รอยยิ้มจากคนไม่รู้จัก :)
สวัสดี storylog เป็นยังไงบ้าง ? 
เราไม่ได้เข้ามาเขียนนานมาก ลืมเราหรือยัง 
เอาล่ะ วันนี้เป็นฤกษ์งามยามดี (หรอ) 
เรามีเรื่องอยากจะเล่าให้ฟัง
เริ่มเลยแล้วกันนะ 
Art for all
' มึงไปค่ายนี้กันนนนนนนนน ' เสียงเพื่อนชื่อน้ำผึ้งชวนเราให้หันไปสนใจค่ายอาสาค่ายหนึ่งชื่อ " art for all " เราก็เบนความสนใจไปยังต้นเสียงแหลมๆนั้น 
' วันไหนวะ ' แล้วก็ดูวันที่ไปค่าย ค่ายนี้เป็นค่ายที่ต้องอยู่กับคนพิการ  ใช่แล้ว อ่านไม่ผิด คนพิการจริงๆ และที่สำคัญมีพิการทุกรูปแบบ หูหนวก ตาบอด พิการทางร่างกาย สติปัญญา ครบเลย ที่สำคัญต้องสัมภาษณ์ก่อนด้วย เหยดดดด ค่ายนี้ไม่ธรรมดาว่ะ คิดในใจ และไปตั้ง 5 วัน ต้องมีอะไร ค่ายนี้แม่งมีของ กูสัมผัสได้ จิตใจอันแน่วแน่ ไปก็ไปวะ !
สัมภาษณ์
ตัดภาพมาที่ผู้หญิง2คน กำลังเดินงงๆไปหาตึกที่นัดสัมภาษณ์ เจอตึกไม่เท่าไหร่ที่หลอนกว่านั้นคือลิฟท์ ลองคิดตามเรานะ ลิฟท์เก่า เก่ามากกกก ที่แบบ 10 วิขึ้นได้ 1 ชั้นอ่ะ และประตูมีความ slow life สูงมาก กว่าจะเปิดแต่ละที ลุ้นแทบตายจะค้างไหมวะ กูจะตายตรงนี้ไหม จะตายไม่ได้นะ ได้โปรดเปิดให้กูเถอะ และเราสัมภาษณ์ชั้น 5 ค่ะท่านผู้โชมมมมม เอาเถอะแต่เรากับน้ำผึ้งก็รอดมาได้ ขอบคุณทุกกำลังใจที่ทำให้หนูมีวันนี้ ( อีนี่ก็เว่อร์ )  ก็นั่งรอสัมภาษณ์ไป จะบอกว่าค่ายนี้คนสมัครเยอะจนต้องคัดอาสาสมัครเพราะจะรับหมด 200-300 คนก็ไม่ได้ใช่ไหมละ สุดท้ายก็คัดเหลือ 80 คน และเรากับน้ำผึ้งก็คือผู้โชคดี ตอนแรกก็กลัวไม่ติดนะ ไปๆมาๆน้ำผึ้งนางโทรมาบอกมึงติดค่ายย เราก็นึกว่ามันไม่ติด มันไม่ยอมบอกมันก็ติด เกือบไม่ไปละ สรุปก็2ผ่านจ้า เย่! ประสบการณ์เป็นอาสาครั้งแรกในชีวิตกำลังจะเริ่มแล้วแก >\\<
Pre- camp ก่อนจะมีค่ายจริงเนี่ย เราก็ต้องทำความรู้จักอาสาคนอื่นๆก่อน ว่าเป็นใคร ทำงานอะไร มาจากไหน อะไรก็ว่าไป ก็จะพรีแคมป์ 2 วัน เดินทางไปที่ลำตะคลองเลย ไปดูสถานที่จริง จัดกิจกรรมทำความรู้จัก  ละลายพฤติกรรม อบรมความรู้การดูแลคนพิการในค่าย พอเราได้ไปอยู่ตรงนั้นมันเหมือนเปิดโลกอีกใบของเราเลยนะ เราไม่เคยสนใจ ไม่เคยรู้อะไรแบบนี้มาก่อนเลย  ตอนแรกเราก็นึกว่าแบบจะมีแต่วัยรุ่นเนอะค่ายอาสา แต่เกินคาดมีทุกรุ่น เด็กจนถึงวัยเกษียณ ถือว่าเป็นการได้ทำงานกับเพื่อนต่างวัยหลายๆช่วงวัยครั้งแรกในชีวิต เป็นความแปลกใหม่สำหรับเรามากบอกตรงๆ
ค่าย art for all 2016 
วันนี้ก็มาถึง วันที่ไปค่ายจริง การอยู่กับคนพิการใครๆก็คิดใช่ไหมว่ามันลำบาก มันเหนื่อย และยิ่งการนำคนพิการทุกรูปแบบมารวมด้วยกัน คงคิดภาพไม่ออกเลยว่าจะใช้ชีวิตกันอย่างไร ปัญหาคงจะเยอะไปหมด แต่เปล่าเลย พวกเขาต่างหากที่บางครั้งก็เป็นคนดูแลคนปกติอย่างเราซะเอง มันเป็นภาพที่หาได้ยากในสังคมนะ ที่ให้คนไม่ปกติทุกรูปแบบนอนด้วยกัน กินข้าวด้วยกัน ทำกิจกรรมด้วยกัน แต่เชื่อไหม มันมหัศจรรย์มากสำหรับเรา พวกเขาทำได้และทำได้ดีมากด้วย คนหูหนวกตักข้าวให้คนตาบอด คนพิการทางสติปัญญาทำให้คนในกลุ่มมีรอยยิ้มระหว่างกินข้าว คนพิการทางร่างกายก็พูดบอกคนตาบอดว่าวันนี้มีอะไรให้กินบ้าง เราไม่เคยเห็นการกินข้าวร่วมกันของพวกเขาจะมีปัญหาเลยสักมื้อ หรือแม้แต่ตอนทำกิจกรรมอื่นๆ แต่คนปกติอย่างเราๆนั้นมีตลอด ทำไมเราต้องเอาคำว่าพิการนั้นเป็นเส้นแบ่งคำว่าทำไม่ได้ ไม่เหมือนคนปกติ คนเหล่านี้มีศักยภาพในตัวเองมากกว่าที่เราคิด แค่เกิดมามีไม่ครบ ก็ถูกสังคมตีตราว่าเป็นปัญหาแล้วหรอ เราว่าไม่ใช่เลย สิ่งหนึ่งที่ทุกคนมีเหมือนกันไม่ว่าจะปกติหรือไม่ปกติ คือ " หัวใจและความรู้สึก " สิ่งนี้แหละที่ทำให้พวกเขาเลือกที่จะมีชีวิตและทำชีวิตเขาให้ดีที่สุดในแบบฉบับของเขา แม้ว่าจะไม่พร้อมทางด้านร่างกายหรือสติปัญญาก็ตามที เรานับถือใจพวกเขาจริงๆ เพราะถ้าเป็นเรา เราคงทำไม่ได้แบบเขา น้องคนนึงตาบอดแต่ร้องเพลงเพราะมาก น้องอีกคนพิการทางแขนขาแต่วาดรูปสวยมาก นี่คือพลังใจและศักยภาพที่มีอยู่ในตัวพวกเขา พอเรามองกลับมาที่ตัวเอง ไอ้ที่เราว่าตัวเองว่าเรามีน้อย เราไม่พร้อม มันแทบจะเทียบไม่ได้กับสิ่งที่อยู่ตรงหน้าเลย คำเหล่านั้นที่เคยพร่ำบอกกับตัวเองเวลาท้อใจ มันหายไปหมด กลายเป็นกำลังใจแทน เราเข้าใจเลยว่า " ความเหนื่อยที่แลกด้วยความสุข " มันเป็นยังไง เรามีความสุขโดยที่เราไม่ต้องทำงานแลกเงิน เพื่อซื้อของที่อยากได้ เราไม่ต้องพยายามทำตัวเองให้มีความสุข แต่มันออกมาเองจากความรู้สึก การที่ได้เห็นใครก็ไม่รู้ ที่ไม่เคยรู้จัก ไม่เคยเจอกันมาก่อน ยิ้ม หัวเราะ เข้าใจแล้วว่าความสุขจากการให้จริงๆแล้วเป็นอย่างไร :)
ถ้าเรามีทุกอย่างแล้ว อย่าลืมที่จะให้คนอื่นชีวิตคนเราคงไม่ต้องการอะไรไปมากกว่าความสุข ความสบายใจ และความรักหรอก ที่ว่าเงินสามารถซื้อความสุขได้ วันนี้เราเปลี่ยนมุมมองเลยว่า " มัน ไม่ จริง " มันเป็นความสุขแค่ชั่วครั้งชั่วคราวแค่นั้น เราว่าการไปเป็นอาสาครั้งนี้เราเป็นผู้รับด้วยซ้ำ น้องๆเหล่านั้นสอนอะไรเราเยอะมาก เมื่อมองกลับไปแล้วทำให้รู้เลยว่าชีวิตเรานั้นดีมากๆแล้ว และบางอย่างที่ว่ายิ่งใหญ่มากสำหรับเราตอนนี้กลายเป็นเรื่องเล็กน้อยไปเลย รักค่ายนี้จริงๆ อยากไปอีกทุกปีเลย :)

ขอบคุณมูลนิธิศิลปะเพื่อมวลมนุษย์ที่จัดค่ายนี้
ขอบคุณน้องๆทุกคนที่เป็นทั้งครู เป็นทั้งเพื่อน เป็นทุกๆอย่างในค่ายเพื่อสอนวิชานอกห้องเรียนวิชานี้
ขอบคุณอาสาสมัคร และทีมงานทุกท่านที่คอยดูแลกัน " เราเพื่อนกัน เรารักกัน "
ขอบคุณน้ำผึ้งที่ชวนกูไป 
ขอบคุณตัวเองที่เลือกที่จะไปค่ายนี้
ขอบคุณจริงๆ 
                 Thanks for all 💕


SHARE
Writer
Bonuss
- 155 CM. girl -
" ไม่กินเนื้อ ไม่กันคิ้ว ถนัดซ้าย พิมพ์รู้เรื่องกว่าพูด"

Comments

9harbin
3 years ago
ประทับใจจัง
Reply
Bonuss
3 years ago
ยังไงปีหน้าลองมาค่ายนี้ดูนะคะะ สนุกมากๆ
BlueGreen_1977
3 years ago
ดีจังค่ะ ส่วนตัวเคยไปออกค่ายคล้ายๆกัน กับกลุ่มในมหาวิยาลัยเหมือนกัน เพราะเรียนจิตวิทยา รู้สึกได้ประสบการณ์ใหม่ ๆๆ และได้มุมมอง ได้รู้ และ เห็นมิตรภาพของทุกคน อ่านเรื่องของคุณแล้วคิดถึงบรรยากาศในตอนนั้นจังค่ะ 😊
Reply
Bonuss
3 years ago
💕💕
SOSWEETDREAM
3 years ago
อยากไปพอดีเลย ค่ายแบบนี้เปิดเรื่อยๆเลยไหมคะ
Reply
Bonuss
3 years ago
ค่ายนี้มีมา 20 ปีแล้วค่ะ ปีหน้าน่าจะจัดอีก ยังไงลองมาค่ายนี้น้า สนุกจริงๆ
SOSWEETDREAM
3 years ago
ขอบคุณคร่า
supernambee
3 years ago
คิดถึงจัง
Reply