คาร์พูลคือคำตอบ (ภาคจบ)
ทำยังไงให้คนมาใช้ระบบของเรา? ก็ต้องถามย้อนกลับไปว่า แล้วระบบของเราให้อะไรกับคนที่จะมาใช้? สิ่งที่เราทำสามารถสร้างคุณค่าอะไรได้บ้าง? อ๋อ ก็แน่นอนล่ะ ใช้รถร่วมกัน ช่วยแก้ปัญหารถติด คนขับก็ได้ตังค์ คนนั่งก็ได้ประหยัดค่าเดินทาง

แล้วรู้ได้ไงว่าคนที่จะมาเป็นคนขับ เขาอยากได้ตังค์? ตังค์แค่รอบละหลักสิบ แล้วคนนั่ง มันต่างจากการนั่งแท็กซี่หรือ Uber ยังไง? ช่วยแก้ปัญหาจราจร? แล้วมันใช่เรื่องของเขาหรือเปล่า? คำถามพวกนี้ห้ามปล่อยผ่านอย่างเด็ดขาด

ต้องรีบงัดการตลาดพื้นฐานสุดๆ ขึ้นมาลุย เริ่มต้นที่ลูกค้าเสมอ ลูกค้า กลุ่มเป้าหมายของเราคือใคร?

ตามที่ผมเล่ามาตั้งแต่บล็อกตอนแรก ปัญหาของเราสโคปชัดเจนแล้ว รถติดนรกในช่วงเช้ากับเย็น เกิดจากรถส่วนตัวจำนวนมาก (ต้องไปค้นสถิติมายืนยันอีกที) พร้อมใจกันใช้เส้นทางเดียวกันในเวลาเดียวกัน

แล้วเจ้าของรถส่วนตัวเหล่านี้คือใคร? ผมขอติ๊งต่างไว้ก่อนว่าคือ มนุษย์เงินเดือน (เพราะเวลาเข้าออกงานเหมือนกัน) ระดับกลางไปจนถึงสูง (เพราะมีรถส่วนตัวขับ) จากนั้นไปหา Insight ว่ามีอะไรบ้างที่คนกลุ่มนี้ต้องการ ที่เราจะช่วยตอบสนองเขาได้ คุณค่าอะไรที่เราจะสามารถสร้างให้เกิดขึ้นกับชีวิตเขาได้?

คำตอบนั้นต้อง Relate กับสิ่งที่เรากำลังจะทำ Carpool ของเรานอกจากจะช่วยแก้ปัญหารถติดนรกในช่วงเช้าเย็น (ซึ่งกว่าจะถึงจุดนั้นต้องใช้เวลา และจับต้องได้ยากในช่วงแรก) ยังสามารถแก้ปัญหาอะไรให้คนกลุ่มนี้ได้อีก?

เหมือนจะยาก แต่โฟกัสไล่มาซะขนาดนี้แล้ว เริ่มไม่ยากแล้วล่ะ และแล้ว...คำตอบของผมก็คือ Connection

มนุษย์เงินเดือนระดับกลางไปจนถึงสูง เป็นกลุ่มที่เริ่มต้องการ Connection มากขึ้น ทั้งด้วยปัจจัยส่วนตัว (หาเพื่อนร่วมก๊วน หาแฟน) และปัจจัยเรื่องการงาน (หาคู่ค้า หางานใหม่) คนกลุ่มนี้ถึงได้พยายามใช้เวลาหลังเลิกงานไปกับปาร์ตี้ต่างๆ งานสัมมนา อีเวนท์ รวมถึงที่เบสิคที่สุดคือเข้าผับเที่ยวกลางคืน เป็นทางเลือกวิธีหนึ่งในการหา Connection

แล้วถ้ามีอีกวิธีหนึ่งให้เลือกล่ะ? ที่ไม่ต้องทำให้นอนดึก หรือเสี่ยงมีแอลกอฮอล์และสารต่างๆ เข้าร่างกายให้เสียสุขภาพ มีเวลาเหลือหลังเลิกงานใช้ทำอย่างอื่นได้มากมาย เวลาช่วงเช้า 2 ชม.เย็นอีก 2 ชม.ที่ต้องหมดไปกับการเดินทาง ถ้าเอามาใช้สร้าง Connection แทนเวลาดึกๆ ได้ล่ะ!?

และทั้งหมดนี้คือบทสรุปแรกของผมสำหรับโปรเจคนี้ "คาร์พูลคือคำตอบ" เพื่อที่จะแก้ปัญหารถติดนรกตอนเช้าเย็นของกรุงเทพฯให้ได้ในอนาคตกันใกล้ ผมจะสร้างระบบที่น่าใช้สำหรับให้คนเลือกจะร่วมเดินทางไปกับคนที่เขาอยากคุยด้วยเพื่อสร้าง Connection ทั้งทางตรงและทางอ้อม

คุณเคยนั่งคุยกับเพื่อนบนรถมั้ยครับ? แล้วคุณเคยนั่งคุยกับเพื่อนในผับร้านอาหารงานอีเวนท์มั้ยครับ? คุณคิดว่านั่งคุยที่ไหน คุยได้มีสมาธิและได้เรื่องได้ราวมากกว่ากัน? แม้อาจจะไม่ใช่คำตอบส่วนใหญ่ แต่เชื่อว่าคงมีจำนวนไม่น้อยที่ตอบว่า บนรถ

ขอจบเพียงเท่านี้ ยังมีรายละเอียดระบบที่ได้ออกแบบเอาไว้พอสมควรแล้ว Investor ท่านใดสนใจจะร่วมลงทุน Seed Funding หรือร่วมพัฒนาแอปเพื่อ "Co-Bangkok" โปรเจคคาร์พูลสำหรับกรุงเทพฯของผม เชิญติดต่อมาได้ครับยินดีอย่างยิ่ง
ไอเดียที่ว่ามาทั้งหมดนี้ใครๆ ก็คิดได้ แต่คนที่ลงมือทำได้จริงก่อนเท่านั้นคือผู้ที่สำเร็จป.ล. อยากให้มันเกิดจริงๆ ให้ตายสิโรบิน

ป.ล.2 ถึงแม้ทุกอย่างที่ว่ามานี้อาจเป็นแค่ไอเดียตื้นๆ ของวันนี้ ที่ต้องได้รับการพิสูจน์ให้ได้ว่ามันตื้นจริง แต่มันก็เป็นจุดเริ่มต้นของการลงมือคิดและทำอะไรสักอย่างเพื่อแก้ปัญหาให้ได้ แทนที่จะเอาแต่คนอยู่กับมันให้ชินต่อไปอีก 30-40 ปี 

เดือนหน้าอาจมีคนที่คิดแก้ปัญหานี้ได้สุดยอดยิ่งกว่า จนเอาไปทำจริงแล้ว Success กว่าก็ยิ่งดีมาก ซึ่งแน่นอนว่าเราไม่หยุดคิดเพียงแค่นี้ เดือนหน้าเราก็อาจต่อยอดไอเดียนี้ออกไปให้มันดูงี่เง่าน้อยกว่านี้ก็ได้ครัช
SHARE
Writer
Boat_Buntana
UXDMKTBIZ
www.mallbangkok.com

Comments