เขาผู้พร่ามัว ปรากฏตัวในความเงียบ
     มันเป็นคืนที่เงียบกว่าทุกคืนที่ผ่านมา เสียงแมลงกลางคืนที่เคยส่งเสียงร้องแข่งกันกลับเงียบสนิท ไม่มีรถราคันใดผ่านเข้ามาสักคัน เสียงรายการโทรทัศน์ที่ปกติส่งเสียงเล็ดรอดออกมาจากบ้านเรือนแถบระแวกนี้ก็หายไป แม้แต่ลมสักวูบที่พอจะทำให้เกิดเสียงใบไม้ไหวก็ไม่มี ที่บังเกิดขึ้นในหูตอนนี้มีเพียงเสียงความเงียบที่อื้ออึงจนน่ารำคาญ ยิ่งเมื่อรวมกับฤทธิ์แอลกอฮอล์ที่เพิ่งเติมเข้าเส้นเลือดก็พาลทำให้บรรดาสสารที่อยู่ในกระเพาะพยายามเบียดเสียดตัวขึ้นมาตามหลอดอาหาร ไม่หรอก เธอไม่ปล่อยให้เจ้าพวกนั้นออกมาแน่ เธอขยาดความรู้สึกตอนอาเจียนนัก ดังนั้น แม้จะลำบากหรือต้องใช้ความพยายามมากมายสักเท่าไรก็ต้องสกัดกั้นมันไว้ไม่ให้มันเคลื่อนที่ตามใจได้

     เธอชอบภาพที่มองเห็นในขณะนี้  มันล่องลอย พร่ามัว เร้าให้ทำอะไรตามใจต้องการ เหมือนภาพในความฝัน แสงไฟที่เคยสว่างจนแยงตาก็ดูนุ่มนวลขึ้น ความประหม่าที่เคยมีกลับอันตรธาน เธอพรรณาความงดงามตรงหน้าให้ตัวเองฟังพลางหัวเราะคิกคักโดยไม่สนสักนิดว่าใครจะหาว่าเสียสติ ไม่กลัวว่าคำพูดของใครจะทำให้หัวใจเจ็บปวด เพราะมันถูกทำลายไปหมดแล้ว

"ถึงจะชอบภาพตรงหน้าสักเท่าไร มันก็ไม่คงอยู่ตลอดไปหรอกนะ"
    เสียงพูดดังขึ้นข้างๆ เธอหันไปมองที่จุดกำเนิดเสียง เห็นชายหนุ่มผู้หนึ่งยืนอยู่ไม่ไกลนัก เขากอดอกด้วยท่าทีสบายๆ เห็นหน้าเขาไม่ชัดเท่าไรนัก ช่างเถอะ คงไม่ได้พูดกับเธอกระมังเพราะเขาไม่ได้หันมาที่เธอสักหน่อย

    เธอเดินโซเซต่อไปและเหมือนเด็กคนนั้นจะเดินตามมาด้วย เด็กเหรอ? คงเพราะเสียงที่ไม่ได้นุ่มทุ้มและรูปร่างที่ไม่หนาเท่าไรของชายคนนั้นที่ทำให้เธอคิดว่าเขาคนนั้นเด็กกว่า และแม้ว่าเขาจะอายุน้อยกว่าแค่ปีสองปีเธอก็ยังคงแทนเขาว่าเด็กอยู่ดี เพราะยังไงซะเธอก็เกิดก่อนอยู่วันยังค่ำ

"ถ้าคืนนี้มีลมสักนิดคงดี อย่างน้อยเสียงใบไม้ไหวก็ช่วยให้ไม่เหงานัก"
"โทษนะ นี่พูดกับฉันหรือเปล่า" เธอเอ่ยถาม
"ผมแค่พูดกับตัวเองเลียนแบบคุณ"
"ถ้าไม่บ้าก็เลิกทำแบบนั้นเถอะ"
"ผมคงต้องยอมบ้าเพราะอยากรู้จักคุณ"
   ไม่ว่าหนังเรื่องใดที่เขาหยิบยกประโยคนี้มาใช้ เธอรู้สึกภาคภูมิใจแทนผู้กำกับคนนั้นเหลือเกิน เชยชะมัด นี่ความพยายามในการกลั้นอาเจียนของเธอต้องมาจบลงกับคนแบบนี้หรือนี่ หล่อนสูดหายใจเฮือกใหญ่กลั้นอาการสำรอก ขอบคุณฤทธิ์แอลกอฮอลล์ที่ช่วยบดบังทัศนวิสัยจะได้ไม่ต้องจดจำใบหน้าของชายคนนี้ได้ สิ่งที่ทำต่อไปคือเมินเด็กนี่ซะแล้วตั้งใจเดินกลับที่พักตามปกติ หากเขาเป็นแค่หนุ่มขี้หลีธรรมดาคนนึงนี่คงเป็นครั้งแรกและครั้งสุดท้ายที่เจอกัน

    แต่เขาคงไม่ใช่หนุ่มขี้หลีธรรมดา...แต่เป็นหนุ่มขี้หลีจอมตื้อ


ไม่รู้เหมือนกันว่าส่วนประกอบใดในตัวที่เชิญชวนให้เขามาติดใจ แต่ทุกคืนนับจากนั้นมีอันต้องได้พบเขาเป็นประจำ มีบางครั้งที่เธอคิดว่าเขาตั้งใจจะทำมิดีมิร้าย แต่ระยะห่างที่เขาเว้นไว้และคำพูดเชยๆที่หลุดจากปากก็ช่วยทำให้เธอวางใจได้อย่างประหลาด

"ตามฉันมาจากบาร์ใช่ไหม"
"ทำไมคิดอย่างนั้นครับ"
"ก็เจอครั้งแรกหลังจากกลับจากที่นั่น"
"อืม ผมเป็นห่วงคุณ"
"มันไม่มีเหตุผลอะไรที่จะมาห่วงฉัน"
"คุณคิดว่าเหตุผลใช้อธิบายทุกอย่างในโลกได้ทั้งหมดเหรอ"
"แน่นอน"
"งั้นบอกผมหน่อย อะไรคือเหตุผลที่คุณมากินเหล้าทุกคืน"

     เธอไม่ตอบอะไร พยายามเดินให้เร็วขึ้นเพื่อให้เขาหันไปสังเกตอัตราความถี่ของการก้าวขาเธอแทน เปล่า เด็กนั่นไม่สังเกต แต่ก็ไม่เซ้าซี้ให้เธอตอบคำถามนั่นเพียงแต่เดินตามมาเงียบๆ เป็นตัวเธอเองที่อึดอัดในความเงียบนั่น

"เพราะไม่อยากเห็นหน้าเธอชัดๆล่ะมั้ง ฉันไม่อยากจำหน้าเธอได้ เวลาเธอหายไปจะได้ไม่ต้องนึกถึงหน้าเธอไง"
"จะมีประโยชน์อะไร ยังไงซะคุณก็จะจำความรู้สึกตอนที่อยู่กับผมได้อยู่ดี"
"งั้นถ้าเธอหายไป ฉันจะฆ่าตัวตาย ดีไหม?"
    เขาโพล่งหัวเราะจนเธอตกใจ ไม่เข้าใจว่าคำพูดนั่นมันตลกตรงไหน
"เล่นใหญ่ชะมัด คุณไม่ตายกับเรื่องแค่นี้หรอก"
"ฉันไม่เห็นว่ามันจะตลกสักนิด"

     กลายเป็นว่าจุดประสงค์หลักในการออกจากบ้านของเธอทุกคืนคือการเจอกับหนุ่มคนนี้ แต่ความหลงใหลภาพที่เหมือนฝันและความรู้สึกเหนือจริงนั้นไม่เคยบรรเทา เธอไม่ลดปริมาณแอลกอฮอล์ลงสักนิด อยากรักษาภาพและความรู้สึกที่ได้เจอเขาวันแรกเอาไว้  
     ทุกคืนหลังออกจากบาร์ เธอจะพบเขาระหว่างทางเดินกลับ เขาจะเดินข้างๆ พูดคุยกันจนถึงหน้าคอนโดจากนั้นก็จะลากลับ

"ผมชอบคุณนะ หวังว่าเราจะไปด้วยกันได้ดี" 

     แม้ภาพเขาจะดูพร่ามัว แต่ความรู้สึกที่แสดงออกมากลับชัดเจน เธอหัวใจพองโตรู้สึกเหมือนกลับไปเป็นสาวแรกรุ่น เป็นครั้งแรกที่ตั้งหน้าตั้งตารอคอยวันถัดไปอย่างใจจดใจจ่อ แต่ทว่าคืนต่อมาเขากลับไม่ปรากฏตัว....เขาหายไปในคืนที่แมลงกลางคืนส่งเสียงร้องระงม รถราวิ่งขวักไขว่ มีเสียงใบไม้ไหวจากลมที่พัดมาเป็นระยะ การที่เขาหายไปหนึ่งอาทิตย์ทำให้เธอป่วย เธอเบื่ออาหาร ไม่อยากทำอะไรทั้งนั้น ไม่อยากขยับตัวแม้แต่น้อย มันอ่อนแรงและน่าหงุดหงิด แม้แต่เพลงโปรดก็กลายเป็นเสียงที่ระคายหู นี่เขามีอิทธิพลต่อร่างกายและจิตใจเธอขนาดนี้เชียวหรือ ไม่แน่ว่าเหล้าอาจช่วยเยียวยาได้

     แล้วเขาก็กลับมาอีกครั้งในคืนที่ทุกอย่างเงียบงัน

"ที่เธอหายไปมันเป็นหนึ่งในเรื่องที่ใช้เหตุผลอธิบายไม่ได้หรือเปล่า"
    เธอร้องไห้อย่างบ้าคลั่ง คล้ายระบายทุกสิ่งที่อัดแน่นข้างในออกมา ไม่น่าเผลอใจให้เขาเลย ควรเข็ดกับรักเสียที จำไม่ได้หรือไงว่าที่ต้องออกมากินเหล้าทุกคืนก็เพราะรักเฮงซวยครั้งก่อน

"ผมเป็นห่วงคุณ อยากให้ดูแลตัวเองดีๆ"
"นี่กำลังบอกลาฉันใช่ไหม"
    พยายามเข้าใจชายตรงหน้า เธอเช็ดน้ำตาและหันหลังให้เขา
"สัญญากับผมนะว่าจะดูแลตัวเองจนกว่าเราจะพบกันใหม่"
"ไม่จำเป็นต้องเจอกันอีก" เธอพูดเสียงแข็งตัดเยื่อใย 
"ต้องเจอกันแน่ ผมไปไม่นานนักหรอก เลิกจมกับความรักในอดีตนั่นซะ คุณต้องรักผมให้มากๆ อดทนกับผมเข้าไว้แล้วผมจะรักและเชื่อใจคุณตอบแทน ผมจะสะท้อนทุกอย่างที่เป็นตัวคุณ ทุกอย่างที่คุณปฏิบัติต่อผม ผมจะแสดงสิ่งเหล่านั้นให้คนอื่นๆได้เห็น"

    เธอไม่เข้าใจในสิ่งที่เขาพูด จนเมื่อได้ยินคำพูดสุดท้ายของเขาทุกสิ่งทุกอย่างจึงกระจ่าง

"อีก 9 เดือนเจอกันนะครับแม่"




SHARE

Comments

LungKumdee
3 years ago
เฮ้ยยยยยยยย  เก๋ไก๋สไลด์เด้อมาก หักมุมด้วย ชอบๆ
Reply
ghostslayer
3 years ago
ดีใจที่ชอบ😊
Guarantee
3 years ago
ดีงามตามท้องเรื่อง
Reply
ghostslayer
3 years ago
ขอบคุณนะคะ อย่าลืมเขียนเรื่องราวให้เราอ่านบ่อยๆนะ
SarochaTara
3 years ago
ชอบประโยคสุดท้ายก่อนจะเข้าใจเรื่องทั้งหมดจังค่ะ
Reply
ghostslayer
3 years ago
ตรงที่ผู้ชายพูดหรือเปล่าคะ^^
SarochaTara
3 years ago
ใช่ค่ะ ชอบหมดที่พูดเลย
ghostslayer
3 years ago
ดีใจจังที่มีคนชอบ😄