เด็กเนิร์ดกับมัธยมศึกษาปีที่หก
บอกตรงๆว่า ตลอดมาทั้งชีวิตไม่เคยเจอความยากลำบากมาก่อนเลย

ชีวิต อยู่ในขนบธรรมเนียมที่ดีมาโดยเสมอ
ไม่กินเหล้า. รักนวลสงวนตัว. ไม่พูดคำหยาบ. 
ไม่มุ่งรัก. เรียนวิทย์คณิตเพราะเชื่อว่าทางเลือกมันเยอะกว่า
ก็ดีนะ เราก็ชอบเรียนอยู่แล้ว

บางทีก็อยากโดนด่า อยากโดนว่าแรงๆอะไรบ้างนะ
ไม่ใช่รู้สึกว่าชีวิตไม่มีสีสัน
แต่มันรู้สึกเหมือนไม่ได้ทำอะไรสักอย่างมากกว่า

ไม่เคยล้ม ไม่เคยลุก นั่งเก้าอี้ยังไงก็นั่งอย่างงั้นไป
มือคอยเปลี่ยนช่องทีวี ทั้งที่เดินออกไปก็ได้แท้ๆ

มันไม่ใช่ขี้เกียจ
มันกลัวมากกว่า


กลัวความยากลำบาก



กลัวตอนล้มแล้วจะลุกไม่ได้
ตลอดมาพ่อกับแม่ก็ฉุดเราไว้ตลอด

ฉุดให้นั่งเก้าอี้ นั่งเก้าอี้ตัวใหญ่ๆตัวหนึ่ง

"อยากเป็นอะไรก็เป็น เอาแบบที่หนูชอบนะ"

เรามองหน้าแม่ ขอบคุณที่ส่งหนูเรียนวาดรูป
หนูชอบวาดรูป หนูมีความสุขกับสิ่งนี้

แต่ทำไม

หนูทำใจทุ่มใจทั้งใจลงไปไม่ได้เลย
หนูรู้สึกแย่ รู้สึกไม่อยากพยายาม
หนูงงตัวเอง หงุดหงิดตัวเอง
หวังให้มันเป็นแค่ประจำเดือนโมเมนต์

เพราะเรียนวิทย์คณิต แต่กากด้วยมั้ง
เรียนไม่รู้เรื่องอะไรเลย
อะไรคือเลขยกกำลัง จะจบม.6 อยู่ละ
ยังไม่คล่องเลย

เราหยิบกรรไกรมา หวังว่าจะมีบางเรื่องที่เราตัดสินใจเองได้บ้าง

เราตัดผมตัวเองฉับ
สั้นเท่าคอ
แต่เบี้ยวนะ

เพราะว่าเบี้ยวนี่แหละ เลยไปหาพี่สาวให้ตัดให้หน่อย
พี่ด่า ทำไมมึงไม่ไปร้านตัดผม

เรา ยิ้ม 
"เปลืองตังค์"

คืนต่อมา เราหยิบมีดโกนมา
โกนหางเต่าออกจนหมด 
จนมาถึงครึ่งหัว

เรานิ่ง เบี้ยวอีกละ
เราเดินไปหาพี่สาว

"เพื่อออออออ"
พี่สาวตะโกนใส่ แต่ก็หยิบกรรไกรกับมีดโกนมาตัดผมให้

ในความเงียบในห้องน้ำ บทสนทนาก็ไม่มีอะไรมาก
เสียงครืดๆของมีดโกนและเส้นผม กับ เสียงหายใจลึกๆของพี่ 

เรานั่งคร่อมชักโครก 
ไม่ได้รู้สึกอะไรเลย 

จนถึงตอนนี้ก็ผ่านมาเกือบเดือน
เพื่อนบอกทรงผมเรียบร้อยมาก
เด๋อดี

ไม่มีใครรู้เรื่องโกนหัวเรา
เขามองเห็นแค่ผมสั้นเสมอคอเบี้ยวๆ
แค่นั้น 

....

ยิ่งใกล้ก็เหมือนยิ่งห่าง
(หมายถึงวันสอบรับตรงนะ
ไม่ใช่น้องที่เราคบอยู่)

การกระทำทุกอย่างทุกหยุดไว้ด้วยคำว่า

"....เอาให้ติดก่อนไหม?"

จะดูหนังสักเรื่อง.... เอาให้ติดก่อนไหม
จะวาดรูปเล่น....... เอาให้ติดก่อนไหม
จะไปเที่ยว............เอาให้ติดก่อนไหม
จะเข้าห้องน้ำ......... เอาให้ติดก่อนไหม

จนสุดท้าย งานที่ต้องทำส่งพอร์ตก็ไม่ทำ
กลัว หรือ ขี้เกียจ กันแน่

ขาดความอดทน ขาดความพยายาม
ขาดการเอาใจใส่ ขาดหมดนั่นแหละ 

วันนี้ครูบอกว่า เด็กสมัยนี้ประหลาด
จากเมื่อก่อนที่ครูอยากมาสอน 
เด็กตั้งใจเรียนก็มี ไม่ตั้งใจก็มี

แต่ทุกวันนี้ เด็กมองแต่โทรศัพท์ในมือ
มองแต่ตัวเองในกระจก มองแต่สิ่งที่ตัวเองสนใจ 
จนไม่ได้มองคนอื่น
ที่ครูเล่า เอาตรงๆก็คือเด็กไม่เคารพครูนั่นแหละ

เราก็คิดนะ เออ ก็จริง 
เพราะทุกอย่างสมัยนี้มันเร็วไปหมด 
จะทำอะไรก็ทำได้เลย 

เหมือนเราถูกสอนให้อย่ายุ่งกับอะไรที่ยุ่งยาก
เช่นถ้าเราเจอคนตบกัน
ให้เราเดินหนี
ถ้าเราเจอรถชนมอไซต์ 
มอไซต์ถูกตบอยู่
ให้เราเดินหนี
ส่วนนึงเพราะอันตราย เข้าใจ
แต่พอมาสมัยนี้ ส่วนมากไม่ยุ่งอะไร

หวังนะ ลองคิดถึงยุคแบบเก้าศูนย์ๆ 
เพลงพังค์ร้อค sum41
ไม่ก็หนังของทิมเบอร์ตัน 

สีที่สดๆ จ๊าบๆ มีความคิดแปลกๆ
เสียงเพลงประกอบเท่ๆ บทประหลาดๆ 

อยากให้เป็นแบบนั้นจัง 
....

จากที่ฟังเรื่องของคนหลายคน จากหลายสถานที่

เราอยู่กับเพื่อนเข้าหมอสายเมาท์
ปัญหามีก็แค่ เมาท์กันไม่คุยกันไม่พูดกัน
ซึ่งไม่เคยเคลียร์เพราะมันหยุดเมาท์ไม่ได้

จากที่ฟังมา สังคมก็คนละเรื่องกันเลยนะ
แบบ รักเพื่อนก็มี ไปไหนไปกัน
แบบ โดนแกล้งจากกลุ่ม ยัดงานให้คนเดียว 
แบบ เพื่อนเฉยๆ แต่มีอะไรด้วยก็มี
แบบ นักเคมี นักปุ๊น นักสูบ
แบบสายแว้นซ์
แบบ สายแกล้งแรง
แบบ ขโมยเงิน ขโมยของเพื่อนในห้อง ติดแทงบอล 
แบบ เปื่อยก็มี เราก็แบบเปื่อยนะ ไม่มุ่งสายไหน
ไม่ใช่เพื่อนไม่คบ แต่ไม่อยากเปิดให้ใคร 

ถ้าถามว่าอนาคตอยากเป็นอะไร

"ยังไม่ได้ตัดสินใจ"

ในสังคมที่เหมือนนั่งอาบแดดกลางทะเลทราย
สบายๆแต่ร้อน 
ใครจะไปคิดออก. 

แต่เวลาก็ผ่านไปเร็วมั่กๆ
....
ทำอะไรอยู่เนี่ย?
เอ้า พยายามเข้า










SHARE
Writer
Gottogo
eater
hate everything that can't eat.

Comments