ความทรงจำงดงามกว่าภาพถ่ายเสมอ
ฉันก็เป็นอีกคนหนึ่งที่เหมือนกับหลายๆคน
คือชอบเดินทาง พบผู้คน สนุกกับประสบการณ์ใหม่ๆในสถานที่ที่เราไม่คุ้นเคย
แต่แน่นอน เราชอบถ่ายรูป (มาาาาาาาาาาาาก) 

เมื่อหลายเดือนก่อน ฉันตัดสินใจแบคแพ็คไปเองคนเดียว 
(ต้องเข้าใจนะว่าคนมีครอบครัวและมีลูกแล้วมันไม่ง่ายเลย:) )
หมุดหมายแรกคือจังหวัดอุทัยธานี
เพื่อนของฉันลาออกจากงานมาทำสวนทำไร่แบบออร์แกนิคส์อยู่ที่บ้าน
ผลิตผลหลายอย่างในสวนถูกนำมาแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่า
เช่น สบู่จากถั่วเขียวบด แชมพูสระผมจากมะกรูด เป็นต้น

ที่นี่ฉันได้กลับสู่ชีวิตธรรมดาเรียบง่าย
เป็นชีวิตบ้านๆที่คิดถึงจริงๆ
สังคมชนบทที่อบอุ่น อยู่กันเป็นครอบครัวขยาย 
ถึงมื้ออาหารทีก็วิ่งไปเก็บผักรอบบ้านมาจิ้มน้ำพริก
ช่วงที่ฉันไปเป็นฤดูที่มะม่วงเยอะ 
คุณยายจึงนำมะม่วงมาสับฝอย ปรุงรสดวยน้ำปลา พริกป่น 
เท่านี้ก็อร่อยแล้วจริงๆ
หากอยากให้ดูอลังขึ้นอีกนิด ตำปลาแห้งลงไปอีกหน่อยก็ได้
ได้รสชาติน้ำพริกที่แตกต่างไปอีกแบบ 
กินได้ทุกวันไม่รู้เบื่อเลยจริงๆ

ในสวนเลี้ยงเป็ดเอาไว้กินไข่ 
ถ้ากินไม่ทันก็เก็บไว้ทำไข่เค็มขาย
นอกจากนี้ต้องเลี้ยงห่านเอาไว้ด้วย เพื่อช่วยดูแลเป็นอีกทีหนึ่ง
เพราะห่านชอบโวยวาย ร้องเสียงดัง และดุ
ถ้าคนหรือสัตว์ที่จะเข้ามาบุกรุก (ขโมยเป็ดหรือกินเป็ด)
ห่านจะโวยวายทำให้เจ้าของบ้านได้ยิน 
อย่างน้อยก็ช่วยไล่ผู้บุกรุกไปได้ก่อนที่จะลงมือจริงๆ 

ใต้ถุนบ้าน มีหม้อครามอยู่ 
ว่างๆลูกสาวของเพื่อนก็จะเอาเสื้อยืดเก่า ถุงผ้าใบเก่า มาย้อมใหม่
มัดให้เกิดเป็นลวดลายต่างๆที่สวยแปลกตา
ได้เป็นสิ่งของชิ้นใหม่จากสิ่งที่เรามีอยู่แล้ว 
ที่สำคัญ ฉันได้เรียนรู้เรื่องการไม่คาดหวังจากเด็กหญิงวัย 12 คนนี้นี่เอง

การมัดย้อม เป็นสิ่งที่เราไม่อาจคาดการณ์ได้
ว่าลวดลายจะออกมาเป็นอย่างไร
แม้จะตั้งใจแน่วแน่ ว่าจะมัด จะพับเพื่อให้เป็นลวดลายอย่างโน้นอย่างนี้
มันก็อาจไม่ได้อย่างที่หวังเสมอไป
และนั่นแหละคือความสนุกของการทำผ้ามัดย้อม
คือต้องลุ้นเสมอจนนาทีสุดท้าย
ว่าจะได้ลวดลายหรือสีแบบไหน :)

ชีวิตในชนบทเรียบง่าย 
งดงามในความธรรมดา
จนบางครั้งฉันก็สงสัยเหมือนกันว่า
คนในเมืองใหญ่ที่ทำตัวเองให้ยุ่ง 
วุ่นวายกับหลายสิ่ง
แล้วเราได้สัมผัสถึงความสุขจริงแท้ จริงๆไหม

บางทีสิ่งที่อยู่ตรงหน้า
ก็ไม่ต้องใช้ความพยายามไขว่คว้าเลยสักนิด
แค่มองเห็นและซึมซับคุณค่า
มันก็บังเกิดและหลอมรวมกลายเป็นสิ่งหนึ่งสิ่งเดียวกับตัวของเราไปโดยปริยาย

ชีวิตที่อุทัยธานีเหมือนเดินช้า
โมงยามผ่านไปอย่างมีความความหมาย
ทุกความทรงจำงดงามและกระจ่างในหัวใจของฉัน
ทั้งหมดนั้นยังคงชัดเจน "โดยไม่มีภาพถ่ายเลยสักใบ"

ฉันเองเพิ่งตระหนักรู้
เมื่อใดที่เราเอาแต่ถือกล้อง
เมื่อนั้นเราก็เป็นได้แค่ "ผู้สังเกตการณ์"
แต่หากเราเปิดใจ วางทุกสิ่ง(รวมทั้งกล้อง)
แล้วเอาเนื้อเอาตัวของเราลงมาสัมผัสกับสิ่งนั้น "ด้วยตัวเอง"
สิ่งเหล่านั้นจะเป็น "ภาพถ่ายในความทรงจำที่งดงามที่สุดและไม่มีใครช่วงชิงไปจากเราได้เลย"
จริงๆนะ :)








SHARE
Written in this book
thinking out loud  คิดดังฟังชัด
แรงบันดาลใจในการใช้ชีวิต
Writer
mommyam
happy storyteller
คุณแม่นักเขียนของลูกชายวัย 10 ขวบที่ยังคงรักในการเดินทางเพื่อเรียนรู้และเติบโตด้านใน

Comments

UnicornCat
3 years ago
ดีจังค่ะ ^____________^
Reply
mommyam
3 years ago
ลองออกเดินทางแบบไม่วางแผน ไปสัมผัสชาวบ้านแท้ๆดูนะคะ มีความสุขมากๆค่ะ ^^

UnicornCat
3 years ago
กำลังหาเวลาไปค่ะ ^ ^