วันไหนที่คุณโทษทุกสิ่งทุกอย่าง จงมอง 'ตัวเอง' ก่อน
  
ทุกวันนี้เราคงเคยได้ยินประโยคฮิตๆที่แม้แต่ในโฆษณาเราก็คงได้ยินมันซ้ำซากจนน่าเบื่อ 

สิ่งดีๆ เริ่มที่ตัวเรา
เราได้ยินประโยคนี้บ่อยมาก แต่เราไม่เคยรู้เลยว่าความหมายของมันเป็นอย่างไร ถึงแม้ว่าเราจะอ่านออก มันเป็นประโยคง่ายๆ ไม่จำเป็นต้องแปลไทยเป็นไทย แต่เราเมินกับคำพูดเหล่านี้ เพราะมันฟังดูสวยหรูเกินที่จะทำได้

สองสามวันก่อนผมได้เข้าไปวัดป่าแห่งหนึ่งแถวนอกอำเภอ สิ่งหนึ่งที่ผมชอบเกี่ยวกับวัดป่า คือเราได้พบกับพระแท้ๆ ที่ปฏิบัติตามหลักคำสอนของพระพุทธเจ้าและนับถือศีลอย่างเคร่งครัด พอดีญาติผมเอาของไปถวายเนื่องในโอกาสวันเกิดลูกพี่ลูกน้องของผม แทนที่เราจะเห็นพระท่านรับของสังฆทานแล้วรีบบึ่งเข้ากุฏิไปทันที พระท่านกลับนั่งชวนญาติผมคุยต่อ และญาติผมเองก็ขอคำปรึกษาพระเกี่ยวกับปัญหาชีวิตที่วุ่นวาย ผมไม่ได้เห็นภาพนี้มานานมากแล้ว สมัยนี้พระในเมืองมันเพี้ยนไปหมด ภาพที่เจ้าอาวาสนั่งสนทนาธรรมกับญาติโยมกลายเป็นภาพในอุดมคติ พอเราปัดควันออกไป เราก็พบว่าเจ้าอาวาสสมัยนี้หาตัวยากยิ่งกว่าบุคคลสำคัญๆเสียอีก

พอเราสนทนาธรรมแบบเข้าใจง่ายที่สุดกับพระอาจารย์ที่ประจำวัดป่าแห่งนี้ไปได้สักพัก พระท่านถามกับพวกผมว่า ในชีวิตบุคคลใดสำคัญที่สุด เวลาใดสำคัญที่สุด และอาชีพใดสำคัญสุด เท่าที่ผมจำได้พระอาจารย์เฉลยว่า 'บุคคลที่สำคัญที่สุดคือตัวเรา เวลาที่สำคัญที่สุดคือปัจจุบันส่วนเรื่องอาชีพผมจำไม่ได้แล้ว (ช่างน่าอาย) 

คำพูดที่ว่า 'บุคคลที่สำคัญที่สุดคือตัวเราเอง' นั้น ไม่ได้หมายความแค่ตัวเราเองคนเดียว เพราะตัวเราเองนั่นแหละที่ส่งผลต่อคนอื่นมากที่สุด พระอาจารย์กล่าวประมาณนี้ แต่ผมเองก็คิดต่อยอดเอง เพราะจากการที่ผมเป็นคนอารมณ์ร้อน ผมมักคิดเรื่องนี้บ่อยๆ มันกลายเป็นคำพูดประจำตัวผมไปแล้ว มันไม่ใช่เรื่องของหลักธรรมในศาสนา ตอนนี้เราจะไม่พูดถึงศาสนาพุทธอีกแล้ว มันคือสิ่งๆหนึ่งที่เราควรยึดมั่น และอยู่กับเราไปอีกนาน

คนเรานะครับ เวลาหงุดหงิดก็อาละวาดกันได้ทั้งนั้น แล้วแต่ว่าคนๆนั้นจะอาละวาดรุนแรงมากน้อยแค่ไหน แต่ของผมถ้าเมื่ิอก่อนจะออกทั้งหน้าตา และน้ำเสียง ซึ่งผมไม่ชอบตัวเองตอนนั้นเท่าไหร่ โดยเฉพาะกับแม่ตัวเอง 

ผมเป็นคนที่โลกส่วนตัวสูง นั่นก็หมายความว่าบางทีก็อยากอยู่คนเดียวบ้าง สมัยผมอยู่มัธยม ผมจะกลับบ้านด้วยสีหน้าที่ไม่ค่อยพอใจนัก หน้าเครียดตลอดการขับขี่มอเตอร์ไซค์ พอถึงบ้านก็วางกระเป๋าตัวเองลวกๆ ถอดหมวกกันน็อควางไม่เป็นที่ แล้วนั่งเฉยๆบนโซฟาไม่พูดกับใคร รู้สึกขี้เกียจพูด พอแม่เรียกใช้ หรือถาม ผมก็จะหงุดหงิดบ้าง ได้แต่ส่ายหน้าตอบรับ ไม่ก็ทำเสียงดังๆว่า 'อืม เออ อ่าหะ' แล้วจู่ๆแม่ก็จะว่าเรา ว่าเราทำตัวน่าหงุดหงิด สุดท้ายคือทะเลาะกัน มันเกิดขึ้นบ่อย บ่อยมาก จนผมไม่ชอบมันเท่าไหร่ ไม่ชอบตัวเอง 

วันหนึ่งผมเคยคุยกับแม่เรื่องนี้ แม่ก็บอกว่าที่แม่ว่า แม่ตะโกน เพราะผมทำตัวน่าหงุดหงิด มันเหมือนแม่ไม่รู้เรื่องอะไรด้วยว่าเราหงุดหงิดอะไรมา กว่าจะรู้ก็เจอสีหน้าอันไม่พอใจของผมเสียแล้ว นี่แหละครับ เปลี่ยนความคิดผมไปเยอะเลย 

คนอื่นจะรู้สึกอย่างไรกับเรา ขึ้นอยู่ที่ตัวเรา
ชีวิตเรามีปัญหาให้น่าปวดหัวเยอะแยะ ไม่จำเป็นต้องเรื่องแบบผมกับแม่หรอก เรื่องเรียน เรื่องสอบ ชีวิตคู่ งอนกัน ทะเลาะกัน เพื่อนไม่ดี โดนไล่ออก โดนเจ้านายว่าจนเสียรู้สึกเสียหน้า พวกเราเก็บงำความรู้สึกเอาไว้ มันดีต่อตัวเราหากเราเก็บ อารมณ์อันน่าหงุดหงิด อารมณ์โกรธสุดขีด ไว้แค่ตัวเอง แล้วลืมมันโดยทำกิจกรรมด้วยการพบปะเพื่อนสนิท ออกไปเที่ยวหรืออยู่กับครอบครัว แต่ผมว่าหลายๆคนคงเลือกที่จะอยู่คนเดียวเสมอ 

แต่บางคน.....เมื่อถึงเวลาโกรธ... ก็จะมอบความโกรธให้กับทุกคนที่ผ่านเข้ามาในตอนนั้น 

ผู้หญิงคนหนึ่งเพิ่งทะเลาะกับแฟนมา พ่อแม่เธอจะชวนไปกินข้าวข้างนอก เธอกลับอยู่ในห้องเงียบๆ ตะโกนเสียงดังด้วยความโกรธ ถามว่าเรารู้สึกอยู่แค่คนเดียวเหรอ ? 
....แน่นอน พ่อแม่ของเธอไม่รู้อะไรเกี่ยวกับการทะเลาะของเธอเลยด้วยซ้ำ แต่กลับรู้สึกเสียใจกับพฤติกรรมและคำพูดของเธอ

ผู้ชายคนหนึ่งอารมณ์เสียที่ไม่สามารถทำงานในคอมพิวเตอร์ได้ เพราะมันเสีย พอแฟนของเขาโทรมาหา เธออยากปรึกษาเรื่องที่ตนเองไม่ถูกกับเพื่อนร่วมงาน แต่ก็โดนแฟนหนุ่มให้คำปรึกษาอย่างลวกๆ ตบท้ายด้วยการต่อว่าเธอ เพราะ... 'อารมณ์โกรธ' ของเขา แฟนสาวไม่รู้เรื่องที่เขาไปโมโหอะไรมา แต่สิ่งที่เธอรู้ มีเพียงแค่คำว่า 'เสียใจ' กับสิ่งที่แฟนหนุ่มพูดมา

ในทางที่ดี ไม่ว่าเราจะไปประสบพบเจออะไรมา ให้เวลาตัวเองสักครู่ ลืมมันสักพักและเห็นใจคนรอบข้างตัวเราจะดีกว่า หลังจากนั้น คุณจะไประบายกับอะไรก็เรื่องของคุณไป คนรอบข้างของคุณสำคัญที่สุด อย่าทำร้ายความรู้สึกพวกเขาด้วยอารมณ์ของคุณ ถึงแม้คุณจะตกงาน เลิกกับแฟน ทะเลาะกับใครสักคน พึงระลึกเสมอว่า คนรอบข้างคุณเขาไม่รู้และเข้าใจความรู้สึกที่คุณกำลังประสบกับคุณด้วยหรอก ว่าคุณไปเจออะไรมาบ้าง แทนที่จะตวาดและโมโหใส่ เรามาถนอมความรู้สึกพวกเขาด้วยการที่พูดดีกันดีกว่า 

ลองนึกดูว่า เมื่อคุณหัวเสียมาก อยากอยู่คนเดียว ขี้เกียจคุยกับคนอื่นไม่ว่าใครก็ตาม แฟนคุณอยากคุยกับคุณมาก คิดถึงคุณเลยทักมา แต่คุณกลับบอกว่า 'ขี้เกียจคุยกับเธออ่ะ เบื่อ ไม่ต้องโทรมานะ รำคาญ' ลองเทียบกับคำพูด 'อ่อ เราอารมณ์ไม่ค่อยดี ยังไม่อยากคุยตอนนี้ อารมณ์ดีเมื่อไหร่เดี๋ยวเราทักไปนะ' นอกจากคุณจะได้อยู่คนเดียวแล้ว ยังถนอมความรู้สึกแฟนคุณด้วย ถ้าพูดแบบแรก แฟนคุณไม่เสียใจแย่เหรอครับ

ลองนำไปคิดดูนะครับ 'บุคคลที่สำคัญคือตัวเรา และสิ่งดีๆเริ่มที่ตัวเราจริงๆ'



 
SHARE

Comments

davejunior_1
2 years ago
ชอบมากครับ ขอบคุณมากๆ เรื่องนี้
Reply
Mister_P
2 years ago
ขอบคุณที่เข้ามาอ่านเช่นกันครับผม 😊
ZeeZaPatt72
2 years ago
คนชอบพาล ตอนี้เจอเยอะเลย แถมมันไม่รู้ตัวด้วยว่ามันผิด แถมว่าเราผิดอีก อยากให้มันได้อ่านจิงๆ แต่อย่างว่าอ่านไป ก้อคงไม่สำนึกหรอก คงคิดไม่ได้
Reply
ZeeZaPatt72
2 years ago
กะลังรู้สึกแย่ๆ เพราะเพิ่งเจอมากะตัวเองเลย อ่านละดีขึ้นเยอะ
Mister_P
2 years ago
สู้ๆนะครับ คนที่รู้สึกแย่คือตัวเรา ถ้าเราไม่สามารถเปลี่ยนอะไรเขาได้ เราก็ต้องปรับตัวเองให้ชินกับเขา เปลี่ยนนิสัยแย่ๆของเขาให้เป็นเรื่องปกติ ถ้าเตือนเขาไม่ได้เสียที ก็ปล่อยให้เขาได้รู้ตัวเอง เป็นกำลังใจให้นะครับ 😊
ZeeZaPatt72
2 years ago
:) ขอบคุณคะ
sleepygurl
2 years ago
ชอบเรื่องนี้จัง เราเองก็เป็นคนขี้หงุดหงิดและมักจะแสดงอาการออกมาโดยไม่รู้ตัว อ่านแล้วเหมือนได้เตือนสติตัวเองหน่อย ขอบคุณมากค่ะ
Reply
Mister_P
2 years ago
บางทีเรามักจะมองคนรอบข้างว่า เอ๊ะ ทำไมไม่มีความสุขกันเลย ทั้งๆที่ลืมมองมาที่ตัวเรา เรามักจะโทษคนอื่นก่อนตัวเองเสมอ ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนะครับ :D
sleepygurl
2 years ago
ยินดีค่ะ :D
readerlog
2 years ago
อ่านเรื่องนี้แล้วมองเห็นเป็นตัวเองเลย
Reply
Mister_P
2 years ago
ขอบคุณที่เข้ามาอ่่านนะครับ ;)