เคยลองถามหัวใจตัวเองบ้างรึเปล่า ว่ากำลังปรารถนาสิ่งใด?
แด่ชายหนุ่มและหญิงสาวที่กำลังมีความรัก 
ทั้งที่กำลังหวานและกำลังเจ็บเพราะความรัก

เคยรู้สึกบ้างรึเปล่า เวลาเราพร่ำเพ้อเพราะหัวใจเราสั่งมา?
เคยได้ยินเสียงเรียกร้องของหัวใจตัวเองบ้างไหม ว่ามันบอกเราว่าอะไร?
เคยได้ลองถามหัวใจตัวเองบ้างไหม ว่าเราต้องการครอบครองบางสิ่งบางอย่างไป เพื่ออะไร?

หัวใจเรากำลังเรียกร้องและโหยหาบางสิ่ง

บางสิ่ง ที่ไม่ว่าจะมีเงินเยอะแค่ไหน ก็หาซื้อไม่ได้
บางสิ่ง ที่เราแย่งกันช่วงชิงเพื่อให้ได้เป็นเจ้าของ
บางสิ่ง ที่เมื่อได้สัมผัสใจก็เต้นแรงแทบจะเป็นบ้า
บางสิ่ง ที่ประเมินค่าไม่ได้ แต่เป็นแรงผลักดันอันมหาศาลให้เราลุกขึ้นสู้และมีกำลังใจใช้ชีวิตต่อไป

และบางสิ่งที่ว่านั้นก็คือ "ความรัก" นั่นเอง

ทฤษฎีตายตัวของความรัก: "ถ้าชอบจริง ต้องเขิน ถ้ารักจริง ต้องดูแลและเทคแคร์โดยไม่ลังเล"

ถ้าชอบจริง ต้องเขิน : การขวยเขิน เป็นสัญญาณความรักหนึ่งที่หัวใจของเรากำลังบอกว่า คนๆนี้แหละ คนๆนี้เท่านั้น คือคนที่เหมาะสมและควรค่าแก่การครอบครองหัวใจของเรา

เมื่อช่วงบ่ายของวันนี้ ผมนั่งจิบกาแฟอเมริกาโน่ร้อนๆแบบไม่ใส่วิปครีมไซส์แกรน นั่งอยู่บนเก้าอี้ทรงสูง (เมื่อยตูดสุดๆ) ในร้านกาแฟชื่อดังแห่งหนึ่งย่านชานเมืองถนนแจ้งวัฒนะ บรรยากาศโดยรอบนั้นหอมอบอวนไปด้วยด้วยกลิ่นกาแฟหลากหลายชนิดและหลายหลายรสชาติ ทางฝั่งซ้ายมือของผม มีนศ.หญิงคนหนึ่งที่กำลังใจจดใจจ่ออยู่กับการอ่านหนังสือเตรียมสอบช่วงซัมเมอร์ ทางขวามือผม ได้เห็นมุมเล็กๆน่ารักของนักธุรกิจใส่สูทผูกไทกำลังนั่งจิบกาแฟคุยกับลูกชายของตัวเองอย่างตั้งอกตั้งใจและเป็นกันเอง ทางด้านหน้าร้าน ผมได้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างผู้จัดการร้านกาแฟดังกล่าวกำลังพูดคุยกับพนักงานในร้านอย่างเป็นมิตรและจริงใจ ทางด้านอีกฝั่งหนึ่งของโต๊ะ ผมได้พบกับชายหญิงคู่สามีภรรยาและลูกๆสองคน (เป็นเด็กชายเด็กหญิง อายุราวๆ 4ขวบ5ขวบ) ที่น่ารักน่าเอ็นดู สามีภรรยาทั้งสองกำลังพูดคุยกันเรื่อง เทคนิคการเลี้ยงลูก การวางแผนชีวิต ส่วนลูกๆ อีกสองคนก็กินขนมมัฟฟินบลูเบอร์รี่อย่างเอร็ดอร่อย 

(เราทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้แต่ก็เงี่ยหู แอบฟังเขาอยู่ห่างๆ)

ผมว่ามันเป็นอะไรที่น่ารักมาก บอกไม่ถูกเหมือนกัน พูดๆอยู่ก็อมยิ้มกรุ้มกริ่ม เป็นคู่ชีวิตที่ดูแลกันดีมากๆ ลูกๆก็น่ารัก กำลังคิดอยู่ในใจสักครู่หนึ่ง สักพักนึงจู่ๆ สมองเจ้าเหตุผลของผมก็บังคับให้ผมกลับมามองตัวเอง

สมอง : แล้วเราละ เรามีใครไว้ในใจแล้วหรือยัง?

หัวใจ : เดี๋ยว นี่คำถามเหรอ มันใช่เวลาไหมวะ?

ในระหว่างที่อวัยวะทั้งสองกำลังทำสงครามเย็นร่วมกัน ผมเลยหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา ใส่หูฟังแล้วเปิดเพลง "ไม่คิด" ของลิปตา วงป้อปสมัยใหม่ที่กำลังมาแรงในขณะนั้น

ฟังไปได้สักพัก อารมณ์และความรู้สึกมันเริ่มมา

ผมเจอเขาครั้งแรกในก้าวแรกเมื่อปีที่แล้ว หันไปทางขวาถัดจากเพื่อนร่วมเอกคนหนึ่ง ซึ่งตอนนี้คาดว่าน่าจะเป็นผู้บุกเบิกวงการแสน้ปแชทโดยแท้จริง ถัดไปอีกเป็นเพื่อนผมนึงในเอก ถัดไปอีกคน ก็เป็นเขาละ ด้วยความที่เรามองด้วยหางตา เหยผู้หญิงคนนี้ก็น่ารักดีนี่นา.. สิ่งที่แปลกคือ ผู้หญิงคนนี้ ไม่ตรงสเป็คเราเลยซักข้อ ไม่มีเลย ไม่มีภาพแบบนี้อยู่ในหัวด้วย มันเป็นความรู้สึกแปลกๆเวลาเราแอบมองเขาอยู่ห่างๆ มันเขินดีนะ ตอนนั้นก็ไม่ได้ใส่ใจอะไร กำลังงงๆกับชีวิตเพราะเพิ่งเข้ามหาวิทยาลัยมาใหม่ พอเสร็จจากงานตรงนั้นก็กระจุยกระจายกันไปคนละทิศละทางเลย ตั้งแต่วันนั้น ก็ไม่ค่อยได้เจอกัน นอกจากจะแอบส่องอยู่ในโลกออนไลน์แบบเงียบๆ ตั้งแต่เดือนตุลาคมปีที่แล้วที่เรารู้สึกแปลกๆ จนถึงตอนนี้ มันก็ยังไม่เปลี่ยนแปลง มิหนำซ้ำยังรู้สึกมากขึ้นกว่าเดิมอีก

แต่กระนั้น นึกถึงเขาทีไร เป็นต้องใจเต้นแรงทุกครั้งไป..

อืม.. ผมก็ไม่คิดเหมือนกันว่าจะเป็นคนนี้ ไม่คิดไม่ฝันเลยว่าจะได้เจอกับคนแบบนี้ไม่ใช่คนที่เคยฝันเอาไว้เลยและไม่ใช่คนที่เราอยากยอมรับว่าจะใช่นะ แต่รู้ตัวอีกทีก็รักเขาไปแล้ว ไม่คิดเลยว่ะ

เหมือนฟ้าลิขิตให้มาพบเจอกัน เหมือนเส้นขนานที่ขีดให้อยู่ข้างกัน แต่ไม่มีวันที่จะได้มาบรรจบกัน.

โอ่ยเปลี่ยนเพลงเถอะ คลื่นไส้ว่ะ..

ผู้ชายผู้หญิง ไม่ว่าจะเป็นใคร จะเก่งไม่เก่ง ไม่ว่าสัญชาติไหนก็ตาม ถ้าเรามีคนที่ชอบอยู่ในหัวใจ การเขินอายย่อมเกิดขึ้นได้เสมอทุกที่ทุกเวลาและทุกสถานการณ์

มันเป็นมวลอารมณ์ขนาดกราวิเทชั่นนอล เวล์ฟที่เราไม่อาจอธิบายได้เลย เป็นพลังงานบางอย่างที่เราไม่สามารถหาค่าใดๆมาวัดได้ เป็นเหมือนแรงลึกลับที่ทำให้เรามีกำลังใจเป็นแรงผลักดันในการดำเนินชีวิตต่อไป

อาการและสิ่งที่ผมกำลังจะเล่าดังต่อไปนี้ คือประสบการณ์ที่ผมเคยรู้สึก เป็นเสียงเรียกร้องและเป็นอาการที่หัวใจเรากำลังต้องการใครซักคน และปัจจุบันก็ยังคงรู้สึกแบบนี้ แม้ว่าจะอายุเยอะมากขึ้นแค่ไหน มันก็ยังคงเหมือนเดิม ตลอดไป..

1. ใจเต้นแรง 
คนเราทุกคนไม่ว่าจะผู้หญิงผู้ชาย คนเรามีสิทธิ์เขินกันได้เวลาเราเจอหน้าคนที่เราชอบ คนที่เราแอบพิสมัยอยู่ห่างๆ (คำโบราณไปนะครับผม) ได้สนทนา ได้แลกเปลี่ยนความคิด และได้เล่นกัน ถึงเราจะโกหกเค้าได้ ว่าเราคิดกับเธอแค่เพื่อนนะ เธอก็เป็นเพื่อนเราแหละ ไม่เป็นไรหรอกหน่า แต่กลับกัน เรา.. กลับโกหกความรู้สึกตัวเองไม่ได้ ปากบอกคิดแค่เพื่อน แต่สิ่งที่หัวใจเราเรียกร้องนั้น มันเกินเลยคำว่า "เพื่อน"  ไปนานแล้ว

ลัษณะอาการแบบนี้สังเกตยากอยู่นะ เพราะเกิดกับเราโดยตรง เช่น ใจสั่นตัวสั่น ใจเต้นแรงผิดปกติ หัวใจเต้นไม่ตรงตามตังหวะ หายใจถี่ รู้สึกเหมือนกินอเมริกาโน่มา 10 แก้ว วิ่งคาร์ดิโอ้มา 10Km ดูหนังโรมแมนติกมาราธอน 5 เรื่องรวดแล้วอารมณ์กำลังค้าง..

สำหรับคนบางคนก็อาจจะเหงื่อแตก หน้าแดง อมยิ้มไม่ยอมหุบ เขินบิดตัวไปมาบอกไม่ถูกและที่สำคัญ น้ำเสียงจะเปลี่ยนไป..

(เดี๋ยวนี่มันฉลากยารึเปล่าเนี่ย.. )

ตัวผม ด้วยสาเหตุที่หน้าเรานิ่งอยู่แล้ว มันเลยจับได้ยาก แต่ว่าใจเราก็เต้นแรงผิดปกติ..

แม้แค่เดินสวนกัน ก็ตัวสั่นใจสั่นจะแย่อยู่แล้ว ใจมันเต้นตุบตับไม่เป็นจังหวะ แสร้งทำตัวเป็นท่อนไม้แข็งทื่อไม่แสดงอารมณ์ พออกจากตรงนั้นมาเมื่อไหร่ ตัวอ่อนระทวยเป็นคัสตาร์ดเลย

2. ถ้าอยากจะจับผิดคนที่กำลังเขิน ให้ลองสังเกตที่หูเขาดู
ลองสังเกตดูนะ ผู้ชายผู้หญิงบางคน เวลาล้อเรื่องคนที่เขาตกหลุมรัก ถ้าไม่แสดงออกอะไรให้เห็นเลยว่าตัวเองเขิน หน้าไม่แดง.. มันต้องมีสักอย่างแหละที่บ่งบอกว่าเขากำลังเขิน ซึ่งแน่นอน สิ่งที่ปรากฎและเห็นได้ชัดคือ หูแดงแป้ด

อาการเขินจนหูแดง เป็นอาการเขินชนิดหนึ่งที่เรารู้สึกเขินสุดๆ แต่สีหน้าไม่ไป เลยมาลงที่หูแทน ไม่ได้เป็นสำหรับทุกคนนะ แต่ก็เป็นอาการที่ชัดมาอย่างหนึ่งเลยล่ะ

3. แค่คำพูดเพียงไม่กี่คำ ก็ทำให้เรามีความสุขไปทั้งวัน
ปกติเวลาเราอยู่กับเพื่อน บางครั้งคุยตั้งนานก็รู้สึกเบื่อๆ บางทีก็สนุกม้าก เฮฮาปาร์ตี้ บางทีก็ไม่มีอารมณ์ เป็นงั้นไป.. 

แต่กับคนที่เราชอบ ได้คุยกันเพียงแค่ 15 นาที 15 นาทีนั้นจะเป็นช่วงเวลาที่เรามีความสุขที่สุด และคุ้มค่าที่สุด เป็นแค่เรื่องราวธรรมดา แต่เรากลับคิดว่ามันดูน่าสนใจมากๆ

แค่ได้คุยกัน ถึงแม้ว่าจะคุยกันไม่เยอะ อย่างน้อยก็ได้คุยกัน มันอาจจะเปลี่ยนวันทั้งวันของคนนึงๆได้เลยนะ

4. ถ้าเราได้เจอคนที่เราแอบชอบ เราจะแกล้งทำเป็นไม่สนใจเมื่อเจอหน้ากัน
การเบี่ยงหน้าหนี ไม่สบตา และทำเป็นไม่สนใจคนที่เราแอบชอบ เป็นกริยาอาการเขินชนิดหนึ่งที่ธรรมดามากๆ เกิดขึ้นได้กับทุกๆคน

เราพยายามจะเหลีกเลี่ยงไม่ให้เขารู้ตัวมากที่สุด แต่ก็แอบมองอยู่ห่างๆ คล้ายๆ อารมณ์ การ์เดี้ยน แองเจิ้ล ฉันจะปกป้องเธอเอง ฮิ้ว~

เหมือนการเล่นเป็นตัวละคร Ana (อันนา) ในเกมส์ Overwatch ที่คอยสอดส่องดูแลผู้เล่นในทีม เพียงกระสุนแค่นักเดียวก็เพิ่มพลังชีวิตให้ผู้เล่นในทีมเราได้..
(เล่นมากไปแหงๆ ควรจะไปดูหนังด่วน)

ผมคนนึงเลยล่ะ ที่เวลาเมื่อเราได้เจอเขา จะทำเป็นเมินไม่สนใจ แต่เมื่อลับสายตาเขาไปแล้ว เราจะมองเค้าอยู่ตลอด (ก็อยากมองง)
เพราะมองแล้วมันเขินบอกไม่ถูก..

5. ในโลกของเฟซบุ๊ค เมื่อมีคนที่เราแอบชอบมากดไลค์ ใจเราจะอยู่ไม่เป็นสุข
ข้อนี้.. มีคนเป็นเยอะนะ

ถ้ามีคนๆนึงมาไลค์อะไรซักอย่างในหน้านิวฝีดหรือไทม์ไลน์เรา ถึงแม้ว่ามันจะเป็นคำส่งขอเล่นเกมส์ ข่าว สเตตัสอะไรก็ตาม ถ้าเรารู้สึกเขิน ฟิน ไฮเปอร์ มีความสุขเป็นพิเศษ นั่นแหละ คือ อาการของคนกำลังมีความรัก

สังเกตได้ง่ายๆเลย อาการมันจะมามากกว่าปกติ จะยิ้มง่ายขึ้น จะโกรธยากมากๆ

ถ้ามีอาการเหล่านี้ แสดงว่า.. คุณชอบเขาแล้วล่ะ

6. เขินกันเพราะหน้าตากับเขินกันเพราะรัก ความหมายต่างกันราวฟ้ากับเหว
เขินกันที่หน้าตา กับเขินกันเพราะรัก ต่างกันอย่างไร?

เขินเพราะหน้าตา หมายความว่า เราเขินกันที่ความสวย, ความงาม และความหล่อ รู้สึกน่าดึงดูด มีเสน่ห์ น่าคุยน่าค้นหา เป็นปัจจัยทางภายภาพขึ้นพื้นฐาน อาจจะมีสิ่งอื่นเข้ามาเกี่ยวข้อง เป็นความรักที่ไม่ถึงขั้นบริสุทธิ์ 

แต่ในทางกลับกัน..

เขินเพราะความรัก หมายถึง เขินเพราะ คนๆนี้ ถึงแม้ว่าหน้าตาจะไม่สวยเท่านางฟ้า ไม่หล่อเท่าเทพบุตร แต่ทุกครั้งทุกเวลาที่เราอยู่ใกล้ๆกัน เรารู้สึกมีความสุขแปลกๆ เป็นคนที่ทำให้เรายิ้มได้ เป็นคนที่เราไม่รู้สึกเสียดายที่ได้มอบหัวใจอันล้ำค่าของเราให้เค้าไป และที่สำคัญ เป็นคนที่เราอยากจะใช้ชีวิตอยู่ด้วยและครองรักกันไปจนวันที่เราหมดลมหายใจสุดท้ายของชีวิต ไม่ใช่เพราะเงินทอง ไม่ใช่เพราะรูปร่างหน้าตา แต่เป็นเพราะหัวใจและความรู้สึก ที่คนสองคนมีให้ซึ่งกันและกัน

7. มือไม้กริยาอาการ จะออกมาโลดแล่นตามอารมณ์และความรู้สึกเขินอาย
ไม่มีใครหรอกที่เวลาเจอหน้าคนที่เราหมายปองไว้ในใจแอบพิสมัยอยู่ห่างๆ แล้วจะไม่รู้สึกไม่แสดงอาการอะไรเลย

มันต้องมีแน่ล่ะๆ กริยา ท่าทาง และการแสดงออกทางกายภาพจะชัดเจนพอๆกับสีหน้าเลยล่ะ

ถ้าเกิดมีอาการเหล่านี้กับคนๆนึง หัวใจคุณไม่ว่างอีกต่อไป

ผู้ชาย : สีหน้าท่าทาง เกาผม บิดมือ เกานู่นเกานี่ ท้าวเอว ทำอะไรก็ได้ให้เบี่ยงเบนความสนใจ ยิ้ม

ผู้หญิง : ม้วนผม เล่นผม รัดผม ตัวห่อ บิดไปบิดมา เบี่ยงหน้าหนี ไม่สบตา ตัวม้วนแทบจะเป็นแยมโรล ยิ้มไม่หุบ

บางรายถ้าหนักมากๆ จะวิ่งหนีไปเลย..

บางรายเซียนเกิน ก็ตีสีหน้านิ่งเป็นขอนไม้ไปเลย..

บางรายถ้าเกิดอาการเขินจัดก็ด่าเลย ซะงั้น ส่วนใหญ่จะออกแนวๆพูดว่า "บ้าา" เป็นคำยอดฮิตสำหรับผู้หญิงที่มีกริยาอาการ "เขินอาย"

8. ความรัก.. คนสวย โปรดจงสงสารข้าด้วย ช่วยข้าสมดังปรารถนา..
คนเราทุกคนเมื่อมีความรัก 100% เลยล่ะอยากที่จะสมหวังดังปรารถนา ดังท่อนหนึ่งของเพลง "ความรักเจ้าขา"

"ความรัก.. คนสวย โปรดจงสงสารข้าด้วย ช่วยข้าสมดังปรารถนา"

ความรัก.. ถึงรู้ว่ามันเสี่ยง แต่มันก็ต้องลอง ถ้าไม่ลอง เราก็จะไม่มีวันรู้รสชาติของมัน

แต่จงจำไว้เสมอว่า ความรัก คือการให้ ให้โดยไม่หวังผลตอบแทน

9. เราจะเล่นกับคนที่เราชอบบ่อยขึ้น
ข้อนี้ไม้ต้องพูดเยอะแยะเลย เพราะการกระทำมันฟ้อง
การจี้เอว เป็นการแสดงออกสุดฮิตทางหนึ่ง
ที่แสดงให้เห็นว่าเรากำลังเขินอยู่ลึกๆ เมื่อคนอื่นเห็นจะรู้ได้ทันที
แต่เพื่อนกันบางครั้งก็ไม่เล่นอะไรแบบนี้
ผู้หญิงผู้ชายบางคน ก็ไม่ชอบให้ใครมาจี้เอว สะกิดนู่น สะกิดนี่

(กลัวสิ่งที่กลับมามันจะเป็นรองเท้า..)

คนบางคนทำได้เพียงแค่แอบชอบอยู่ห่างๆ แต่ไม่มีวันที่จะได้ครองรักกัน
ผมก็ไม่อยากจะรู้สึกอะไรหรอก เพราะเนื่องจากอยู่ในช่วงมหาวิทยาลัย แต่พยายามห้ามใจตัวเองยังไง ก็ห้ามไม่ได้ซักที เพราะหัวใจ อารมณ์และความรู้สึก..

มันไปแล้ว..

และที่สำคัญ

ก็กลัวเจ็บ..

เหมือนกับ Quote ที่ว่า

"Love someone who doesn't love you back, you'll die daily" — 9GAG

ยังไงก็สู้ๆนะครับผม อย่ายอมแพ้ ทุกๆวันย่อมมีความหวังเสมอ.. จงเชื่อว่าซักวัน เราต้องได้สมหวังดังที่หัวใจเราปรารถนา.

พรหมลิขิตและบุพเพสันนิวาส มีอยู่จริง
SHARE
Written in this book
A Story of Love
Writer
snupphat
An incomplete sentence
บุคคลผู้ล้มเหลวในทุกความสัมพันธ์

Comments

docgy
11 months ago
เฮ้ออออออออ ....
Reply