แค่ฝุ่นมันเข้าตา
แค่ฝุ่นมันเข้าตา

วันนั้นเราจำได้ดี ตอนที่ลืมตาตื่นขึ้นมาแล้วภาพมันซ้อนกันไปหมด วันที่เราโทรไปถามแม่ว่า
"สายตาคนเรามันสั้นข้ามคืนได้หรือเปล่า"
เรามองทางไม่ชัด อ่านตัวหนังสือบนป้ายบอกทางไม่ออก ทุกอย่างมันดูเบลอๆ แม้แต่หน้าคนที่เดินสวนมาใกล้ๆ เราก็ยังมองไม่ออก
เสียงคนคุยกันดูอื้ออึงมากกว่าปกติ
เรานั่งรถกลับบ้านเดี๋ยวนั้น 

เรากลับไปนอนที่บ้าน 1 คืนก่อนจะไปหาหมอในวันรุ่งขึ้น หมอบอกว่ามีเม็ดฝุ่นจับอยู่ที่กลางกระจกตาดำ หมอจะใช้คัตเติ้ลบัตเขี่ยออกให้ก่อน อาจทำให้กระจกตาถลอก แต่ไม่นานก็จะสมานเหมือนเดิม แต่ถ้าฝุ่นยังไม่ออกอีก คงต้องใช้เข็มเขี่ยออกมา แน่นอนว่าถ้าเราขยับตัว หรือหมอพลั้งมือ เรามีโอกาสที่จะมองไม่เห็น

เรานอนมองเข็มนาฬิกาตลอด โดยการปิดตาไว้ข้างนึงเพื่อทดสอบการมองเห็น เราอ่านตัวเลขไม่ออก

เราวาดภาพไม่ได้ ทุกครั้งที่เรายิ่งพยายามโฟกัส
ก็เหมือนจับโฟกัสอะไรไม่ได้เลย เห็นเพียงสีขาวเบลอๆ ของแผ่นกระดาษ กับลายเส้นเบลอๆไม่ปะติดปะต่อที่เราลากมันขึ้นมา

บางครั้ง ความพยายามก็ทำอะไรไม่ได้เลย เราทำได้เพียงรอเวลา
ซึ่งก็ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่
ความจริงเราไม่รู้เลยนะ ว่าอะไรจะเกิดขึ้นกับเราในวันพรุ่งนี้ แค่สีของเม็ดฝุ่นเล็กๆ มันโคตรมีผลกับการใช้ชีวิตของเราเลย เราหยอดยาทุก 4 ชั่วโมง
อยากให้กระจกตาสมานไวๆ อยากให้การลืมตาตื่นขึ้นมาในวันพรุ่งนี้เรากลับเป็นปกติ
ไม่ใช่แค่วัน สองวัน เราอยู่กับภาพเบลอๆเป็นเดือนๆ
ไม่รู้ชัดแค่ไหนถึงจะเรียกว่าชัด   แต่พอเบลอเท่านั้นแหละ มันรู้ได้ทันทีเลยนะ

ทุกวันนี้เราเลยเป็นโรคกลัวฝุ่นเป็นพิเศษ 
ถ้าเจอสถานที่ฝุ่นเยอะๆ เราจะหรี่ตาให้เล็กที่สุด หรือไม่ก็เอามือป้องๆ พยายามหลีกเลี่ยงได้ก็จะหลีกเลี่ยง แต่ท้ายที่สุดแล้วมันก็อยู่เหนือการควบคุมอยู่ดี

ที่อยู่ๆเขียนเรื่องนี้ขึ้นมา
ตอนนี้หน้าจอมันเบลอๆ
SHARE

Comments

melloman
3 years ago
เคยทะเลาะกับภูมิแพ้จนตาบวมข้างนึง ตอนนั้นอ่านหนังสือสอบด้วย หมอบอกอาจเป็นฝุ่น หมดน้ำเกลือล้างตาไปสองขวด ยังไม่หาย สุดท้ายหายด้วยยาหยอดตาแก้แพ้ หมอขำบอกว่าค่าน้ำเกลือแพงกว่ายาหยอดอีก
Reply
Palim
3 years ago
หายก็ดีแล้วๆๆๆ :)