เพื่อนรัก ทางด่วน และเสื้อเชิ้ตลายลูกไม้
ฝ้ายเป็นเพื่อนรัก คบกันมาสิบสองปีเศษ และตั้งใจว่าจะคบต่อไป

ถ้าผมเอาชีวิตรอดจากตอนนี้ได้น่ะนะ

ฝ้ายโดนแฟนบอกเลิกกลางด่วนครับ

----------

ท่าทางวัยเบญจเพสของผมและเธอจะแผลงฤทธิ์อย่างเต็มสตรีม รถผมเสียกระทันหัน จึงต้องวานเธอไปส่งที่พิพิธภัณฑ์ศิลปะไทยร่วมสมัย แถวจัตุจักร

เวลานัดสัมภาษณ์คือบ่ายโมง แล้วเจ้าสัวไม่ชอบถูกให้รอ

ตอนนี้เป็นเวลาเที่ยงครึ่ง และฝ้ายกำลังเสียสติอยู่กลางทางพิเศษศรีรัชฯ

-----------

"แก...คือชั้นไม่เข้าใจ ทำไมพี่เค้าถึงเห็นแก่ตัวแบบนี้ โอ๊ย ไม่ไหวแล้ว อ๊าาา"

ครับ เธอกรี๊ดไปพร้อมๆ กับปีบแตรยาว เสียงดีไม่มีตกอยู่อึดใจหนึ่ง หายใจเฮือกใหญ่ แล้วก็กรี๊ดต่อ

คนที่เห็นแก่ตัวตอนนี้น่าจะเป็นผม ภาวนาให้เธอยังหาทางพาผมไปส่งถึงที่ได้

งานนี้มันสำคัญเกินกว่าจะพังทลายลงด้วยเรื่องพรรค์นี้

''ใจเย็นก่อนน้า ซ้าย ชิดซ้ายไว้ ชิดซ้ายก่อน"

"อย่ามาจับตัวชั้น! อีพี่บอสชั่ว อีพี่บอสเลว ผู้ชายเหี้ยเอ๊ย อ๊าาาาา"

มึงจะเล่นใหญ่ไปถึงไหนฮะฝ้าย 

ฝ้ายเหยียบคันเร่งสุด สลับกับเหยียบเบรกกะทันหันเวลาต้องชะลอ ทำเอาท้องไส้ผมปั่นป่วน บวกกับความเครียดอื่นๆแล้วผะอืดผะอม อยากอ้วกเป็นที่สุด

"ฝ้าย ฟังเราก่อน เราอยากให้ฝ้ายคิดถึงเราหน่อย เรื่องนี้สำคัญกับเรามาก ช่วยเราก่อนนะ ขอร้อง"

"แล้วนี่ชั้นไม่ช่วยเธอตรงไหน ห๊ะ นี่ชั้นขับมาให้เธอถึงนี่ยังไม่พอใจใช่ไม๊ ผู้ชายแม่งก็เห็นแก่ตัวเหมือนกันหมดสินะ ไม่ต่างอะไรจากพี่บอสเลย เอาเซ่ เอาเงินชั้นไปด้วย เอาไป"

ฝ้ายเหยีบเบรก ลดกระจกลง แล้วกำเหรียญเขี้ยวงใส่ พนังงานที่บูทเก็บค่าผ่านทางสุดแรง

เหี้ยเอ้ยยยย เอาแล้วไงมึง

ผมยกมือขอโทษพี่สาวตาเขียวอย่างแรง แล้วบอกให้ฝ้ายออกรถทันที ออกร๊ถถถถถ!

-----------

เหมือนกับคนไบโพลาร์ครับ อยู่ๆ ฝ้ายก็เค้าสู่ภาวะซึมเศร้า เงียบ น้ำตาไหลเป็นทางไม่หยุด (แต่ยังขับรถได้สถุลคงเส้นคงวา) ในรถมีแต่เสียงแอร์หึ่งๆ ชวนปวดขมับ

ผมจนใจ ไม่รู้จะปลอบยังไง ทั้งชีวิตนี้ไม่เคยจะมีแฟนกับเค้าสักคน จีบใครเค้าก็ไม่เอา ใครเศร้ากว่ากันแน่วะเนี่ย

เออ นี่ไงพิธีปลอบ

"แก คือเราก็ไม่ค่อยรู้อะไรหรอกนะ แต่ลองคิดงี้ดิ อย่างน้อยๆ แกก็เคยมีแฟน ได้มีเวลาที่แฮปปี้กับพี่บอสนะเว่ย อย่างเรานี่อย่าเวลาแต่โดนทิ้ง แฟนยังไม่มีด้วยซ้ำ เฮ่ ฝ้าย ฟังเค้าอยู่ป่าววะ"

ผมหันไปสะกิดแขนเล็กๆ ของเธอ จังหวะเดียวกับที่เหลือไปเห็น ป้ายทางลง ถนนรัชดาภิเษก

"เฮ้ยฝ้าย ชิดซ้ายลงตรงนี้ ฝ้าย! ลงตรงนี้เดี๋ยวเลยแล้ว"

เอี๊ยยยยยยยดดดด...โครม

cube ตัวน้อย จูบตูด x6 เข้าอย่างจัง

คนไทยสมัยใหม่ควรบัญญัติคำที่แรงกว่าเหี้ยได้แล้วนะ

-----------

วินาทีนั้นผมบอกกับตัวเอง จะไม่ให้มีอะไรมาขัดขวางโอกาสเปลี่ยนชีวิตของผมในครั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็น ฝ้าย พี่บอส หรือคนที่อยู่ในบีเอมคันนั้น

อีก 10 นาทีผมต้องไปให้ทัน

"ฝ้าย! ถอย!"

ผมเปลี่ยนเกียร์ เอี้ยวไปจับพวงมาลัยของฝ้ายที่กำลังชอคอยู่ สั่งให้มันเหยียบ แล้วขับลงทางด่วนไป

กูไม่สน ขอให้ไปถึงก่อนเดี๋ยวเคลียร์ทีหลัง

"ฝ้าย ฟังกูนะ กูต้องไปถึง MOCA ภายในอีก 10 นาทีนี้" ผมตะคอก ขึ้นกูมึงกับฝ้ายเป็นครั้งแรก

ฝ้ายทำหน้าบู้บี้ มีเสียงเล็กเล็ดลอดเอามาจากปากในระดับที่ฟังไม่ได้ศัพท์ เธอผลักผมออก แล้วเริ่มขับรถต่อ

ขับแบบกะจิ้กๆ เร่งเบรก เร่งเบรก ต่อไป

อีก 7 นาทีจะถึงเวลานัด ฝ้ายเลี้ยวเข้าถนนงามวงศ์วาน อึดใจเดียว นรกอัดกระป๋องกลางทางหลวงกำลังจะสิ้นสุดแล้ว

"อะฮือนิค...นิค ชั้นรู้สึก เหมือนจะตาย ฮือ นิค "

"ฝ้าย ยังไงก็เราอยู่ตรงนี้เว่ย เราจะไม่ทิ้งแกไปไหน...แต่ถ้าแบบ...เรื่องงานก็อาจจะต้องเข้าใจหน่อย" ผมยิ้มติดตลกแบบไม่รู้เวลา เหมือนเวลาปลอบเธอทุกครั้ง มั่นใจว่าว่าฝ้ายเข้าใจว่าผมหวังดี ว่าแล้วก็เอามือจับไหล่เบาๆ

รถชะลอความเร็วลง เช่นเดียวกับพายุอารมณ์ของเธอ

ถึงซะที

"ขอบคุณมาก แกแม่งหญิงเหล็กว่ะ ไม่ต้องห่วง เรื่องรถชนเดี๋ยวเราจัดการเอง ขอตัวแปปเดียว เดียวกลับมา"

ผมพยายามข่มถ้อยคำให้เร่งรีบน้อยสุดเท่าที่จะทำได้ ฝ้ายโผมากอดผมเงียบๆ

แล้วก็อ้วกเอาข้าวเช้าใส่ที่เสื้อผม สองอ๊อก...

คนไทยสมัยใหม่ควรบัญญัติคำที่แรงกว่าเหี้ย เดี๋ยวนี้!

-----------

ผมหัวเราะร่วน ไม่แม่แต่สบถ ฝ้ายเองก็ขำไปกับผม

"เชี่ยฝ้ายยยยย แก ถอด ถอดเสื้อออกมา"
"จะบ้าเหรอ นิก ว้าย"

ผมงัด เสื้อเชิ้ตขาวที่ฝ้ายใส่อยู่ออกมา โชคดีที่เธอเป็นคนแต่งตัวเท่ห์ แล้วเราก็ขนาดตัวพอกัน 
ปฎิญาณไปแล้วว่าจะไม่มีอะไรมาหยุด ต้องทำให้ได้

"บอกแล้วว่าเราทำอะไรทำจริง โป๊ไปก่อนนะ เดี๋ยวลงมา"

เธอหัวเราะ และเผยรอยริ้มออกมาเป็นครั้งแรกในวันนี้

"แกนี่มันบ้าจริงๆ เลยน้า"

"ไม่เท่ากับแกวันนี้หรอก"

ประตูรถปิดดังปึง ผมแวะบอกพี่พนักงานขายตั๋วให้ช่วยดูแลหญิงในบราสีม่วงในรถหน่อย แล้วก็เดินเข้ามิวเซียมไป

เหลือบเห็นลายลูกไม้บางๆ ที่หลังเสื้อเชิ้ต 
ฝ้ายเอ๊ยยยยย ให้ตายสิ จะบอกเจ้าสัวยังไงดีเนี่ย
SHARE

Comments

July_Moon
3 years ago
นึกภาพตามตั้งแต่ต้นจนจบ อะไรจะวุ่นได้ขนาดนั้น
Reply