บันทึกถึงฉัน
เราเคยเรียกหาตัวตนอยากให้คนอื่นยอมรับในตัวเรามากที่สุด
แต่เรากลับไม่อยากยอมรับในสิ่งที่ตัวเองเป็น 

สับสนเนอะชีวิต?
 
กลับกันเราเคยคิดว่าไม่มีใครเข้าใจเรามากที่สุดนอกจากตัวเราเอง 
แต่วันนี้เราคิดผิด เราไม่เคยรู้จักตัวเองเลยด้วยซ้ำ เพราะเราไม่เคย
ยอมรับในสิ่งที่ตัวเองเป็น เราไม่เคยภาคภูมิใจในความเป็นเราเลย


เรามัวแต่สร้างภาพ สร้างตัวตนในแบบที่คิดว่าดีและจะได้รับการยอมรับจากคนอื่น
แล้ววันนึง วันที่เราฝืนตัวเองมากเกินไป ระเบิดอารมณ์ที่เคยถูกติดตั้งไว้ก็ทำงาน บูม!!!


เราเคยพยายามวิ่งหนีสิ่งที่ตัวเองเป็น สิ่งที่ตัวเองโตมา ความไม่สมบูรณ์แบบที่เราเคยเจอ
เราเอาบาดแผลเรานั้นซ่อนไว้ให้พ้นสายตาคนอื่น แต่เราเองกลับเปิดดูมันซ้ำๆ
แล้วย้ำว่ามันเคยเจ็บปวดมากขนาดไหน ทั้งๆที่แผลนั้นมันสมานกันเรียบร้อย
แล้วทิ้งไว้เพียงรอยแผลนั้นให้ดูต่างหน้า มีแต่เราต่างหากที่พยายามยัดเยียดความรู้สึก
เจ็บแสบไปให้รอยแผลนั้น


ในวันที่ระเบิดอารมณ์ทำงาน มันทำให้เรารู้ว่า วันนี้แหละเราได้เป็นตัวเองที่สุดในรอบปีที่ผ่านมา
เราได้เรียนรู้ว่า มันเลวร้ายขนาดไหนกับการต้องเก็บทุกอย่างไว้จนมันสุดจะกลั้น และมันโคตรร้ายขนาดไหนที่แม้แต่ตัวเราเองยังไม่รัก เคารพ หรือภาคภูมิใจในต้นทุนตัวตนที่เรามี


วันนี้ถ้าคุณกำลังอยากเป็นคนอื่น หรือกำลังวิ่งไล่ความสมบูรณ์แบบ
ก็ลองวิ่งต่อไปพร้อมตอบคำถามตัวเองในในให้ได้ด้วยว่า นี่ใช่สิ่งที่เราเป็นและยอมรับได้ในที่สุดไหม 


เราเคยหงุดหงิดอารมณ์เสียใส่ คนในครอบครัวเพราะคิดว่า นั่นคือ คำสั่ง ความไม่เข้าใจ ความเลวร้าย แต่วันนึงเรากลับรู้ตัวอีกทีว่า เราต่างหากที่กำลังทำตัวเองเลวร้าย ที่พวกเขาทำไปเพียงเหตุผลเดียวเพราะรักเรา แต่ที่เราทำไปเพราะไม่อยากยอมรับในสิ่งที่ตัวเองเป็น


วันนี้ฉันเข้าใจตัวเองมากพอที่จะบอกตัวเอง 
เราควรรักในสิ่งที่ตัวเองเป็น
เราควรยอมรับในสิ่งทีตัวเองเป็น
เรามีต้นทุนเท่าไหร่ ก็ควรนำสิ่งนั้นมาใช้และต่อยอดให้ดีที่สุด
เหตุผลสุดท้ายที่ดีนอกจากรักตัวเองคือ ฉันเพิ่งรู้ว่าตัวเองรักครอบครัวมากขนาดไหน
พวกเขาทำให้ฉันค้นพบว่า ฉันควรรักตัวเองทำไม เพราะอะไร และเพื่อใคร



ขอบคุณเสียงเรียกเข้าในวันนี้ ทุกนาทีที่ได้พูดคุยกันตอนนี้ 
หนูเข้าใจแล้วว่าหนูควรใช้ชีวิตต่อไปยังไงดี



Cr.รูปภาพ : กนกนอกกะลา







SHARE
Writer
Giftwasa
Dreamer
สาวใต้ ตาคม ผมยาว ติดละคร ชอบอ่านนิยาย ชอบที่สุดคือการพูด งานอดิเรกคือดูโคนัน ชีวิตประจำวันคือเป็นสาวออฟฟิศ

Comments