ชีวิตใครดีกว่าใครจริงหรือ
No.14


1.เวลาเย็น
-ร้านก๋วยเตี๋ยว ก๊วยจั๊บ กระเพาะปลาแบบครบวงจรบนทางเท้าซึ่งเป็นทางเดินกลับที่พัก
-ฉัน กลับจากที่ทำงานผ่านบริเวณนั้นทุกวัน
-ผู้หญิงวัยราว 40 กว่าปีเนื้อตัวมอมแมม ผมรุงรัง เดินถือถุงพลาสติกมีของอยู่ในนั้นแต่ก็ไม่รู้ว่าเป็นอะไร
-เราสองคนเดินสวนกันเป็นประจำยังที่บริเวณเดิม ท่ามกลางผู้คนที่เดินไปมา เป็นกลุ่ม คู่ และเดี่ยว
 
ฉันกับเธอ...เราเดินสวนทางกัน ยามเย็น
เธอเนื้อตัวมอมแมม เสื้อผ้าเก่าๆ ขาดๆ
ดวงตาทั้งคู่ของเธอดูเลื่อนลอย...ไร้จุดหมาย
ฉันสัมผัสได้...
เธอกับฉัน รูปลักษณ์ภายนอก แตกต่างกันไป
แต่เรามีอะไรใกล้เคียงกันอยู่บ้าง
ดวงตาที่โรยราและชีวิตโดดเดี่ยว 
ที่ยังมองไม่เห็นซึ่งจุดหมาย...
อยากรู้...เธอจะมีจุดหมาย
หรือ...มองเห็นปลายทางบ้างหรือไม่
เหลียวหลังมองดูเธออีกครั้ง
ตัวเรา...ยังโชคดีอยู่มาก
อยากรู้จังว่า...
แต่ละคืน เธอหลับตาเอนกายยังที่ใดหนอ....




2.เพื่อนร่วมทาง 
-หมาไทยพันทางสีทึมๆ นอนลืมตาอยู่ในตู้โทรศัพท์สาธารณะ ข้างถนนในซอยแห่งหนึ่ง
(ภาพด้านหลัง)ฉันเดินกลับ ผมมีไรเหงื่อเล็กๆ ใกล้ถึงที่พักเต็มที เหลือบมองเห็นเจ้าตูบมันนอนอยู่ที่เดิม
-ซอยแห่งนี้ผู้คนพลุกพล่าน ทั้งรถเก๋ง กระบะ แท็กซี่ และมอเตอร์ไซค์รับจ้างวิ่งเข้าวิ่งออกเป็นปกติ
 
ดึกดื่น มืดค่ำ
แม้กระทั่ง เช้าสาย บ่ายเย็น
ขณะที่เราเดิน...ไปทำมาหากิน
และดิ้นรนไขว่คว้า
วันแล้ววันเล่า...เจ้าตูบ ยังคงนอนอยู่ที่เดิม
สายตามันคงชินกับภาพผู้คนที่เดินไป-มา
มันคงนึกแปลกใจว่าพวกเราเดินไปไหนกันหนักหนา
ในขณะที่มัน “พักผ่อน”
บางที...เกิดเป็นเจ้าตูบก็ดีเหมือนกันนะ



3.มุมมองตูบ
-Close up เจ้าตูบนอนทำตาปรืออยู่ในตู้โทรศัพท์สาธารณะเก่าๆ ริมถนน
-ภาพแทนสายตาเจ้าตูบ (Over Shoulder ตูบ Shot) ขา เท้า ล้อรถ ที่เดินและแล่นผ่านไปมา

เดินไปเดินมา
วันๆ หนึ่ง คนเขาเดินไปไหนกันหนักหนา
มีแค่ 2 ขา แต่เดินไปเดินมาได้ทั้งวัน
เรามีตั้ง 4 ขา อยากออกเดินบ้างจัง
อยากรู้ว่าเขาไปทำอะไรกัน
คงสนุกและแสนสุขใจ
เบื่อที่ต้องนั่งๆ นอนๆ อยู่ อย่างนี้ไปจนตาย
อยากเดินไปที่ไหนก็ได้ 
อยากลอง อยากเกิดเป็นคน...โฮ่ง! โฮ่ง!


4. อยากกลับไปเป็นเหมือนเดิม
-ภาพคน ยืน 4 เท้าคล้ายตูบ ส่วนตูบเดิน 2 เท้า แบบล้อเลียน 
-ภาพคนในคราบเจ้าตูบนั่งอยู่บนโต๊ะทำงาน มีคอมพิวเตอร์ แลบลิ้นเลียแขนตัวเอง หน้าเศร้าๆ
-ภาพเจ้าตูบในคาบคนนั่งซึมเซา เอาขาหน้าปิดจมูกเพราะฝุ่นเยอะ แล้วหอน อยากเดินเข้าไปในอาคารก็มีคนไล่
  
ถ้าลองเปลี่ยนกันดู
ระหว่างคนเป็นหมา หมาเป็นคน
แล้วเราจะเป็นเช่นไร
หมาที่เปลี่ยนเป็นคนอาจเหนื่อยใจ
บ่นอุบ ว่าเป็นคนเหนื่อยจะตาย
ต้องดิ้นรน ต้องไป ต้องทำ
ส่วนคนที่เป็นหมา ก็นั่งจับเจ่า
เขี่ยเห็บ หมัด เหา ไปวันๆ
แววตาซึมเซา รู้สึกเบื่อหน่ายชอบกล
ได้นอนทั้งคืนทั้งวัน รู้สึกแปลกๆ พิกล
จนสันหลังจะยาวกว่าตัว
....ทุกสิ่งย่อมมีเหตุผล
คนก็คือ คน 
ต้องเป็นไปตามวิถี
อย่าคิดว่าเป็นเราไม่ดี
ชีวิตยุ่งยาก สับสน
อยากนั่ง อยากนอน ขี้เกียจเป็นคน
แล้วชีวิตจะมีค่าอะไร...
นี่คือชีวิตของคน 
ต้องอด ต้องทน ต้องขยัน
ไม่ว่าจะเป็นสัตว์หรือคน
คุณค่า...มีอยู่ในทุกตัวทุกคน
อยู่ที่เราจะเห็นคุณค่ามันหรือเปล่า



4.สิ่งที่เลวร้ายที่สุด อาจเป็นสิ่งที่ดีที่สุด
-ตัวหนังสือขึ้นหลายๆ คำ “เธอมันก็เป็นได้แค่นี้แหละ”
 
....คำพูดของใครๆ ก็ตาม
โดยเฉพาะ คนที่เรารักมากที่สุด!
คำพูดที่ทำร้ายความรู้สึก บั่นทอนจิตใจ ดูหมิ่นในสิ่งที่เรารัก และตั้งใจจะทำ
คำพูดเหล่านั้น ทำให้เราเสียใจ น้อยเนื้อต่ำใจ และรู้สึกหมดกำลังใจ
เรารู้สึกต่อต้าน เราไม่อยากได้ยินถ้อยคำเหล่านั้น
เราอาจร้องไห้ เสียน้ำตา และเสียใจ
และแอบโกรธ เจ้าของคำพูดนั้น
ทั้งๆ ที่ไม่สมควรจะรู้สึกแบบนั้น 
เพราะเขา คือ คนที่เรารักมากที่สุด คนหนึ่ง
แต่...เมื่อน้ำตาหยุดไหล
เราอาจรู้สึกประหลาดใจ
เมื่อรู้สึกว่า เรามีพลังมากขึ้น มากพอที่จะทำในสิ่งที่เรารักให้เป็นจริง 
สิ่งนั้นคือพลัง คือแรงผลักดัน จากถ้อยคำทำร้ายจิตใจ
มันทำให้เราอยากจะลบคำสบประมาท 
อยากพิสูจน์ตัวเองให้เขาได้เห็น 
และยอมรับในสิ่งที่เราทำ อย่างเต็มใจ และภาคภูมิใจ
ไม่น่าเชื่อว่า...เรามีพลังเพิ่มขึ้น 
หลังจากที่เราถูกทำร้าย (ด้วยคำพูด)
บางที ในความเลวร้ายที่สุด อาจมีสิ่งที่ดีที่สุดซ่อนอยู่ก็ได้






เป็นงานที่ขีดๆ เขียนๆ ทิ้งไว้ตั้งแต่ 03-03-2012
ขอบคุณภาพจาก www.dailymail.co.uk 
SHARE
Writer
TadsaniofLove
นักคิด-ขีด-เขียน-เรียนรู้
Stay simple,learn dhamma,exercise,explore the world

Comments