เป็ดอบซอส... (ที่ผมไม่มีวันลืม)
"ถ้ามากรุงเทพฯ คราวหน้าจะพาไปกินนะ" ... 

เป็ดอบซอส ของร้านโทคิยะ เธอจำได้ดีว่าผมชอบมัน... แม้เวลาที่เราเคยมีความสุขกันจะผ่านมานานแล้ว แต่เธอก็ยังคงรักษาสัญญาที่เคยพูดเอาไว้ 

ช่วงเวลาที่เรามีกันผมไม่เคยทำให้เธอได้มีความสุข  เราไม่ค่อยได้มีเวลากินข้าวด้วยกันบ่อยนัก ถ้าพูดถึงอาหารจำพวกที่มีสองสามชิ้น ที่ถูกออกแบบการจัดวางมาอย่างปราณีตยิ่งไม่ค่อยมีโอกาส บ่อยครั้งที่เราจบลงที่มาม่า หรือบางทีก็จบลงที่ร้านเพิงเล็กๆ ริมทางเท้าบนถนนซักสายในเชียงใหม่ แต่มื้อสุดท้ายของเราในฐานะคนรัก มันจบลงที่ Tokiya นี่แหละ ในวันที่ผมมาส่งเธอทำงานที่กรุงเทพฯ

เธอมาไกลมากแล้ว ความสัมพันธ์ของเราก็เช่นเดียวกันไกลเกินจะเดินย้อนกลับไปที่เดิม...

สามคำ...เท่านั้น แต่ทำไมถึงได้กลืนยากเย็นและใช้เวลายาวนานนัก 


 คำที่หนึ่ง...
"กิน...ซะ...สิ" เธอเปรยและยิ้มน้อยๆ ก่อนจะจิบน้ำแคนเบอรี่เข้มข้นแก้วเล็กๆ ที่วางอยู่ตรงหน้า(เจ้าน้ำนี่ขึ้นชื่อในเรื่องรสชาติที่เข้มข้น เปรี้ยวอมหวานหน่อยๆ กลิ่นของแคนเบอรรี่หอมเตะจมูก และรสที่ติดลิ้น ที่สำคัญครับมันเติมได้ไม่อั้น)  ผมจ้องมองมันอยู่นาน เนื้อเป็ดรมควันชิ้นพอดีคำสามชิ้นที่วางเรียงกันบนผักนานาชนิด ผักกะหล่ำซอยบางๆ และหัวหอมฝอยเล็กๆ ที่ผมเกลียด ผักพวกนี้มีรสหวานอ่อนๆ ซ่อนอยู่ในความกรุบกรอบของมัน แครอทที่แต่งแต้มข้างบน และงาเม็ดๆ ที่โรยจนทั่วกับซอสส้มที่ข้นกำลังดีดูพิถีพิถัน  ผมก้มและเงยสลับกับพิเคราะห์ใบหน้าอ่อนอันโยนของเธอ เธอผู้มีความหวานซ่อนอยู่ทุกอริยาบถ 

 คำที่สอง...
"ชอบ...มั้ย...ล่ะ" ผมชอบมันมาก เป็ดอบซอสส้ม แม้มันจะเป็นเพียงสลัดจานน้อยๆ แต่มันกลับเป็นสาเหตุหลักที่ผม อยากจะมากินอาหารแบบ Full Course ที่นี่ เธอยกแก้วแคนเบอรรี่ขึ้นดื่มอีกครั้ง เม้มริมฝีปากเล็กๆ เพื่อลิ้มรสชาติของมันที่มุมปาก เหมือนถูกมนต์สะกดผมอดไม่ได้ที่จะทำตาม เสียงกลั้นหัวเราะดังขึ้น มันคงดูตลกมากจนเธออดหัวเราะไม่ได้ รสชาติที่ผมลิ้มรสนั้นคงไม่เหมือนกับเธอ ผมแก้เขินด้วยการตักผักบนจานขึ้นมากิน จะว่าไปมันคือผักธรรมดาที่ตกแต่งให้สวยงาม คิดๆ ไปก็เหมือน หญิงสาวตรงหน้า เมื่อก่อนเธอดูจืดชืดแต่งเดี๋ยวนี้พอเธอแต่งตัวแต่งหน้าทำผม เธอดูเปลี่ยนไปมากทีเดียว 

คำที่... 
"ไม่...อร่อย...เหรอ?" 
ผมชะงักและค่อยๆ วางส้อมลงก่อนที่มันจะเข้าปาก สภาวะที่รู้ว่าจะต้องกลืนไม่เข้าคายไม่ออก ถ้าผ่านคำนี้ไป เราจะไม่ได้คุยกันอีกรึเปล่า? เธอเองก็ไม่แตะอาหารที่วางอยู่ตรงหน้าของตัวเองเลย เอาแต่จ้องมองผมกับเป็นอบซอสส้มของผม

"ถ้ากินแล้ว เธอจะลุกไปเลยรึเปล่า?"
"บ้าเหรอ เห็นเป็นคนแบบไหนกัน"
"เผื่อว่าถ้าเธอจะไปฉันจะได้ไม่กินมัน"
"กินหรือไม่กิน อาหารจานต่อไปก็ต้องมาอยู่ดีป่ะ?"
"ขอโทษด้วยนะทั้งๆ ที่เธอสัญญาว่าจะเลี้ยงแท้ๆ แต่กลับต้องเป็นแบบนี้"
"ไม่เป็นไรนี่ อย่างน้อยเราก็ได้กินข้าวด้วยกันถึงมันจะสั้นๆ ก็ตามเถอะ"
    
ในการกินอาหารแบบ Full Course นั้น อาหารจะเสริฟที่ละจาน(เรียกเป็นคอร์ส) สำหรับที่ โทคิยะจะมีด้วยกัน 8 คอร์สคือ เรียงกันตั้งแต่ จานเรียกน้ำย่อย จานสลัด ซุป จานข้าว อาหารจานหลัก และตบท้ายด้วยของหวาน(ส่วนน้ำผลไม้ และเครื่องดื่ม จะเสิร์ฟระหว่างจานอื่นๆ)
 
พูดถึงอาหารจานต่อไป... คิดๆ ไปชีวิตคนเราก็เหมือนกับอาหารที่ถูกเสิร์ฟเป็นจานๆ มีบางคนผ่านเข้ามาและผ่านไป เพียงแต่เราไม่อาจรู้ได้ว่า ความรักของเราจะมีกี่คอร์ส แม้ว่าผมจะรักเธอเท่าไหร่ แม้ว่าเธอจะเป็นคนที่ผมเฝ้าคิดถึงตลอด แต่เมื่อหมดเวลาของเรา มันก็ต้องผ่านไป 
 
"สีหน้าเธอไม่ค่อยดีเลย...ไม่สบายรึเปล่า?"
"ป่าวนี่"
"เป็ดน่ะ มันมีแค่สามคำนะ อยากกินไม่ใช่เหรอ ทำไมถึงทำหน้าแบบนั้นล่ะ?"

ผมปล่อยให้ 2 คำแรกนั้นเป็นคำแห่งความเจ็บปวด ผมละเลยคุณค่าของมันซะแล้ว นี่แหละนะ
มันเหมือนกับตอนที่เรายังคบกันอยู่ ผมทำให้สองในสามส่วนของเวลาที่เรามี เป็นช่วงเวลาที่ไม่น่าจดจำ 

"ขอโทษด้วยนะ" 
"ขอโทษเรื่องอะไรล่ะ?"
"ก็ทุกเรื่อง...ทุกคำที่ผ่านมา คำสุดท้าย ให้เป็นความทรงจำดีดีละกันเน๊อะ"  
..."อื้มมม" เธอยิ้มและพยักหน้าขานรับ   

คำที่... สาม
"ขอบ...คุณ...นะ" แทนที่ผมจะขอบคุณเธอ แต่เธอเองเป็นคนเอ่ยปากพูด เธอเท้าคางพลางวาดนิ้วบนกระดาษปูโต๊ะ เป็นวงกลมเหมือนกำลังคิดวกวนในบางเรื่อง
"ขอไปห้องน้ำแป๊บนะ ฝากนี่ไว้ด้วย เป็นตัวประกันไง" เธอยิ้มและยื่นหนังสือเล่มหนึ่งในผม มันคือหนังสือที่เธอชอบตั้งแต่สมัยเรียนและพกติดตัวไว้เสมอ...
"อืม..." ผมได้แต่ตอบรับ เธอลุกไปช้าๆ ผมได้แต่ก้มมองจานตรงหน้าที่เหลือเพียงแค่...ผัก

 คำ...สุดท้าย 
"มาแล้วค่ะ โทษทีนะไปห้องน้ำนานไปหน่อย"
"อืม..."
"แล้วนี่กินไม่รอ กันเลยนะ"
"โทษทีนะ ผมชอบเป็ดอบซอสส้มมาก"
"ไม่เป็นไรค่ะ...แล้ว น้ำแคนเบอรรี่หายไปไหนตั้งครึ่งแก้ว แอบกินไปสินะเนี่ย แล้วนั่นหนังสืออะไรคะทีแรกไม่เห็นถือมา"
"อ่อ...หนังสือเกี่ยวกับเด็กกับหมาจิ้งจอก The Little Prince น่ะครับ ผมอิ่มแล้ว ขอตัวไปโทรศัพท์แป๊บนะ"
"แล้วกลับมาไวๆ นะคะที่รัก อาหารจานต่อไปจะมาแล้ว"
...
ชีวิตไม่เหมือนอาหารที่ถูกเสิร์ฟอย่างหนึ่ง เพราะเราไม่รู้เหมือนกันว่าจานไหนคือจานสุดท้ายของเรา สิ่งที่ทำได้ก็คือ ดิ่มด่ำกับรสชาติของมัน และจดจำรสสัมผัสนั้นไว้ในหัวใจผมยังคิดถึงเธออยู่ แต่ก็รู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้...
อาหารทุกจานอาจทำให้อิ่มท้อง แต่จะมีกี่จานที่ทำให้อิ่มใจไม่รู้ลืม 
.
ดัดแปลงจากเรื่องจริง(แต่ใส่จินตนาการเพิ่มเยอะมาก)
SHARE
Written in this book
เรื่องความร้าว..ใน..แนวทดลอง
เขียนทุกอย่างที่อย่างเขียน (งานเขียนแนวทดลอง)
Writer
Thatman
นายคนนั้น
"คำหนึ่งคำ แปลความหมายได้มากกว่าที่เรานึกคิด... และความรู้สึก ส่งผ่านได้มากกว่าที่ เราเข้าใจ" :) . IG : nai_pepat

Comments

JosephJostar
3 years ago
อยากกินเป็ดอบซอสส้มบ้างเลยครับ.....
Reply
Thatman
3 years ago
พูดแบบนี้ 
จะให้ทำให้กินใช่ไหมครับ ฮ่าๆๆ
JosephJostar
3 years ago
ครับ......
NaritPhu
3 years ago
ขอบคุณครับ กิ้ว ๆ


Reply
Thatman
3 years ago
ครับพี่ กิ๊วๆ ครับ 555
ThisIsPenname
3 years ago
อ้าย รสมือกลมกล่อมมากเลย กล่อมประสาทให้คิดไปไหนต่อไหนได้อีกไกลเลย

Reply
Thatman
3 years ago
ขอบคุณคับผม :) คิดไปถึงไหนละคับ 555

9harbin
3 years ago
แค่ชื่อกับภาพก็อร่อยแล้ว
หิววว
Reply
Thatman
2 years ago
ขอบคุณครับ อร่อยจริงๆ นะครับ สลัดเป็ดอบซอสส้ม :)