เชียงใหม่  กับการเดินทางเข้าไปในเงาของเธอ

ห้วยแก้ว
 
เสียงตึงตังดังมาจากในครัวทำให้ผมซึ่งกำลังนอนซุกตัวอยู่บนโซฟาตัวเขื่องต้องตื่นขึ้นมาดูว่าเกิดอะไรขึ้นกับโลกใบนี้ เสียงดังของเครื่องปั่นน้ำผลไม้ที่น่าจะมีอายุเก่าแก่ประมาณหนึ่ง ส่งเสียงสะเทือนแก้วหูราวกับว่าโลกกำลังจะเข้าสู่จุดสุดท้ายในอีกไม่ช้า แผ่นหลังเริ่มรับรู้ถึงความสากของเนื้อผ้าที่ถูกนำมาบุเป็นโซฟายามร่างกายเริ่มขยับตัวไปมา ร่างที่นอนเปลือยเปล่ามาทั้งคืนเนื่องจากต้องถอดชุดทีเปียกปอนจนไม่สามารถใส่ต่อได้อีกออกไปซัก มีเพียงผ้าห่มผืนใหญ่ ที่เธอเอามากองไว้บนตัวผมผืนนี้ที่พอจะให้ความอบอุ่นกับร่างที่เปียกชุ่มมาจากแม่น้ำปิงเมื่อคืน เธอไม่มีเสื้อผ้าของผู้ชายคนอื่นให้เปลี่ยนนอกจากผ้าห่มผืนนี้เท่านั้น  เพียงพอจะเอาไว้ปกปิดบางส่วนของร่างกายที่ไม่ควรจะนำมาเปิดเผยในเวลากลางวันแสกๆแบบนี้

“คุณไปตกน้ำที่ไหนมา” เธอถามผมยิ้มๆแกมขำ เมื่อคืนตอนที่ผมมาเคาะประตูห้องของเธอ เธอเปิดออกมารับด้วยท่าทีที่งุนงง แต่เธอคงพอเดาเหตุการณ์ที่เหลือออก มันไม่ใช่เรื่องแปลกที่คนเมาหลายคนในเชียงใหม่จะมีบางคนที่เมามากซะจนกระโดดลงไปเล่นน้ำในคูเมือง ฝรั่งหลายคนก็เอาชีวิตมาทิ้งให้ลอยอืดในคูน้ำเล็กๆแห่งนี้จนเป็นข่าวก็หลายครั้ง แต่ผมคิดว่า เธอคงนึกไม่ถึงหรอก ว่าผมไปกระโดดสะพานเนาวรัตน์มา ผม...คิดการใหญ่เสมอ

“หิวมั้ย” เธอถาม พลางยื่นน้ำปั่นจากผลไม้ออร์แกนิคให้ผม “ดื่มนี่สิ จะได้รู้สึกดีขึ้น เดี๋ยวจะได้ไปหาอะไรทานกัน” เธอบอกพร้อมกับเดินไปดึงเสื้อผ้าของผมออกมาจากตู้อบผ้า “นี่ถ้าชั้นไม่หิว ชั้นจะให้คุณอยู่ในชุดนี้ทั้งวัน คงจะดีนะ” เธอกล่าวด้วยน้ำเสียงหยอกล้อพร้อมกับส่งเสื้อผ้าที่ซักและแห้งสนิทแล้วให้ผม กลิ่นเสื้อผ้าที่หอมฉุยไปด้วยน้ำยาปรับผ้านุ่มทำให้ผมรู้สึกว่าเธอคงเป็นผู้หญิงที่มีความเป็นแม่บ้านที่เพียบพร้อมสุดๆแน่ๆ



Salsa Kitchen
 
ผมผงะทันที่ที่เห็นชื่อร้าน หันไปมองเธอแบบงงๆด้วยสายตาที่มีคำถาม เธอยักไหล่ยิ้มๆแล้วเดินนำผมเข้าไปในร้าน ผ่านโต๊ะผ้าคลุมสีแดงที่เรียงรายอยู่ไม่มากนัก ลูกค้าฝรั่งที่นั่งกันประปราย เธอทำท่าดูเหมือนไม่รู้สึกรู้สาอะไรที่พาผมมาที่นี่ ผมคิดว่าเธอตั้งใจจะแกล้งผมด้วยซ้ำ

ร้านนี้ เป็นร้านที่เขาและเธอชอบพากันมาทาน เธอชอบอาหารเม็กซิกัน และเขาก็ดูจะรู้ใจเธอไปซะหมดทุกอย่าง ครั้งล่าสุดที่พวกเขามาด้วยกัน ภาพ selfie ของเขาและเธอลอยว่อนอยู่ในเน็ตเต็มไปหมด คู่รักคนดังประจำร้าน บลาๆๆๆ... หนุ่มลูกครึ่งเนื้อหอมคนดัง คนเก่งของเธอที่ผมเทียบอะไรไม่ได้เลยแม้แต่นิดเดียวกับสาวเจ้าของร้านเบเกอรี่สตูดิโอที่เสน่ห์หวานร้อนแรง

“ถ่ายรูปให้ผมหน่อยได้มั้ย” ผมบอกเธอในขณะที่บริกรของร้านนำอาหารน่าทานหลายจานเดินทางออกมาจากห้องครัว มาส่งไอร้อนๆพร้อมกับกลิ่นหอมฉุยยั่วประสาทจมูกอยู่บนโต๊ะ

ผมทำท่าฉีกยิ้มกว้าง กางแขนและข้อศอกออกเต็มโต๊ะ หน้ามองกล้องทำเหมือนกำลังโชร์อาหารที่กำลังจะกิน เสมือนประหนึ่งว่า ผมภูมิใจเหลือเกินที่สามารถหาอาหารมากองอยู่ตรงหน้าได้อย่างมากมายและกำลังจะกินโชว์คนยากจนทุกคนบนโลกที่กำลังจะได้เห็นรูปใบนี้ ให้ทุกคนได้เห็นความร่ำรวยของผม เด็กๆที่กำลังอดอยากในอินเดียคงอิจฉาผมจนแทบร้องไห้

ผมโพสท่าเดียวกันกับที่เธอเคยทำในภาพถ่ายครั้งก่อน ผมอยากรู้ว่าอารมณ์ในตอนนั้น วางท่าแบบนี้ เธอรู้สึกอะไร

“คุณนี่โรคจิตดีนะ” เธอหัวเราะ “ทำไปเพื่ออะไร” เธอส่ายหน้าอย่างไม่ค่อยเข้าใจ

“ผมอยากเข้าใจอารมณ์และความคิดของเธอ” ผมตอบสั้นๆ “บางอย่างผมดันลืมตัวไม่ศึกษาก่อน และปล่อยให้อารมณ์เข้ามาบงการณ์จนเหตุผลอันตรธารหายไป และท้ายสุดก็มีชีวิตที่มานั่งซ่อมแซมความเสียหายอยู่แบบนี้”

“ถ้าเธอรู้ว่าคุณเป็นได้ถึงขนาดนี้ เธอคงนั่งภูมิใจว่าเธอนี่ก็เก่งไม่เบานะ หึหึ ” เธอส่งสายตาแกมประชด ข้ามจาน burrito หอมฉุยกำลังส่งเสียงยั่วยวนอยู่ตรงหน้า ปนกับน้ำเสียงแปลกๆที่บางครั้งผมก็ไม่เข้าใจว่าผู้หญิงเค้าคิดอะไรกันอยู่

“คุณชอบงานศิลปะหรือเปล่า” เธอถามขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย “พอดีมีงานแสดงศิลปินคนหนึ่ง เป็นคนดังของที่นี่เลยล่ะ เราว่าคุณคงอยากเจอเค้า”

“หือ ทำไมละ” ผมเบิกตาส่งคำถามไปที่เธออย่างไม่ค่อยจะเข้าใจ ว่าเธออยากให้ผมเจอกับใคร

“เพราะเค้าคือ ผู้ชายอีกคนของเธอ คนที่มาก่อนหน้าคุณ” เธอตอบด้วยน้ำเสียงเรียบๆ “เอาให้หายข้องใจทั้งหมดเลยนะ คุณจะได้หลุดไปจากเรื่องนี้ซักที จะได้ไม่เสียเวลามามัวแต่นั่งคิดถึงผู้หญิงของคนอื่นไปเรื่อยๆแบบนี้” เธอกล่าวอย่างเสร็จสรรพพร้อมกับเรียกเช็คบิล

“เอาจริงเหรอเนี่ยะ แค่นี้ผมว่าผมก็แทบกระอักเลือดตายละนะ จะให้ไปรับรู้อะไรอีก” ผมครวญครางเหมือนกับไม่อยากไป ตั้งแต่มาเชียงใหม่ครั้งนี้ ไม่มีซักวันเลยที่ผมสามารถยิ้มออกมาได้ซักครั้ง ร้านขนมสวยๆที่เพื่อนๆเชียร์ให้ไปกินแล้วมาเขียนรีวิวด้วย ผมไม่ได้ไปเลย มัวแต่เอาเวลาที่มีค่าของชีวิตมาวิ่งไล่หาความรักที่ไม่เคยมีอยู่จริง พิสูจน์คำรักที่หลอกลวงที่ต้นทุนของมันเป็นแค่ลมปากแลกกับเวลาและพลังงานของการค้นหาความจริง เพื่อที่สุดท้ายจะมารู้ตัวว่า...โดนหลอกจริงๆ...

“เค้าเป็นคนที่รอด ส่วนคุณเป็นคนที่พังยับเยิน” เธอบอก “คุณจะได้รู้ว่า คุณน่ะพลาดอะไรไป” ความหวังดีที่เหมือนจะฟังดูดี แต่ปะปนไปด้วยกลิ่นไอของการถากถางเยาะเย้ยอยู่ในที อาจจะจริงอย่างที่เธอว่าก็ได้นะ ผมจะนั่งแพ้อยู่แบบนี้นะเหรอ เรื่องนี้มันน่าจะกระจ่าง ชัดเจน เพื่อให้ผมหาเหตุผลให้ตัวเองได้เดินออกไปจากวังวนของมายาความรักที่หลงเข้ามาเดินวนจนหาทางออกไม่ได้มาเกือบปีซักที ไปเจอศิลปินคนนั้นก็ดี อย่างน้อย ผมอยากรู้ว่าเค้าได้เจออะไรมาบ้าง เค้ารู้ตัวได้อย่างไร และเพราะเหตุไรเค้าถึงตัดสินใจที่จะเดินออกจากชีวิตเธอไปทันที และเค้า ไม่รู้สึกอะไรบ้างเลยหรืออย่างไร

เสียงมอเตอร์ไซค์ดังขึ้นอีกครั้ง ก่อนจะทะยานมุ่งเข้าสู่ถนนซุปเปอร์ไฮเวย์ เข้าสู่เส้นทางหางดง เพื่อไปพบกับตัวละครที่สำคัญอีกตัวของการเดินทางครั้งนี้

บ้านถวาย.....



มนุษย์เกิดมาด้วยความรัก และถูกทำลายด้วย....ความรัก 
SHARE
Writer
Imagist
Imagination has no limite
เป็นคนโลกสวย รักทุกคน รักดินร่วน น้ำตกเหวนรก ก้อนเมฆ ดอกหญ้า อ่องซาน คานธี และแมวดำ

Comments

Patpitcha_Eua
3 years ago
เห็นคำว่า Salsa แล้วคิดถึง Taco ที่เป็นอาหารเม็กซิกันเลยค่ะพี่ (อร่อยมากค่าาาาา) 😁😁😁
Reply
Imagist
3 years ago
รร. Rembrandt Sukhumvit 18 มีวงเม็กซิกันเล่นด้วยนะ เต้นกันมันส์เลย ราคาไม่แพง
Patpitcha_Eua
3 years ago
อ๋อ..ตรงนั้นเอื้อยังไม่เคยไปค่ะพี่ 😁😁
Imagist
3 years ago
ลองดูสิ ดีมากนะ ของแท้
imonkey7
3 years ago
~^^~
Reply
Imagist
3 years ago
เจี๊ยก 😄
imonkey7
3 years ago
คร่อก
khaikung
3 years ago
จบซีรีย์นี้แล้วรวมเล่มเลยนะฮะ 
Reply
Imagist
3 years ago
โหย...ไม่กล้าคิดเลย งานเขียนเด็กๆ แค่นี้ก็มีคนเดือดร้อนจะดิ้นตายอยู่แล้ว ไม่รู้เพราะอะไร งง