ดนัยผู้ตกรถไฟชีวิต
'ดนัย' เป็นเด็กมหา'ลัยตัวน้อยๆ คนหนึ่งที่กำลังเรียนรู้และเติบโต

ดนัยเป็นเด็กเรียนดีมาโดยตลอด ตอนประถมดนัยไม่เคยเห็นเลขอื่นที่ไม่ใช่ 4 ในใบเกรด มาจนถึงมัธยม ดนัยก็ยังรักษามาตรฐานของตัวเองมาได้ด้วยเกรด 3.97 ซึ่งก็คงไม่สามารถจะเรียกว่าเกรดตกได้อย่างเต็มปากเต็มคำ

ดนัยเป็นเด็กติดเกม ดนัยเล่นเกมออนไลน์วันละหลายชั่วโมงมาตั้งแต่ประถม ดนัยเล่นมาหลายเกมมาก ตั้งแต่เกมยุคบุกเบิกอย่างเช่น Ragnarok, N-age, S.O.S., BNB, Kartrider, Lineage, Pangya, Yogurting, Gunbound, Cabal, ECO, Maplestory จนมาถึงเกมสมัยใหม่ๆ เช่น Atlantica, Dragonica, Elsword ไล่มาจนถึง Overwatch ที่กำลังทอปฮิตติดชาร์ตกันในปัจจุบัน
ดนัยยังคงเล่นเกมแม้วันวัยจะผ่านเลยมาถึงช่วงมัธยม ช่วงสอบเอนทรานซ์ จนขึ้นมหาวิทยาลัย แต่ดนัยก็ยังสามารถรักษาผลการเรียนไม่ให้ขี้ริ้วขี้เหร่ได้ แถมยังจะออกมาในเกณฑ์ดีเสียด้วยซ้ำ

ดนัยเป็นเด็กที่มีความสุขมาตลอด โอเค มันก็มีแหละ เรื่องทุกข์เรื่องเศร้าน่ะ แต่ดนัยก็ผ่านมันมาได้ทุกครั้งโดยไม่ยากเย็นนัก อาจจะด้วยทั้งความเก่งและหัวดีของดนัยเองนั่นล่ะ ที่พาให้เขาเอาตัวรอดมาเรื่อยๆ

จนกระทั่งวันนี้...
วันที่ดนัยเกลียดตัวเอง

ดนัยเคยคิด ว่าตัวเองนั้นเก่ง มีความสามารถรอบด้าน เจออะไรก็สามารถแก้ปัญหาและก้าวผ่านมันมาได้ตลอดแต่วันนี้ดนัยเหมือนโดนฟาดด้วยของแข็งแรงๆ อย่างจังเข้าที่ศีรษะ ว่าสิ่งที่คิดมาตลอดน่ะมันไม่ใช่
"มึงไม่ได้เก่งเลย"

วันนี้ ดนัยตื่นเช้าเพื่อไปเรียนตามปกติ ชีวิตในรั้วมหา'ลัยดำเนินไปอย่างที่มันเคยเป็นมา ตามที่ดนัยเคยสัมผัส
ตกเย็นหลังเลิกเรียน ดนัยก็เริ่มมองหาอาหารมาประเคนใส่กระเพาะที่เริ่มจะส่งพลังเสียงแปดสิบเดซิเบลออกมา
ดนัยเดินเตร็ดเตร่วนไปเวียนมา ก่อนจะมาจบลงที่โรงอาหารคณะ สั่งเมนูสิ้นคิดที่เคยกินมาทุกวัน เดินไปนั่งลงบนโต๊ะที่ว่าง แล้วทอดสายตาออกไป...

ในระยะไม่ไกลนัก...ดนัยเห็นเพื่อนร่วมชั้นคนหนึ่งกำลังนั่งง่วนอยู่กับหน้าจอคอมฯ
'นี่ต้องกินข้าวไปเล่นคอมไปเลยหรอ' ดนัยคิดในใจ

ด้วยความไม่มีอะไรทำระหว่างรออาหาร ดนัยจึงตัดสินใจเดินเข้าไปทักทายตามประสาเพื่อนฝูง
"เฮ้ย! มานั่งทำไรคนเดียววะ"
เพื่อนคนนั้นละสายตาจากจอคอมพิวเตอร์ เพื่อเงยหน้าขึ้นมองไปยังเจ้าของเสียง
"กูทำงานอยู่อะ งานเยอะมากกกกกก"
"งานไรวะ ช่วงนี้คณะก็ไม่มีกิจกรรมอะไรไม่ใช่หรอ?"
"อ๋อ เปล่าๆ งานนอกน่ะ เก็บโปรไฟล์ ฝึกประสบการณ์"

!!!

ดนัยไม่เคยรู้ ว่าเพื่อนร่วมรุ่นเขารับงานนอกด้วย
"ไหนๆ งานไรวะ ดูหน่อยดิ"
สิ่งที่ปรากฏบนหน้าจอคือโปสเตอร์โฆษณาร้านอาหาร และใบโปรโมชั่นของคลินิกเสริมความงามที่ยังออกแบบไม่เสร็จ
"โห เก่งว่ะ! งานดีอย่างนี้นี่ทำเป็นอาชีพได้เลยนะเนี่ย"

"ดนัยลูก! ข้าวที่สั่งไว้ได้แล้วนะลูก"
"โอเคฮะป้า ไปเอาละคร๊าบบบบ"
"สู้ๆ นะมึง เดี๋ยวกูไปกินข้าวก่อน" ดนัยหันมาพูดกับเพื่อน ก่อนจะเดินไปรับข้าว แล้วตรงกลับไปยังที่นั่งเดิมของตนเอง

'เพื่อนเรามันไปไกลขนาดนี้เลยหรอ' ดนัยคิดในใจ ก่อนจะรับประทานอาหารตรงหน้าอย่างเงียบๆ

ดนัยทิ้งตัวลงนอนบนเตียง ปัดนิ้วไล่สายตาไปตามนิวส์ฟีด อัพเดตเรื่องราวข่าวสารของเพื่อนๆ ในเฟซบุ๊ก'เอ๊ะ! ไอ้นี่ก็รับงานถ่ายรูปหรอ'
'เอ้า! ไอ้นี่ก็เขียนหนังสือส่งสำนักพิมพ์ด้วย'
'โหย! นี่แม่งนักกีฬาคณะนี่หว่า'
'เฮ้ย! ไอเชี่ยนี่เริ่มธุรกิจเล็กๆ ของตัวเองแล้วหรอ'

"อะไรวะเนี่ย ทำไมไม่เคยรู้มาก่อนเลยวะ"

อาจจะด้วยความที่ไม่เคยให้ความสนใจกับเรื่องพวกนี้เท่าไรนัก ทำให้ดนัยมักจะมองเห็นแต่เรื่องราวสนุกสนานเม้าท์มอยเฮฮาบ้าบอคอแตกของเพื่อนฝูง และเผลอมองข้ามเรื่องราวความก้าวหน้าของเพื่อนทั้งหลาย ที่แม้เบื้องหน้าจะเฮฮาปาร์ตี้ แต่เบื้องหลังนั้น ต่างคนต่างก็กำลังพัฒนาตัวเองกันอย่างเอาเป็นเอาตาย

ดนัยเริ่มหันมามองตัวเอง
'เราทำอะไรเป็นบ้างวะ?'
ดนัยทำกราฟฟิกไม่เป็น ดนัยถ่ายรูปไม่สวย ดนัยเรียบเรียงเรื่องราวเป็นตัวหนังสือไม่ได้ ดนัยเล่นกีฬาไม่เอาไหน และดนัยไม่มีหัวด้านธุรกิจ
ยิ่งคิด ดนัยยิ่งกระวนกระวายใจ ดนัยรู้สึกเหมือนกำลังอยู่ที่สถานี และดนัยตกรถไฟ
รถไฟที่เพื่อนๆ ขึ้นกัน และกำลังควบไปข้างหน้าด้วยความเร็วสูง
ดนัยกำลังถูกทิ้งไว้เบื้องหลัง

'นี่กูทำอะไรลงไป เวลาที่ผ่านมา กูทำอะไรขึ้นมาเป็นชิ้นเป็นอันบ้าง'
ดนัยเริ่มมองไปรอบตัว มองหาบางสิ่งบางอย่างที่จะมาปลอบใจ ว่าสิ่งที่ดนัยคิดมันไม่ใช่ความจริง
ดนัยนึกถึงผลการเรียน เขาหยิบใบเกรดแต่ละปีที่เก็บไว้อย่างเป็นระเบียบขึ้นมาดู มองมันแวบแรกด้วยสายตาภาคภูมิใจในตัวเอง ก่อนที่แววตาเศร้าหมองจะเข้ามาแทนที่ พร้อมกับคำถามที่ว่า
"เกรดดีแล้วไง ทำอะไรอย่างอื่นเป็นบ้าง"
จริง ที่ดนัยรักษาผลการเรียนได้เป็นอย่างดี แต่เมื่อมองไปรอบตัว ในบรรดาคนที่เกรดต่ำกว่าดนัย ไม่ว่าจะห่างมาก ห่างน้อย หลายคนที่ดนัยนึกถึงกลับมีความสามารถบางสิ่งบางอย่างที่โดดเด่นเป็นพิเศษขึ้นมา แต่ละคนมีภาพจำของตัวเอง เมื่อมีงานส่วนรวม ดนัยสามารถนึกออกได้ไม่ยากว่างานส่วนไหนประเภทไหนจะถูกแจกจ่ายออกไปให้เพื่อนคนใด
แล้วดนัยก็มองตัวเอง ที่ไม่เคยได้รับมอบหมายงานประเภทใดที่จำเพาะเลย

'นี่กูมีอะไรดีบ้างวะ'
'วันๆ เอาแต่เรียน เอาแต่นั่งเล่นเกม อย่าว่าแต่ทักษะพิเศษเลย เอาแต่ทักษะทั่วไปในชีวิตประจำวันก็ยังไม่ดี ขันน็อตตอกตะปูซ่อมคอมซ่อมรถก็ทำไม่เป็น ทำกับข้าวก็ไม่เคย โอ๊ย! จบไปจะเอาตัวรอดกับเขาได้ไหมเนี่ย'

'เราควรจะทำยังไงดี เราจะเริ่มยังไงดี คนอื่นเขาเริ่มกันมานานแล้ว เขาไปกันไกลแล้ว เราจะตามยังไงให้ทัน'
'เราจะทำอะไรดี เรามีอะไรดีหรอ เรายังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะหยิบอะไรมาพัฒนา เรายังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเราจะมุ่งหน้าไปทางไหน'

'เราไม่รู้ ว่าเราจะเริ่มยังไง'

'ใครก็ได้ ช่วยเราที'

ดนัยได้แต่ร้องไห้คร่ำครวญอยู่ในใจ พร้อมหยดน้ำใสสองสายที่รินไหลลงมาจากตา.
SHARE
Written in this book
Inspired by ...
เติมเต็มแรงบันดาลใจ ด้วยฟืนไฟแห่งรอยแผลและความสำเร็จ

Comments

Tonewood
3 years ago
ผมขอบบทความนี้ครับ 😀
Reply
Kamatep
3 years ago
ขอบคุณครับพ้มมมมม
Du_Riz
3 years ago
น่าสนใจทีเดียว :)
Reply
Kamatep
3 years ago
>.<
JSBlue_Florist
3 years ago
พออ่านบทความนี้แล้วก็เหมือนโดนตีหัวเหมือนกันค่ะ //อยากรู้นะคะว่าดนัยจะทำยังไงต่อ :)
Reply
Kamatep
3 years ago
ผมยังไม่รู้เหมือนกันฮะ 5555
จริงๆ ตัวตนของดนัยนี่ก็เอามาจากชีวิตผมเองส่วนหนึ่ง กับชีวิตคนรอบตัวที่ได้พูดคุยพบเจอแลกเปลี่ยนเรื่องราวชีวิตกัน ทำให้ได้เห็นมุมมองหลายๆ อย่าง ก็เอามาผสมๆ กันดูน่ะครับ
ก็พอโอเคอยู่ล่ะมั้ง >.<
JSBlue_Florist
3 years ago
เขียนดีนะคะ อยากอ่านต่อ^^