ความสุขบนรถไฟฟ้าเป็นสิ่งที่หาได้ยากเหมือนกัน
วันนี้ระหว่างอยู่บนรถไฟฟ้าผมสังเกตว่า ความสุขบนรถไฟฟ้าเป็นสิ่งที่หาได้ยากเหมือนกัน

ผมยืนเบียดตัวลีบอยู่ในตู้ รถจอดนิ่งเปิดประตูอ้าอยู่ที่สถานีสยาม กำลังรออะไรก็ไม่รู้ รู้แต่ผมต้องยืนตัวเกร็งเพื่อไม่ให้แขนของผมไปถูกคนข้างๆ และต้องวางเท้าจัดสมดุลร่างกายเพื่อเตรียมต่อสู้กับแรงเหวี่ยงเมื่อรถออกตัว ข้างหน้าผมคือพนักงานออฟฟิศสองคนที่กำลังเม้ากันอยู่ ทางขวาคือกลุ่มเด็กนักเรียนมัธยมที่เพิ่งกลับจากที่เรียนพิเศษ ข้างหลังเป็นฝรั่งตัวเท่าหมีควาย และทางซ้ายคือจักแร้ของคุณลุง

ยากมากที่จะมีความสุขในสภาพนี้ ผมคอยจับกระเป๋ากางเกงเป็นระยะเพื่อเช็คว่ากระเป๋าตังค์และมือถือยังอยู่ครบ พอรถเลี้ยวโค้งผมต้องจิกปลายเท้าเพื่อปักหลักไม่ให้ตัวเอนไปโดนใคร ใช้จังหวะที่รถวิ่งนิ่งๆ แหงนคอมองผังสถานีสลับกับหาอะไรดูในจอทีวี ปกติอยู่บ้านผมไม่เคยดูทีวี แต่ดูเหมือนว่าในรถไฟฟ้าแคบๆ ตู้นี้ เจ้าทีวีจอเล็กๆ บนขอบเพดานเป็นที่พักสายตาเดียวที่ผมมี เพราะถ้าไม่ดูทีวีก็ต้องดูเงาตัวเองในกระจก เห็นภาพตัวเองเวอร์ชั่นล้าสุดขีดมองกลับมา ถ้าจะยิ้มเพิ่มพลังก็กลัวคนข้างๆ ที่มองตัวเองในกระจกอยู่เหมือนกันหาว่าเราบ้า 

ผมจึงมองทีวี มองโฆษณาฉายวนซ้ำไปมาอย่างไร้ความหมาย มองคนในโฆษณาคอยบอกผมกับคนอื่นๆ ในรถว่า เมื่อไหร่ที่เรามีสิ่งเหล่านี้ (รถ บ้าน นาฬิกา ตั๋วเครื่องบิน ครีมทาผิว ยาสระผม ฯลฯ) เราจะมีความสุข

แต่ความสุขเหล่านั้นไม่มีให้ซื้อในรถไฟฟ้า ความสุขเหล่านั้นอยู่ที่อื่น เวลาอื่น บางอย่างต้องใช้เวลาเป็นปีๆ กว่าเราจะได้มา แต่ผมอยากได้ความสุขเดี๋ยวนี้ ตอนนี้ ในรถไฟฟ้านี่เลย

ผมจึงหยิบมือถือออกมา...แล้วเริ่มสไลด์ฟีดส์เฟซบุ๊ก กดไลค์ไปเรื่อยเปื่อย สไลด์...ไลค์...สไลด์...ไลค์... ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าทำไปทำไม แต่อย่างน้อยทำแบบนี้ก็รู้สึกดีกว่าแหงนคอมองโฆษณา และการทำแบบนี้ก็ทำให้ผมรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของโลกอีกครั้ง มีความสุขแปร่งๆ ลุกสว่างขึ้นในใจ ว่าทุกครั้งที่เราไลค์ เรายังมีตัวตนอยู่ เพื่อนๆ จะได้รับรู้ว่าเรายังไม่หายไป

รถจอดสถานีถัดไป พอประตูเปิดทุกคนก็เงยหน้า มองคนที่เข้ามาใหม่แล้วก้มหน้าตา ผมเบื่อฟีดส์ในมือถือตัวเองแล้วจึงแอบมองฟีดส์บนจอคนอื่นบ้าง ผมพบว่าคุณน้าคนข้างๆ มีฟีดส์ที่น่าสนใจทีเดียว ขณะที่ฟีดส์ของผมมีแต่รูปเพื่อนไปเที่ยวต่างประเทศ ฟีดส์ของคุณน้ามีแต่เรื่องผลิตพรรณเสริมความงาม เห็นแบบนี้แล้วนึกถึงฟีดส์ของเพื่อนคนหนึ่งที่มีแต่เรื่องรถแข่ง

วันๆ หนึ่งเราฟีดส์อะไรให้ตัวเองอ่านบ้าง

จริงๆ แล้วฟีดส์ก็คือกรอบสายตาที่เราใช้มองโลกดีๆ นี่เอง

อัลกอรึทึมเฟซบุ๊กจะจำสิ่งที่เราสนใจแล้วป้อนสิ่งนั้นเข้ามาในชีวิตเราเรื่อยๆ

คิดแล้วตกใจเล็กๆ เพราะดูเหมือนว่าฟีดส์ของผมจะมีแต่เรื่องยูนิคอร์นไลฟ์สไตล์และความสำเร็จ มีแต่ภาพไวน์ โรงแรม สนามบิน ต่างประเทศ รางวัล และรูปคู่กับคนดัง

ประตูรถเปิดออก ผมมาถึงเอกมัยแล้ว เก็บมือถือใส่กระเป๋า เดินพ้นออกมาจากตู้รถไฟฟ้า ได้ยินเสียงฝนเป็นสิ่งแรก ลมพัดไอฝนมาโดนหน้า ที่นี่คนบางตากว่าสถานีสยาม ประตูรถไฟฟ้าร้องเตือน คนรีบวิ่งยัดตัวเข้าไปในขบวน ประตูเลื่อนปิดและรถไฟก็เคลื่อนออกไป ผมรู้สึกปลอดโปร่งอย่างบอกไม่ถูก อาจเพราะไม่ถูกบังคับให้ต้องมองจอทีวีแล้ว เพราะไม่มีใครมายืนเบียดในรัศมีหนึ่งเซนติเมตร และไม่ต้องเกร็งตัวกลัวจะเอนไปชนใคร

พอหลุดพ้นจากรถไฟฟ้ามาได้ผมก็ไม่จำเป็นต้องใช้มือถือ ไม่ต้องเสพฟีดส์เพื่อให้ตัวเองดำรงอยู่ ผมมองรถวิ่งผ่านไป มองคนในตู้เบียดกันเป็นปลากระป๋อง รถไฟฟ้าทำหน้าที่ของมันได้อย่างสมบูรณ์ไม่บกพร่อง มันพาเราเดินทางจากที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่ง ให้ที่ยืนกับเรา ช่วยเราประหยัดเวลา มันไม่ได้มีหน้าที่ต้องมาทำให้เรามีความสุข และคนอื่นๆ บนรถก็ไม่ได้มีหน้าที่มามอบความสุขให้เราเหมือนกัน

ความสุขเป็นสิ่งที่เราต้องพกขึ้นรถไฟฟ้าไปเอง และต้องคอยเก็บรักษาไว้ให้ดี อย่าให้ความสุขของเราหล่นไปง่ายๆ จากการนั่งรถไฟฟ้าแค่ไม่กี่นาที
SHARE

Comments

Konbonfah
3 years ago
ผมเคยคิดจะเขียนบทความเรื่องนี้อยู่พอดีเลยครับ เวลาที่มองผู้คนที่แตกต่างกันบนรถไฟมันทำให้เกิดความคิด
Reply
imonkey7
3 years ago
แต่คิด ๆ ดู ความเร็วที่รถไฟฟ้ามอบให้
อาจทำให้เรามีเวลาไปสร้างความสุข
ให้คนที่เรารักก็ได้นะ
~^^~
Reply
Bushy
3 years ago
จริงเลยเฮีย รถไฟฟ้าทำให้เรามีเวลากินเบียร์กับเพื่อนมากขึ้น! 5555
imonkey7
3 years ago
เป็กสิรออะไรอยูา
#เอาให้หนัก
lalajinx
3 years ago
เวลาเจอเรื่องแปลกๆบนนั้น ก็ถือว่าเป็นความสุขเหมือนกันนะคะ บางเรื่องนี่อมยิ้มเลย 555555+
Reply
Adishofpizza
3 years ago
เราค่อนข้างตื่นเต้นเวลาขึ้นรถไฟฟ้าและยังรู้สึกว่ามันสนุกด้วย มันเป็นที่แคบๆ ที่คนหลากหลายแบบมาอยู่รวมกัน มันมีเสน่ห์จริงๆ นะคะ
Reply
Bewbundanjai
3 years ago
^^
Reply