ฆาตกรรม อำพราง เหตุใกล้ตัว (เรื่องจริง) ภาค 4
ก่อนจะได้รับคำตอบ จากคนและสถานที่ที่ไม่ได้คาดคิด
ขอวกมาเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นที่คอนโด หลังจากเหตุการณ์วันนั้น
เราก็พยายามใช้ชีวิตปกติ แบบที่เคยเป็น เพราะคิดว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
มันเป็นเรื่องซึ่งไม่น่าเกิด และไม่น่าเกิดซ้ำ ความปลอดภัยของคอนโด น่าจะใช้ได้อยู่
ทางคอนโด ก็สั่งเปลี่ยน รปภ ยกชุด เพื่อให้แน่ใจว่า ถ้าสงบไม่ได้ลงมือคนเดียว
ยามคนอื่นๆ ที่ร่วมมือ หรือร่วมลงมือ จะได้ย้ายไปที่อื่น
ที่จอดรถของเรา อย่างที่บอก มันอยู่ติดกับที่ๆ เกิดการฆาตกรรม แต่เราก็ไม่ได้คิดอะไร
ตำรวจได้เอารถบีเอ็มสีแดงออกไปจากตึกแล้ว ที่ตรงนั้นก็ว่าง เราก็ใจสู้ด้วย ก็เลย
ตั้งใจว่า ยังไงก็จะจอดรถในที่ของเราตามที่ตึกกำหนดไว้ ไม่ย้ายไปไหน
ในวันแรกหลักจากพวกตำรวจออกไปกันหมดแล้ว แม่ให้น้าอ๊อดไปขับรถออกมา
แล้วเอาไปให้พระรดน้ำมนต์ ในฐานที่ไอ้รถมาสด้า 929 มันเห็นเหตุการณ์ทุกอย่าง
แถมยังได้เป็นภาพแบคกราวนด์ ลงในหน้า 1 หนังสือพิมพ์เกือบทุกฉบับ
ในวันที่สองหลังจากเกิดเหตุ ตกเย็น ไม่เย็นสิ ดึกเลย เราก็ขับรถกลับจากบ้านแม่
แล้วเราก็ขับขึ้นไปที่จอดรถชั้นสอง ทุกอย่างดูปกติ รถสีแดงไม่อยู่แล้ว เรากำลังจะ
ปักหน้ารถเข้าไปก่อนเหมือนอย่างที่เคยทำ อย่างน้อยก็ให้เก๋ลงจากรถในฝั่งซึ่งไม่ใช่
ฝั่งที่เกิดเหตุ ตอนที่เรากำลังจะถึงที่จอด เราเห็นเงาของอะไรบางอย่าง ตรงบริเวณ
ที่จอดรถบีเอ็มนั่น เราในที่นี้คือทั้งเก๋และตัวผม เพราะเห็นกันทั้งสองคน
ใจของเราตกไปที่ตาตุ่ม แต่รถของเราก็ยังค่อยๆ แล่นปักหัวเข้าไปใกล้ๆ ไอ้เงาตะคุ่มนั่น
ทันใดนั้น
เราก็เห็นไอ้เงานั่นมันสะดุ้งสุดตัว เพราะจริงๆ แล้วนั่นคือ ยามคนใหม่ ซึ่งกำลังก้มๆ เงยๆ
เอาของมาไหว้วิญญาน ตรงตำแหน่ง ที่เขาฆ่ากัน!

ฮ่วย! ยามชุดใหม่มันรู้ได้ยังไงว่ามีฆาตกรรม เพราะทางตึกเขาก็ไม่ได้แจ้งให้พวกนี้รู้
ปรากฏว่า ในคืนวันแรกยามชุดใหม่ที่มาแทน โดยมิได้มีใครบอกกล่าวบอกว่า ได้ยินเสียง
คล้ายๆ ผู้หญิงร้องครางเบาๆ จะว่าคล้ายแมวก็คล้าย เลยพยายามเดินหากันอยู่ในที่จอดรถ
หาเท่าไหร่ก็หาไม่เจอ แต่รู้ว่าเสียงมันมาจากแถวรถเรา ตอนเช้าเขาก็จะไปรายงานว่า
อาจมีแมวติดอยู่ แต่ไม่รู้ยังไงกัน ไอ้คนที่เคาเตอร์รีเซปชั่นมันก็หน้าซีดเผือดแล้วบอกยามว่า
คุณโดนดีเข้าแล้ว หลังจากนั้นข่าวยามเจอผี ก็แพร่ออกไปโดยเร็ว โดยที่เราก็ไม่รู้เพราะไปอยู่
ที่บ้านแม่กัน แถมรีเซปชั่นยังบอกว่า เห็นผู้หญิงคนนึงเดินไปขึ้นลิฟต์โดยที่เขาไม่ทันสังเกตุ
เห็นแต่หลัง แล้วพอมองในทีวีวงจรปิดในลิฟต์ก็ไม่มีอะไร แต่ลิฟต์วิ่งขึ้นไปชั้น 28
โดยไม่มีคนกด!
ข่าวเรื่องความเฮี้ยนก็เลยยิ่งกระพือหนักเข้าไปใหญ่ พวกยามชุดใหม่ก็กลัว
เลยรีบหาเครื่องเซ่น
มาไหว้กัน โดยตอนที่เรากลับบ้านเป็นช่วงเปลี่ยนกะพอดี
ยามกะใหม่ก็จะมาไหว้ผีตอนนั้นพอดี
สรุปก็ได้ตกใจกันทั้งคนนั่งรถเข้ามาและคนที่กำลังเซ่นไหว้อยู่
ทีนี้บัวลอยแม่บ้านของเราเป็นคนกลัวผีมาก แถมห้องคนตายอยู่สูงขึ้นไปแค่ชั้นเดียวเหนือหัวเรา
ตอนเช้า เก๋จะออกไปข้างนอก ก็ให้บัวลอยช่วยถือของลงไปส่งที่รถ บัวลอยก็ช่วยถือเดินลงไป
จนถึงลิฟต์ที่จอดรถ แล้วบอกเก๋ว่า “คุณเก๋ บัวลอยขอรอตรงนี้นะคะ บัวลอยกลัว”
เก๋ก็ เออ เอาวะ ไปคนเดียวก็ได้ ก็ให้บัวลอยวางของรออยู่ตรงชั้นล่างของตึกจอดรถ
ปรากฏว่าตอนเก๋ไปเอารถ ก็มีคนจุดธูปทิ้งไว้ แถมเป็นเวลาสายๆ ไฟที่จอดรถก็ไม่ได้เปิด
ที่จอดรถมันก็เลยค่อนข้างมืดกว่าปกติ บรรยากาศก็เลยทำให้รู้สึกเสียวๆ อยู่เหมือนกัน
ตอนที่เก๋จะเสียบกุญแจรถแล้วไขเปิดล๊อครถนั้น ไอ้สัญญานกันขโมยของไอ้รถ 929 มัน
ก็ดังขึ้นมาเฉยๆ ซึ่งจริงๆ แล้วจะว่าไปไอ้อาการกันขโมยรวนนี้ มันก็เคยเป็นมาก่อน
แต่กลายเป็นว่า พอมาอยู่ในสถานการณ์นี้แล้ว มันแย่มากๆ จะบิดกุญแจให้มันหยุด มันก็ไม่หยุด
จะสตาร์ทเครื่องแล้วขับลงมาเลย ระบบไฟมันก็ตัด เก๋ก็เลยไม่รู้ทำไงต้องยืนรอให้สัญญานหยุด
ซักพักนึง พวกรปภ ก็วิ่งขึ้นมาดูว่าเกิดอะไรขึ้น ตอนนั้นสัญญานก็ดับแล้ว และเก๋ก็กำลังจะ
ขับรถออกมาได้แล้ว พอลงมาเจอบัวลอย เธอบอกว่า “บัวลอยว่าแล้ว คุณเก๋ต้องเจอแน่ๆ”
ว่าไปนั่น
จากนั้นมา เราก็เลย ขอไม่เอารถไปจอดในที่จอดของเรา แต่เอามาจอดในที่จอด Visitor แทน
และคนที่จอดรถอยู่ใกล้ๆ กัน ก็ย้ายไปจอดที่อื่นหมดเลยเช่นกัน
ที่ๆ รถบีเอ็มสีแดงเคยจอดอยู่ ก็มีกระถางธูป ดอกไม้และเครื่องเซ่นไปวางแทนที่

แต่ที่ไม่น่าเชื่อที่สุดคือ
อยู่มาวันนึง เราไปเปิดกล่องจดหมายแล้วดันมีรูปของคนที่โดนฆ่า ตอนใส่ชุดธรรมดายิ้มแฉ่ง
อัดขนาดโปสการ์ดมาโผล่ในตู้ของเรา ถามไปถามมาได้ความว่า เสี่ยทัยเป็นคนสั่งอัดรูป
แล้วเอาไปใส่กล่องจดหมายให้ทุกยูนิตในตึก แกบอกว่า อยากให้ทุกคนจำภาพเมียแก
ตอนที่เป็นคนสวยๆ อยู่
ไม่อยากให้จำภาพตอนที่นอนตายคุดคู้จมกองเลือดอยู่ในกระโปรงท้ายรถ
มันทะแม่งๆ ไหม?

to be continued...
ต่อตอน 5
https://storylog.co/story/576b5561aa324c6c26a952b2
SHARE
Writer
ajarnmon
Political Satirist
Assistant Professor Head of Industrial Design Department, Chulalongkorn University Creative Director/Founder Digitopolis Co., Ltd.

Comments