- I won't 'BIRD' - | คู่มือฆ่านก
คำถามคลาสสิคพอพอกับตอนจบของคู่กรรม “เขาชอบเรามั้ยนะ” “สรุปแล้วเราเป็นอะไรกัน” ซึ่งน่าตลกก็ตรงที่ความคลุมเครือไม่แน่ชัดของคนที่เรากำลังสานสัมพันธ์ด้วยนั้น ดันเป็นเรื่องที่หลายๆคนเจอ ซึ่งถ้ามันยังไม่แน่ใจแล้วนิ่งๆไว้ปัญหาก็คงไม่มี แต่หลายคนออกตัวล้อฟรี หน้าคว่ำ ช้ำใจกันมาหลายราย เพราะดันเริ่มสร้างความสัมพันธ์แบบไม่รู้ทิศทางกับเขาไปเสียแล้ว

สุดท้ายก็นกสิคะจะรออะไร......

มันมีสำนวนหนึ่งของภาษาอังกฤษที่ว่า “You’ll get, what you give - คุณจะได้รับ ในสิ่งที่คุณให้” ซึ่งหมายความว่า ก่อนที่เราจะได้อะไร เราก็ต้องมอบสิ่งนั้นให้ไปก่อน #ความรักก็เช่นกัน

ฉะนั้นอันดับแรก ก่อนที่จะไปไขความลับดำมืดของหัวใจคนอื่น เราลองถามตัวเองก่อน ลองตั้งคำถามง่ายๆให้กับตัวเองดูว่า "ถ้าตัวเราไม่ได้เป็นตัวเรา แล้วเรามองตัวเองจากมุมมองคนอื่น เราจะชอบตัวเองมั้ย เราจะอยากจีบตัวเองที่เป็นแบบนี้มั้ย" เป็นคำถามที่ดูง่ายดาย แต่เชื่อไหมว่าหลายคนไม่มีคำตอบให้กลับมา

คำตอบที่ดีที่สุดสำหรับคำถามนี้ คือทั้งใช่และไม่ใช่ เพราะตัวเราทุกๆคน ต่างต้องมีทั้งข้อดีและข้อเสียในรูปแบบที่แตกต่างกันออกไป ข้อดีของเราก็พาเรามั่นหน้าระดับเมนเทอร์บีต้องขอเข้าทีม แต่ข้อเสียของเราบางครั้งก็อยากจะตบตัวเองใส่ตะกร้าล้างน้ำซักสามสี่รอบ


ในบางคน ก็กลับมองไม่เห็นข้อเสียของตัวเองก็มี
บางคน ก็มองไม่เห็นข้อดีของตัวเอง ก็เยอะ

 
แล้วถ้าเกิดมองมุมไหน ก็ไม่เห็นตัวเองจะมีข้อดีอะไรเลยซักอย่างล่ะจะทำยังไง ซึ่งถ้าคำตอบในใจคุณเป็นแบบนี้ล่ะก็ อยากให้คุณระวังให้ดี เพราะการคิดว่าตัวเองไม่มีข้อดีอะไรเลยนั้น ถือเป็นการดูถูกและลดค่าตัวเองอย่างรุนแรง และยิ่งคุณคิดแบบนั้นกับตัวเองซ้ำๆ อาจจะทำให้สุขภาพจิตคุณเสียเอาได้ง่าย และจะพาลให้เกิดรัสมีเหมือนมีดอกเห็ดเชื้อราขึ้นอยู่รอบกายตลอด มันจะยิ่งไม่ดึงดูดใครๆให้เข้าหามากขึ้นไปอีก ไม่เว้นแม้แต่คนใกล้ตัว ฉะนั้นเลยอยากให้ลองคิดใหม่ว่า ทุกคนๆมีข้อดีและข้อเสียที่แตกต่างกันออกไป ไม่มีใครในโลกนี้ดีร้อยเปอร์เซ็นต์ และเลวร้ายดั่งปีศาจ เราอยู่ในโลกแห่งความจริง ไม่ใช่ละครโนะ....

การที่รู้ว่าตัวเองมีข้อดีและข้อเสีย มันจะช่วยให้เราไขความดำมืดของหัวใจเขาได้หรือ มันเกี่ยวกันตรงไหน ก็คงต้องบอกตรงๆว่ามันไม่เกี่ยวเลย อ้าว!!!

แต่....

มันจะช่วยให้เราสามารถตามจับความรู้สึกของตัวเอง หรือที่เรียกกันว่า “ดึงสติ” ตัวเองกลับมาได้ทัน ก่อนที่เราจะออกตัวล้อฟรีไปให้ชอกช้ำเล่นกะใครซะก่อน แต่ก็ต้องยอมรับว่าในโลกแห่งโซเชี่ยลที่วุ่นวายและปลอมเปลือก มันก็ยากมากที่เราจะประเมินตัวเองตามจริง ในเวลาที่เราโพสรูป หรือ ทำอะไรบางอย่างแล้วมีคนมาคอมเมนต์ว่า “น่ารักจังเลยอ่า สวยจังเลยอ่า” จากคนที่เขาพร้อมจะอวยเราไปส่งๆ หรือแบบ “แหม มั่นหน้าจังนะ ทำเป็นโพสรูปอวดโน่นนี่” จากคนที่เขาเกลียดเรา แต่เอาเป็นว่า เราก็ต้องพยายามเอาผ้าขาวบาง กรองสิ่งเหล่านั้นออกมาเป็นข้อเท็จจริงให้ได้ รู้ให้ได้ว่าตัวเรามีดีมีเสียแค่ไหน เมื่อเราประเมินตัวเองตามจริงได้เมื่อไหร่ เราก็จะใช้ชีวิตไปตามนั้น และหลังจากนั้น คนที่เข้ามาหาเรา เราก็พอจะประเมินได้ว่าเขาจริงใจหรือจริงจังแค่ไหน เขามองเห็นข้อดีข้อเสียของคุณตามความเป็นจริงอย่างที่คุณเห็นตัวเองหรือเปล่า

และถ้าใช่ มันก็เป็นไปได้ว่า เขาคนนั้น อาจจะไม่ได้มาเล่นๆ
เขาอาจจะตั้งใจมาเป็นคนนั้นของคุณจริงๆก็ได้ 
 
เพราะฉะนั้น หากคุณเจอเขาแล้ว คนที่มองคุณตามความเป็นจริง แล้วคุณล่ะ คุณมองเขา มองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตอนนี้ไปไกลแค่ไหน คุณจริงจังกับมันแค่ไหน คุณตอบตัวเองได้หรือเปล่า คนที่คุณคุยอยู่ตอนนี้อ่ะ คุณให้คะแนนเค้าไว้ที่เท่าไหร่?

เอาแค่ตัวคุณเองก่อน ไม่ต้องไปนึกถึงเขา
ลองตัดเขาออกไปซักสองสามนาทีซิ

เพราะถ้าตอนนี้ คุณชอบเค้า คุณอาจไม่จำเป็นต้องทำอะไรเลยก็ได้ แค่คุณเห็นรูป เห็นหน้าเค้าคุณก็มีความสุขได้ เพราะมันไม่ใช่การผูกมัดอะไร ต่างคนต่างอยู่ และคุณก็ชอบเค้าไปได้เรื่อย แต่ถ้าคุณลงมือทำอะไรไปมากกว่านี้ล่ะก็

มันอาจจะกลายเป็น คุณรู้สึกดี
มันมักจะเกิดจากคนที่เราเข้าไปพบเจอ และนั่นไม่ผิด เรารู้สึกดีกับใครก็ได้ทั้งโลกแหละ เราเป็นมุนษย์ที่มีฮอร์โมนและอ่อนไหวได้นี่ อาจจะเป็นหนักหน่อยเพราะเราได้เข้าไปคลุกคลี ทำบางสิ่งบางอย่างกับเขาแล้วเราประทับใจ แววตาเราเป็นประกายเหมือนเซเลอร์มูนเวลาเรามองเค้าเกิดปรากฎการณ์ตามทฤษฎีสะพานแขวนขึ้นมาจนกลายเป็นความรู้สึกพิเศษ แต่ทั้งนี้ มันก็เป็นเพียงความรู้สึกด้านเดียว มันมาจากส่วนของคุณเองคนเดียว แต่ถ้าคุณลงมือทำอะไรไปมากกว่านี้ล่ะก็

เค้าอาจจะกลายเป็น คนที่ใช่แล้ว ก็ได้ เพียงแค่คุณได้ลองเริ่มลองสานสัมพันธ์กับเค้าไปต่อ  
ซึ่งตรงนี้แหละจุดขยี้ใจ หลายๆคนพังทลายตรงที่จุดนี้เอง ตรงที่ค้นพบว่า เราไม่ใช่สำหรับเค้า เค้าไม่ใช่สำหรับเรา ก็เพราะว่าพอมาถึงขั้นนี้แล้ว มันไม่ใช่แค่ส่วนของคุณคนเดียวอีกต่อไป มันก็ต้องเป็นส่วนของเค้าด้วยเหมือนกัน มันหมายความว่า คุณอาจจะเริ่มจริงจัง คุณอยากให้เค้าเป็นคนที่ใช่ หรือไม่ก็อยากให้เค้าเห็นเราเป็นคนที่ใช่ คุณจะพยายามทำทุกอย่างเพื่อไปถึงจุดนั้น โดยบางทีหลงลืมไปว่า ความใช่ คือความพอดีที่อยู่ตรงกึ่งกลาง และถ้าคุณดึงมาแรงเกินไป เชือกก็จะขาด มันก็จะพัง

การสำรวจตัวเองเลยเป็นกุญแจสำคัญในการฆ่านก

เพราะมันอาจเป็นไปได้ว่าตอนนี้ คุณแค่รู้สึกดีเฉยๆ ชอบเขาเฉยๆ แล้วพยายามใช้ความรู้สึกที่ยังไม่ทันจะแข็งแรงและมั่นคงนั้น เข้าต่อรองกับเขากับความสัมพันธ์ซะก่อน 


หลายๆคนอ่อนไหวกับความรู้สึกตัวเองมากเกินไป จนเริ่มคุยกับคนบางคนหนักข้อขึ้น อยากเจอแต่ไม่อยากคิดถึง อยากคุยแต่ไม่อยากทำความรู้จัก อยากมีตัวตนแต่ไม่อยากเพิ่มคุณค่าตัวเอง จนเริ่มกลายเป็นการดึงความสัมพันธ์ที่ยังไม่ทันเกิดขึ้นมาใช้ล่วงหน้า แล้วสุดท้าย ตัวเองก็กลายเป็นหนี้ทางความรู้สึกที่พอเขาจากไป ก็ต้องมานั่งจ่ายย้อนหลังด้วยความเสียใจทั้งหมดที่มี

โศกเศร้าไปอี๊ก.....

เรากับเขาก็ไม่ได้ต่างกันนักหรอก ใครๆก็อยากจะมีใครซักคนมารักเราเหมือนๆกัน ต่างก็อยากรู้ว่าอีกฝ่ายคิดยังไงด้วยกันทั้งนั้น แต่เราจะอยากรู้ไปทำไม หากหัวใจของเราเองยังไม่มีคำตอบให้ตัวเอง หากเรายังตอบตัวเองไม่ได้ด้วยซ้ำว่าเราจะมีความรักไปทำไม 

กับบางคน การมีชีวิตโสดมันก็อาจจะสุขสบายมากเกินกว่าจะให้ใครเข้ามาทำให้ชีวิตตัวเองซับซ้อนมากขึ้นก็ได้ หรือบางคนอาจจะแค่ต้องการให้ใครบางคนคอยถามไถ่พอให้หัวใจชุ่มชื้นจากชีวิตที่เหนื่อยล้าแค่นั้นก็มี ถ้าหากเรารู้ว่าตัวเราเองต้องการอะไรแน่ชัดแล้ว การหาคนที่มาเติมเต็มเราได้ มันก็น่าจะดีกว่าการมาตั้งคำถามว่าเค้าจะชอบฉันมั้ย เค้าจะรักฉันมั้ย ให้เสียเวลา ไม่ต้องมากลัวนกให้เสียหน้าและศักดิ์ศรี
 เป็นไปตามคำคมที่แสนจะคลาสสิคและมีประสิทธิภาพ
ใครที่ไหนจะมารักคุณ ถ้าคุณยังรักตัวเองไม่เป็น  



การที่พระเจ้าไม่ได้ใส่ความสามารถในการอ่านใจคนอื่นมาให้คุณ
นั่นก็หมายความว่า การไม่รู้ว่าเขาคิดยังไง อาจจะเป็นเรื่องที่ท้าทายคุณอยู่ก็ได้นะ


SHARE
Writer
Miranda
Bitchy Writer
I'm a bitch. I'm a lover. I'm a child. I'm a mother. I'm a sinner. I'm a saint. I do not feel ashamed | นามปากกา "มิรันดา" ผู้ใช้ภาษาแปลกประหลาด ผิดจริตและดัดจริต | มุมมองชีวิต ความรัก สังคม วัฒนธรรม และการเมือง ที่เผ็ดแสบร้อนเหมือนตะกอนลาวา |

Comments

redszone
3 years ago
ชอบจัง จากใจนกฟีนิกซ์
Reply
aunt
3 years ago
มันโดน...ขอบคุณนะ
Reply
NaNann
3 years ago
เขียนดีจัง กำลังอยู่ในสถานการณ์นี้พอดี ช่วยได้เยอะเลยค่ะ
Reply
Rocco
3 years ago
ทั้งทั้งที่รู้ อยู่แก่ใจ จะปกปิดใครใจย่อมรู้
Reply
Savei
3 years ago
เหมือนคุณมิรันดาเอาชีวิตเรามาเขียนเลย
เราก็เป็นเหมือนคนคนนั้น คนที่ถามตัวเองตลอดว่า "เค้าชอบเรามั๊ย" แต่ไม่เคยคุยกับตัวเองอย่างจริงจังเลยว่า"เราต้องการอะไร"
Reply