หิวนั้นยากจะลืม

-0-
เหนียวไก่ หาย.....ความหิว ไม่เข้าใครออกใคร ด้วยสัญชาตญาณเอาตัวรอด หากินได้เมื่อไหร่ก็ต้องคว้าไว้ก่อน ...

เหนียวไก่หายยยยย! 

เป็นเรื่องเดือดร้อนถึงเจ้าหน้าที่ต้องตามสืบหาความจริง ใครกันน่ะ ขโมยเหนียวไก่ไป ....



ก่อนหน้านั้นไม่กี่วัน มิตรสหายท่านหนึ่งตัดสินใจซื้อข้าวกล่องจากแม่ค้า ด้วยความหิวกระหายมาก ครั้นได้รับข้าวกล่องจ่ายตังค์แล้วจะกินก็กระไรอยู่ เพราะยังกระหายน้ำ เขาตัดสินใจแขวนข้าวกล่องในถุงที่ได้จากแม่ค้าไว้ที่มอเตอร์ไซค์ของเขาแล้วเข้าปที่เซเว่น หยิบน้ำเปล่ามาหนึ่งขวดชำระเงิน รีบออกมา แต่พบว่า ข้าวกล่องหายไปแล้ว !!!

"ดู๊ดูดิ เหนียวไก่หาย เป็นข่าวใหญ่โต ได้รับทุนการศึกษาอีกแหน่ะ นี่น่ะ วันก่อนข้าวกล่องข้าหายก่อนแม่หนูนี่อีก ถ้าปล่าวประกาศไปคงดังก่อนหน้านั้นไปแล้วน่ะ ข้าก็คงได้ทุนเรียนโทต่อแล้วว่ะ" มิตรสหายกล่าวอย่างประชดประชัน

"อืมน่ะ โลกนี้ก็แปลกๆน่ะ ลองคิดดูนี่ถ้าไม่มีโชเชียลโลกคงไม่มาไกลขนาดนี้หรอกเนอะ"
"ถ้าโลกนี้ไม่มีโซเชียล คงไม่อดตายหรอก แต่ถ้าโลกนี้ไม่มีข้าวกล่องนี่สิ คนทำงานบริษัทจะตายเอา"
"งั้นซื้อเหนียวไก่ไว้กินบ้าง"
"!!!???"

-1-
ประตูห้องเปิดออกในเย็นวันนั้น ข้าพเจ้าตรงดิ่งไปที่โต๊ะทำงานพร้อมด้วยของพะลุงพะลังที่หอบมาด้วย เหล่านั้นคืองานที่ข้าพเจ้าต้องโหมทำมาหลายวัน และวันนี้ก็คงต้องอดหลับอดนอนอีกเช่นเคยเพื่อที่ว่าจะได้ส่งงานทันตามกำหนด ซึ่งในฐานะฟรีแลนซ์แล้วไม่ใช่ฐานะที่จะตอบได้เลยว่างานเหล่านั้นจะเสร็จเมื่อไหร่ แต่เมื่อเส้นตายอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลตรงนั้นแล้ว ยังไงก็ต้องเร่งทำให้เสร็จก่อนกำหนดให้ได้อยู่แล้ว 

ชั่วเวลาที่ข้าพเจ้าง่วนอยู่กับสิ่งต่างๆ จัดการธุระตัวเองอย่างรวดเร็วไม่อินังขังขอบต่อสุขภาวะของตนเองแล้วนั้น เวลาก็ล่วงเข้าค่ำไปมากโขแล้ว เวลาสามทุ่ม เป็นเวลาที่ข้าพเจ้ายังไม่มีอะไรตกถึงท้องเลย แต่จะมัวเสียเวลาไม่ได้แล้ว งานชิ้นนั้นถูกเปิดขึ้น วารสารชุดหนึ่งที่ข้าพเจ้าได้รับหน้าที่ให้จัดเรียงและทำส่ง เป็นวารสารเล็กๆ รู้จักกันแค่หมู่คนกลุ่มหนึ่ง ไม่ค่อยแพร่หลาย บอกชื่อไปก็อาจไม่รู้จัก แต่เพื่อที่จะดีกว่าแล้ว ข้าพเจ้าไม่พาดพิงถึงจะดีกว่า ว่าแล้ว งานก็เริ่มต้นขึ้น ใช่ข้าพเจ้าพูดถึงวารสาร วารสารภาคเหนือ แต่เรื่องที่ต้องทำนี่มัน...เกี่ยวกับ "อาหาร" นั่นแหล่ะปัญหาใหญ่ยามค่ำเลย...  คุณจะนึกถึงอะไรเวลาหิว...  คุณต้องเลิกที่จะคิดถึงมันเพื่อจะไม่หิวใช่หรือไม่ ท่านทั้งหลายดูเอาเถิดวินาทีนี้ข้าพเจ้าหิวมากเพียงไร ภาพอาหารเหล่านั้นกางตรงหน้าข้าพเจ้า เต็มไปหมด... อาหาร อาหาร อาหาร...!!! ข้าพเจ้าได้ทีแล้วล่ะ คำสั่งบอกว่าให้ข้าพเจ้าเพิ่มเติมคำพูดได้แต่คงความเก่าไว้ด้วย เพราะนั่นเขาไว้ใจข้าพเจ้าพอควร คนที่สั่งให้ทำก็ใช่จะไม่รู้จักกัน เอาล่ะ ขอคิดชื่อเรื่องแรกเลยล่ะกัน...


"วินาทีนี้... หิวมาก..." 




 
-2-
    ...  พูดถึงอาหารเลิศรสบนโลกใบนี้ก็นับได้ว่าอาหารไทยนี่แหละที่เชลล์ชวนชิมที่สุดอีกที่หนึ่ง (ข้าพเจ้าเริ่มบรรยาย) ยิ่งได้มองภาพแล้วจะรู้สึกได้ชัดถึงความหิวจนน้ำลายสอ ชวนจินตนาการถึงช่วงเวลามื้ออาหารเย็น ที่จะมีอาหารเสิร์ฟพร้อมกลิ่นหอมจากการปรุงรสด้วยเครื่องเทศต่างๆอย่างพิถีพิถันนั่น การจินตนาการนั้นเมื่อเกิดขึ้นยามค่ำคืนดึกดื่นจะเป็นเรื่องที่เลวร้ายที่สุด (เริ่มเขียนเพราะรู้สึกหิวจริงๆแล้วล่ะ) เพราะคุณจะต้องรีบลุกออกจากที่เพื่อตรงดิ่งไปยังห้องครัวหาอาหารกินสักมื้อทีเดียว (จัดการพาตัวเองไปหาของกินดังว่าจริงๆแหล่ะ แต่ทว่า...) แต่ถ้าไม่มีล่ะ ?!
...(ข้าพเจ้ากลับมานั่งทำงานต่อด้วยความผิดหวังเมื่อตู้กับข้าวไม่มีอะไรเหลือเลย...)

      ว่ากันว่า... อาหารไทย ใช้วัตถุดิบมากมายหลายอย่าง เหตุที่เป็นเช่นนั้นเพราะวัตถุดิบที่มีอยู่ในประเทศไทยนั้นล้วนแต่เป็นวัตถุดิบชั้นเลว ต่างจากวัตถุดิบของต่างประเทศ ร้านหรูหน่อยก็จะใช้วัตถุดิบชั้นดีหายากมาปรุงรส จึงใช้วัตถุดิบน้อย ขณะที่อาหารไทยจะเต็มไปด้วยเครื่องเทศหลากหลายเพื่อปรุงรสและในที่สุดแล้วด้วยวัตถุดิบชั้นเลวจำนวนมากมารวมกัน ทำให้อาหารมื้อนั้นเลิศรสขึ้นมาได้ นี่แหล่ะเสน่ห์ของอาหารไทยที่ไต่เต้าจากดินสู่ดาวอย่างแท้จริง     

(และยังยืนยันว่า ยามค่ำคืนดึกดื่นเช่นนี้ การทำงานเกี่ยวกับอาหารนั้นลำบากที่สุด ลำบากตรงที่หิวจัดนี่ล่ะ)

      แต่ไม่ว่าจะอาหารอะไร เด็ดแค่ไหน สุดท้ายแล้วที่เป็นสุดยอดของอาหารไทยไม่ว่าจะภาคไหนๆ ก็ต้องยกนิ้วให้กับ ส้มตำ-ตำส้ม นี่แหละ เห็นแล้วเปรี้ยวจี๊ด น้ำลายสอ...ตลอดเลย ประเทศไทยเมืองแห่งอาหารอยู่แล้วหาที่ไหนก็เจอ ว่าแล้วสั่งส้มตำสักจานสิ ใกล้บ้านท่าน อาจมีเดลิเวอร์รี่ส่งถึงที่ด้วยก็ได้น่ะ อร่อยเบยยย....


(รีวิวเข้าไปสิ รีวิวเข้าไป หิวนะขอรับ...


งานข้าพเจ้าคือการนำภาพที่มีอยู่มาจัดหน้าวารสาร เขียนข้อความประกอบตามความที่เขาวางไว้ เขียนเพิ่มบ้างแล้วแต่ควร นั่นแหละภาพที่เห็นเหล่านั้นแหล่ะ พาข้าพเจ้าลงไปหาอะไรกิน ทว่าร้ายกว่าก็อย่างที่บอก ตู้อาหารไม่มีกับข้าวเหลืออยู่แล้ว ฉนั้นเซเว่นเท่านั้นที่จะช่วยเราได้ในเวลานี้... ขอบคุณเซเว่น)




-3-
      มาเชียงรายทั้งที ถ้าไม่กินอาหารเหนือก็คงกระไรอยู่ ตอนนี้เรามาทำความรู้จักกับอาหารเหนือกันบ้างดีกว่า 
 
อาหารเลิศรสอีกหนึ่งที่ผ่านการคิดค้นและปรุงแต่งรสอย่างพิถีพิถัน อาหารเหนือมีที่มาจากการ ที่ภาคเหนือมีพื้นที่ส่วนใหญ่อยู่ติดเขาหรือดอย เต็มไปด้วยพืชพรรณธัญญาหารมากมาย ผู้เฒ่าผู้แก่บรรพบุรุษสรรหาวิธีการปรุงแต่งพืชพรรณ รากไม้ใบไม้เหล่านั้นให้ออกมาเลิศรสได้
อาหารพื้นเมืองที่สืบทอดต่อกันมาจากรุ่นสู่รุ่น ด้วยการคัดสรรวัตถุดิบอย่างดีจึงทำให้อาหารหลายๆอย่างโด่งดังไปถึงเวทีเชฟกะทะเหล็กมาแล้ว อาหารเหนือแบบต้นตำรับมีทุกบ้าน ที่เชียงราย เมนูแนะนำตอนนี้คือ... แกงฮังเลรสกลมกล่อม แคบหมู แหนม ไส้อั่ว น้ำพริกอ่อง น้ำพริกหนุ่ม น้ำเงี้ยว ทานคู่กับผักลวกตามสไตล์คนเมือง อร่อยรีบบอกต่อทีเดียว...

("โอ้ยๆ ไม่ไหวแล้ว เวลาตี1 เซเว่นล่ะกัน")
...


-4-
หิวกันรึยังล่ะ...
ลองชิมของกิ๋นเมืองกันสักหน่อยมั้ย 
เช้าวันต่อมาการเก็บกักความหิวมาตลอดคืนพาเราตรงดิ่งไปห้องครัวที่ตอนนี้ทุกคนพร้อมหน้ากันกับอาหารพื้นเมือง แก๋งเห็ดถอบ หรือแกงเห็ดเผาะ ด้วยเห็ดเผาะหายาก ออกแค่ปีล่ะครั้งเท่านั้น จึงเป็นราชาของวัตถุดิบเลยก็ว่าได้ เห็ดถอบ นิยมนำมาใส่กับหน่อไม้ดอง ใส่ยอดมะขามหน่อยๆ  ยอดส้มปล่อยนิดๆ ทำให้รสชาติกลมกล่อมหาใดเทียมได้ยาก เชื่อเหอะได้ลิ้มลองแล้วจะติดใจ 

(เห็ดเผาะ ชาวเหนือจะเรียกว่า เห็ดถอบ เป็นเห็ดที่จะมีให้กินเพียงปีละครั้งในช่วงหน้าฝน การปรุงเห็ดเผาะนอกจากจะใส่หน่อไม้แล้ว ใส่เนื้อหมูก็ช่วยเพิ่มสีสรรค์และรสชาติได้ไม่น้อยทีเดียว)

ปล.ขอบคุณข้อมูล


 

SHARE
Written in this book
มันคงดี
รวมเรื่องที่เขียนไว้และคิดว่าคงดี
Writer
ELThanaphat
writer
ข้าพเจ้าว่า ชีวิตมันมีอะไรมากมายนะ เล่าได้ไม่รู้จบ ทั้งดีร้าย แต่บางทีเรื่องเหล่านั้นอาจเป็นประโยชน์ต่อผู้อื่น มากกว่าที่คิดไว้ก็ได้

Comments

niji
3 years ago
หิวววววมากกกกกก
Reply
ELThanaphat
3 years ago
หิวมากๆๆๆ
niji
3 years ago
หาอะไรกินเลยยย ^_^
ELThanaphat
3 years ago
จำได้ว่าตุนมาม่าไว้ 55 อาหารประจำ
FairyP
3 years ago
หิวววววววววว
Reply
ELThanaphat
3 years ago
หิวๆๆ
sopons
3 years ago
หิวววววววว
Reply
ELThanaphat
3 years ago
มากกก ตอนนี็ยังหิว 555