เก้าอี้ที่ว่างในแต่ละมื้อ
ผมพยายามไล่เรียงความทรงจำว่ามีมื้อไหนในชีวิตที่ผมไม่เคยลืม
น่าแปลก! แต่จริง ที่ในตอนแรกนั้นไม่ว่าจะนั่งขบคิดสักเท่าไหร่ ผมก็ไม่ได้คำตอบ
เหมือนควานหาช่วงเวลาในอดีตบนท้องทะเลแห่งความทรงจำที่ว่างเปล่า
ไม่มีประโยชน์ที่จะไปคาดคั้นกับสิ่งที่ไม่ได้รู้สึกจริงๆ
ผมจึงเลิกค้นหา ปล่อยให้เวลาทำหน้าที่ของมัน
ทว่าเมื่อปล่อยวางความคิดลง ความทรงจำกลับแจ่มชัดอย่างน่าตกใจ

ทุกความทรงจำกระหน่ำลงมาที่ผม ภาพในวันวานล้วนหวนคืนกลับมารวดเร็วโดยไม่ทันตั้งตัว
กลายเป็นความลำบากใจ เพราะไม่ว่ามื้อไหนก็สำคัญกับชีวิตของผมเหลือเกิน จนบางครั้งผมก็อดไม่ได้ที่อยากจะย้อนเวลากลับไปในช่วงเวลานั้นๆ

มื้ออาหารเหล่านั้น บางครั้งก็ออกไปทานนอกบ้าน บ้างก็ทำกินกันเองในบ้าน และก็มีที่ซื้อจากร้านเพื่อมากินที่บ้าน ทุกมื้อล้วนแต่เป็นอาหารธรรมดาๆ ที่หาซื้อได้ทั่วไปไม่ได้พิสดาร หรือหากินยากแต่ประการใด ถึงแม้ว่ามื้ออาหารเหล่านั้นจะมีรสชาติอร่อยถูกปาก แต่ก็ไม่ถึงกับประทับใจตราตรึงน้ำตาไหล แต่สิ่งที่มันทำให้ผมรู้สึกว่ามื้ออาหารเหล่านั้นมีค่าถึงขนาดที่ว่าไม่มีวันลืม
คงเพราะมื้ออาหารในวันนั้น คนที่นั่งทานด้วยกันมีไม่ครบในวันนี้...

บ่อยครั้งที่ผมจะเห็นพ่อหิ้วกับข้าวมาฝากตอนเย็นๆ มักจะเป็นร้านที่พ่อเลือกสรรมาแล้วว่าเด็ดที่สุดในซอยนั้น ย่านนั้น ตามประสบการณ์นักชิมที่พ่อสะสมมาเป็นเวลานาน
พ่อของผมเป็นนักกินตัวยง และชอบเดินเป็นชีวิตจิตใจ พ่อมักจะเดินไปตามตรอกซอกซอยหาร้านอร่อยๆที่คนอื่นไม่ค่อยกินกัน หรือร้านที่คนน้อยๆพ่อก็จะลองชิม พวกร้านดังๆในหนังสือหรือนิตยสารพ่อก็ตามไปกิน แต่ไม่มากเท่ากับการเสาะแสวงหาร้านใหม่ๆด้วยตัวเอง
ตั้งแต่เด็ก ผมมักจะตัวติดไปกับพ่อเสมอเวลาออกไปข้างนอกเพื่อหาร้านอร่อยๆกิน พอเจอเป้าหมายที่น่าพอใจ ก็หิ้วกลับมาฝากแม่กับน้องเป็นประจำ บางครั้งพ่อก็ไม่กินที่ร้านแต่กลับมากินที่บ้านพร้อมหน้าพร้อมตาทั้งครอบครัว เป็นช่วงเวลาที่มีความสุขเหลือเกิน

เห็นพ่อชอบออกไปหาร้านนอกบ้านกิน ก็ไม่ใช่ว่าพ่อจะทำกับข้าวไม่เป็น เปล่าเลย พ่อเป็นคนทำกับข้าวเก่งมากในสายตาผม ความสร้างสรรค์ในการหยิบจับสิ่งที่เหลือในตู้เย็นมาทำให้เกิดเป็นเมนูใหม่ๆ ให้ลูกๆกินในยามตื่น หรือเวลาหิว พ่อทำได้ดีไม่น้อยไปกว่าแม่เลย
ผมกับน้องจะตื่นเต้นมากเวลาเห็นพ่อทำกับข้าว เพราะไม่รู้ว่าเมนูวันนี้จะเป็นอะไร ซึ่งมันมักจะมาในรูปของเมนูธรรมดา แต่ทว่ามันมักจะไม่ธรรมดา
เช่นข้าวผัด พ่อมักจะใส่สิ่งที่ชอบลงไป ไม่ใช่เพียงแค่หมู หรือ ไข่ แต่พ่อใส่กุนเชียง ปลาสลิด ถ้ามีผักที่ไม่น่าจะมาอยู่ในข้าวผัดได้ พ่อก็จะใส่ลงไปเพราะคิดว่ามันน่าจะเข้ากันได้ และมีประโยชน์ต่อร่างกาย พ่อมีสไตล์การทำอาหารเป็นของตัวเอง คือจะเปิดเพลงคลอไปด้วย ฮึมฮำโยกตัวไปตามจังหวะอยู่ในครัว โดยจะเน้นเป็นเพลงเก่าๆ เพลงไทยบ้าง สากลบ้าง ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นเพลงสากลเช่น The Beatles , Elvis Presley ไปจนถึง คาราบาว คงไม่ต้องถามว่ารสนิยมการฟังเพลงของผมได้มาจากใคร

ครั้งหนึ่งน้องของผมชอบกินซูชิมาก ช่วงนั้นซูชิเป็นที่นิยม น่าตื่นเต้นและเป็นสิ่งใหม่ ในสมัยนั้นซูชิเป็นอาหารที่มีราคาแพงไม่เหมือนในสมัยนี้ ที่ห้าบาทก็สามารถซื้อได้ เพราะเหตุนี้เองพ่อจึงคิดค้นซูชิขึ้นมาด้วยตัวเองจากสิ่งที่มีในตู้เย็น(อีกแล้ว)
พ่อทอดปลาสลิดหลายตัว เทเกลือใส่ถ้วยเล็กๆ ยกหม้อข้าวที่เพิ่งหุงเสร็จมาไว้ข้างโต๊ะ และสุดท้ายคือ น้ำเปล่าหนึ่งถ้วย เป็นอันเสร็จสิ้นกระบวนการตระเตรียม
"จะทำซูชิให้กิน" พ่อว่า พร้อมเอามือจุ่มลงไปในถ้วยน้ำที่เตรียมไว้
สบัดเล็กน้อย ก่อนจะตักข้าวลงในจานด้านหน้าแล้วหยิบมาปั้นเป็นลูกกลมๆ
จิกเกลือมานิดหน่อยโรยให้ทั่ว แล้วฉีกเนื้อปลาสลิดยัดเข้าไปในข้าว
"เป็นไง ซูชิปลาสลิด" พ่อยิ้มพลางยื่นมาให้น้องสาวผม
"โห นี่มันไม่ใช่ซูชินี่ พ่อหลอก"
เสียงเด็กผู้หญิงคนนึงกำลังเทียบเคียงภาพที่เคยเห็นกับสิ่งอยู่ตรงหน้าว่าไม่น่าจะใช่สิ่งเดียวกัน
"เนี่ยแหละ ซูชิ ลองกินก่อน" พ่อวางมันลงไปบนจานด้านหน้าของน้องสาวผม
"ขอมั่งดิ" ผมในวัยเยาว์ยกมือคล้ายรายงานตัวเวลาเช็คชื่อในห้องเรียน
"รอแปปนะ ร้อนๆ ฮ่าๆ"
แน่ละ พ่อเล่นตักข้าวสวยหุงใหม่ๆในหม้อใส่มือแล้วปั้นเลย ถ้าผมไม่เห็นไอร้อนที่ลอยออกมาจากข้าว ผมคงคิดว่าข้าวไม่น่าจะร้อนขนาดนั้น เพราะสีหน้าของพ่อเวลาปั้นไม่มีทีท่าของความทรมานจากความร้อน มีเพียงรอยยิ้มแห่งความสุข และเสียงหัวเราะ

หมดเกลี้ยง...
พ่อน่าจะทำซูชิปลาสลิดขาย น่าจะมีรายได้เป็นกอบเป็นกำ ผมคิดว่าอย่างนั้น
หน้าตามันไม่ค่อยจะเหมือนซูชิสักเท่าไหร่นัก แต่ในเรื่องของรสชาติแล้ว อร่อยไม่รู้ลืม
และมันก็เหมือนหลายๆมื้อที่พ่อทำให้แม่ และลูกๆกินตลอดเวลาที่ผ่านมา
เพียงแต่วันเวลาเหล่านั้นคงจะไม่มีอีกแล้ว
เมื่อพ่อได้จากไปอย่างไม่มีวันกลับมา...

หลังจากนั้น โต๊ะอาหารในแต่ละมื้อจะมีที่ว่างอยู่เสมอ
สิ่งที่เหลืออยู่คือภาพความทรงจำที่ยากจะลืมเลือน
ทุกรอยยิ้ม เสียงหัวเราะที่เคยมีเป็นระยะเวลามาเนิ่นนาน
แม้ว่าวันนี้ทุกอย่างจะเลือนหายไป
แต่ไม่มีวันไหนที่ผมจะลืมมื้ออาหารเหล่านั้นไปได้

หากถามว่ามื้ออาหารมื้อไหนที่ผมจะไม่มีวันลืม
ในตอนนี้ผมคงตอบได้อย่างไม่ยากเย็นว่า
คงเป็นทุกมื้อ...
ที่มีพ่อร่วมทานด้วยกัน.


SHARE

Comments

9harbin
2 years ago
อยากมีเพื่อนกินข้าวทุกมื้อ
Reply