คลื่นความถี่ของความรู้สึก
เคยมีคนที่ไม่ชอบมั๊ย?
แบบที่ก็ไม่ได้ทำอะไรให้กันมาก่อน
แต่ทุกครั้งที่ได้เจอ ฉันกลับรู้สึกถึงความอึดอัด
ในแบบที่หาสาเหตุไม่ได้

มันไม่มีเหตุผลเลย
และฉันไม่สบายใจทุกครั้งที่คิดว่า
เค้าจะรู้สึกยังไงนะ ถ้ารู้ว่าฉันคิดกับเค้าแบบนี้

เอาจริงๆนะ ฉันว่าลึกๆเค้าเองก็สัมผัสได้

ระหว่างเรามันมีอะไรบางอย่าง
ที่ทำให้ทุกครั้งที่เจอกัน มันไม่ได้ปะปนด้วยความยินดี
ในแบบของคนที่รู้จักกันมานานควรจะเป็น

เรายิ้มเป็นมารยาท ก่อนจะทำเป็นยุ่งกับสิ่งตรงหน้า
ทั้งๆที่เราต่างรู้ ว่าความยุ่งนั้นเป็นสิ่งสมมติ
เราแค่หาเหตุผลที่จะไม่ต้องพูดคุยกันมากกว่า

ยิ่งนานยิ่งห่างเหิน
ยิ่งเวลาผ่านยิ่งหมางเมิน
ทั้งที่เราไม่ได้เกลียดกัน

แต่ฉันห้ามตัวเองไม่ให้รู้สึกแบบนั้นไม่ได้จริงๆ
และในเมื่อฉันหาสาเหตุทางความรู้สึกไม่ได้
ฉันก็เลยเลือกเอาวิทยาศาสตร์รอบๆตัวมาประยุกต์เพื่อหาคำตอบ

ฉันอาจเป็นคนแปลกนะ
แต่ฉันจะรู้ว่า ฉันชอบหรือไม่ชอบใคร
จาก "ออร่า" ของคนๆนั้น

จากความรู้วิทยาศาสตร์แบบงูๆปลาๆ
ฉันเชื่อว่า มนุษย์เป็นสสาร ดังนั้นเราต่างประกอบด้วยพลังงาน
และในเมื่อมีพลังงาน เราก็ต้องมีคลื่น

เป็นไปได้มั๊ยที่เราอาจเป็นคลื่นในความถี่ที่ต่างกัน?

บางคนแค่เห็นหน้า ได้พูดคุยนิดหน่อย แต่กลับสบายใจ
อย่างที่ฉันเคยได้ยินคนบอกว่า "จูนกันติด"

แต่กับบางคน แม้รู้จักกันเนิ่นนาน
แต่อยู่ด้วยกันแล้วกลับอึดอัดบอกไม่ถูก
รู้สึกมีหลุมอากาศกว้างใหญ่ไพศาลคั่นกลางเราอยู่

บางทีเราอาจเป็นตัวส่งสัญญาณและเครื่องรับ
โดยที่เราจะชอบกันหรือไม่
ขึ้นอยู่กับว่า เราหากันเจอมั๊ยในคลื่นความถี่ของความรู้สึก
แล้วอะไรกำหนดความถี่ที่ว่า?
ฉันถามตัวเองต่อ

ก็อาจเป็นหลักการในชีวิต ความคิด ความเชื่อ สิ่งที่สนใจ
ทัศนคติ คำพูดคำจา พื้นฐานอารมณ์ การวางตัว
หลายๆอย่างประกอบกัน

ดังนั้น สิ่งที่เค้าพูดเลยไม่เข้าหูได้ง่ายๆ
อะไรที่เค้าทำเลยขัดตาเราได้ง่ายๆ
โดยที่เราระบุชี้ชัดไม่ได้ว่าเพราะอะไร

แต่พอนานวันเข้า มันก็สะสม
ทีละเล็กทีละน้อย
เราเก็บส่วนเสี้ยว "ที่ไม่ดี" ของเค้าไว้ในความทรงจำ
เหมือนเวลาเราหยอดเหรียญใส่กระปุกออมสินในวัยเยาว์

ต่างกันตรงที่เราไม่ได้ตั้งใจ

แต่เมื่อเวลาผ่านไป
ฉันและเขาเดินจากกันไปตามเส้นทางชีวิตของตัวเอง
หากโลกใบนี้กลมพอ
เส้นทางของเราอาจกลับมาบรรจบกัน ณ จุดใดจุดหนึ่ง

แต่วันนี้ฉันได้เรียนรู้แล้วว่า กับบางคนนั้น
สุดท้ายแล้ว เราพบกันเพียงผ่านเลย

แต่ไม่ใช่เพราะเราไม่ชอบกัน
สุดท้ายแล้วฉันบอกตัวเองว่า
อาจเพราะ "คลื่นความถี่" ของเราไม่ตรงกัน
ก็เท่านั้นเอง.

บันทึกเมื่อ 7:52 PM, 16 กรกฎาคม 2559
SHARE
Writer
Gentlediary
Language enthusiast
ความคิด I ความสนใจ I ความทรงจำ IG: Eve.piri

Comments