จะดีไหม? ถ้ารู้จัก Dark side อีกฝ่ายก่อน
ปกติแล้ว คนเรามักจะชอบเห็นด้านที่ดีของอีกฝ่าย...ด้านที่สดใส...ด้านที่มีแต่ความสุข... แต่
มันจะดีไหม? ถ้าเรารู้จักด้านมืดในจิตใจของอีกฝ่ายก่อน

จะพูดยังไงดีละ อืม....ปกติแล้ว คนเรานั้นมีนิสัยหลายรูปแบบปะปนกันอยู่ ไม่ว่าจะเป็น เป็นฝ่ายชอบชวนคุย เป็นฝ่ายชอบนั่งฟัง เป็นฝ่ายให้ เป็นฝ่ายรับ เป็นคนมองโลกแง่ดี หรือ มองโลกแง่ร้ายไว้ก่อน ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม ต่างก็มีนิสัยที่ดีและนิสัยที่ไม่ดีแตกต่างกันไป แต่คนเราส่วนใหญ่ มักจะแสดงสิ่งที่เป็นนิสัยที่ดีมาก่อนมากกว่านิสัยที่ไม่ดี

ก็แหม...คนเราเจอกันครั้งแรก มันก็อยากจะอะไรที่ดีๆก่อนเป็นธรรมดา แฮะๆ 
(เคยเจอเพื่อนนิสัยตรงข้ามกับเราสุดขั้วเลย
แต่ก็หวังนิดๆว่า มันคงจะมีส่วนดีบางส่วนของมันบ้างละนะ ฮะๆๆๆ)  

แน่นอนว่าตอนเจอกันครั้งแรก สนิทกันตอนแรก คนเราก็มักจะคุยกันเรื่องที่สนใจเหมือนกัน ชอบอะไรเหมือนกัน เล่นอะไรที่เหมือนๆกัน แลกเปลี่ยนเล่าเรื่องส่วนตัวทีละนิดทีละนิด และถ้าเจอเรื่องไหนที่ไม่เหมือนกัน หรือถ้าแค่คล้ายกัน ก็จะพยายามชักชวนให้สนใจเหมือนกันทีละนิด ถึงบางคนจะไม่บังคับเลย แต่ลึกๆก็คงอยากให้สนเหมือนกันหน่อย

พอผ่านมาหลายปี ความสนิททำให้คนเราค่อยๆเปิดเผยความเป็นตัวเองมากขึ้น และ...
ไม่มีสิ่งใด จะมีแต่เพียงด้านเดียว เหรียญยังมีสองด้าน กระดาษยังมีหน้าหลัง

คนเราก็มีสองด้านเช่นกัน...นั่นคือ 
"ด้านมืดที่ซ่อนไว้"

ด้านมืดของคนเรา มีหลายรูปแบบ อาจจะเป็นขี้งก ขี้เหนียว โกรธง่าย เห็นแก่ตัว อดทนต่ำ โลภมาก หรือ เย็นชา เพียงแต่ด้านมืดที่ซ่อนไว้ ตามปกติจะไม่พบเห็นกันง่าย ถ้าไม่มีอะไรไปกระตุ้นให้หลุดนิสัยนั้นออกมา

ตอนแรก ที่เราเห็นด้านมืดของอีกฝ่าย เราอาจจะยังเฉยๆ ไม่สนใจ มองข้าม และ มองแต่ส่วนที่ดีก่อน เพื่อปิดบังความจริงที่รู้ ละเลยความจริง คิดซะว่า ไม่เป็นไรหรอก ทั้งหมดทั้งนี้ที่ทำไปนั้น เราทำเพื่อรักษาความสัมพันธ์ที่ยังต้องการให่้ยาวนาน

ทั้งที่ความจริงแล้ว....
นั่นคือ จุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ที่ถูกทำลายด้วยตัวเราเอง...

ยิ่งถ้าเราเจอนิสัยที่เราไม่ชอบอยู่แล้วด้วยนั้น....เมื่อเจอสิ่งนั้นซ้ำๆบ่อยๆ....ความเบื่อและเหนื่อยหน่ายใจก็จะค่อยๆก่อตัวขึ้นภายในใจทีละนิดๆ ความรู้สึกดีๆที่เราเคยสะสมไว้เกี่ยวกับอีกฝ่าย จะค่อยๆกลายเป็นความจืดจาง และค่อยๆกลายเป็นความเกลียดชังขึ้นมาสะสมแทนที่

และเมื่อถึงจุดสิ้นสุด......ความสัมพันธ์ฉันท์มิตรที่สนิทใจกัน จะค่อยๆจางลง 

บางคน ยังดี อาจแค่ห่างกัน แทนที่จะสนิทแบบแต่ก่อน แต่บางคน ถึงกับขึ้นไม่ขอพบเจอกันอีกเลยก็ยังมี

ต้นเหตุของสิ่งนี้....มันมาจาก....ความคาดหวัง.... 
ความคาดหวังตั้งแต่ในตอนแรกที่เราคาดไว้ว่าเขาจะเป็นเช่นไร เขาจะเป็นคนที่เราชอบนิสัยของเขาแบบนั้นตลอด ทั้งที่ความจริง ไม่มีใครที่จะเป็นอย่างที่คาดหวังได้ตลอดกาล และตัวเขาหรือแม้แต่เราเองก็ไม่ได้มีแค่ด้านดีเพียงด้านเดียว

ยิ่งคาดหวังว่าอีกฝ่ายจะเป็นเช่นไรมากเท่าไหร่ ความผิดหวังและความเกลียดชังที่รับสิ่งที่เขาเป็นไม่ได้ ก็จะเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณตามความคาดหวังที่เต็มเปี่ยม....จนสุดท้าย ก็ต้องเดินทางไปคนละเส้นทาง เพียงแค่เพราะ เราผิดหวังกับสิ่งที่เราคาดคิดแต่เราไม่ได้รู้จักดีตั้งแต่แรก

ดังนั้น....ถ้าเรามามองในมุมกลับดู...โดยถามตัวเองก่อนว่า
ถ้าเรารู้จักด้านมืดของอีกฝ่ายไว้ก่อน
เราจะรับอีกฝ่ายที่มีนิสัยร้ายแบบนี้ได้ไหม?
ในสิ่งที่เราต้องพบเจอทุกวัน
ถ้าเรารับได้ และ ไม่บั่นทอนใจเราเอง
ความสนิทกันคงเป็นความสนิทอย่างแท้จริง
และเราอาจสามารถเกลี้ยกล่อมให้เขาทุเลาลงได้
แต่ถ้ารับไม่ได้ เราก็แค่รู้จักเขาเอาไว้เพียงส่วนหนึ่งก็พอ 
นั่นคือเหตุที่เรามาคิดๆดูแล้ว การมองเห็นด้านมืดที่สุดขั้วเอาไว้ก่อน คงเป็นสิ่งดี ที่ไม่ทำให้เราผิดหวังและต้องเลิกร้างหรือเดินทางคนละเส้นทางชนิดแตกหักแล้วไม่คุยอีกเลย

มันอาจจะดูแง่ลบตรงที่เราบอกว่า หากเรารับนิสัยด้านมีดสุดขั้วไม่ได้แล้วให้รู้จักแค่ส่วนหนึ่ง 
แต่มันเป็นวิธีที่ประนีประนอมถนอมน้ำใจของอีกฝ่ายได้ดีพอประมาณในการไม่ล้ำเส้นกันเกินไป ดีกว่าเราจะต้องบาดหมางด้วยการให้อีกฝ่ายเปลี่ยนความเป็นตัวเองทันที


ถึงแม้ด้านมืดในจิตใจเป็นสิ่งไม่ดี แต่ด้านมืดที่คนรอบข้างรู้แต่แรก ทำให้ความหวังและมิตรภาพที่แน่นแฟ้นไม่ถูกทำลาย เพราะ มันถูกยอมรับตั้งแต่ตอนแรกนั่นเอง

picture's credit from: https://darkjade68.files.wordpress.com/2012/09/dark-heart.jpg
SHARE
Written in this book
= I.D.E.A. & EMOTION =
หนังสือเก็บไอเดีย และ ความรู้สึกต่างๆ สนใจเอาไปใช้ได้
Writer
S_Machale
Writer
Shh.... Please be silent and read this secret.

Comments