่าไม่ได้ :)
SHARE
Writer
Silencewaltz
melody of life
stories * movies * diaries * etc.

Comments

HEINZE
3 years ago
ชอบคุณพ่อจังฮะ ฮ่าๆ อ่านไปยิ้มไปพลาง :)
Reply
Mediary
3 years ago
หิวววว😋
Reply
Bewbundanjai
3 years ago
😁👍👍
Reply
lalajinx
3 years ago
#ทีมคุณพ่อ
//อยากไปมั้ย
Reply
niji
3 years ago
อ่านแล้วนึกถึงพ่อตัวเองเลย สายผจญภัยเหมือนกัน
Reply