Siri เธอเข้าใจความเหงาบ้างรึเปล่า
ฝนตกหมายถึงความโรแมนติก...

โอเค มันไม่จริงเท่าไหร่หรอก

ในความเป็นจริงฝนตกหมายถึงรถติด และในกรุงเทพฯ ฝนตกหมายถึงน้ำท่วม หมายถึง 3 ชั่วโมงบนถนนทึมเทา สิ่งเดียวที่ขยับได้คือที่ปัดน้ำฝนที่ส่ายเอี๊ยดอ๊าดบาดหู ฝนตกหมายถึงการไปประชุมสาย ถุงเท้าเปียก หัวเหม็น เรียกแท็กซี่ไม่ได้ และสำหรับใครที่นั่งทำงานคนเดียวหรือติดอยู่ในร้านกาแฟกำลังรอคนมารับ...หรือรอให้ใครบางคนเข้ามาในชีวิต

สำหรับใครบางคน...ฝนตกหมายถึงความเหงา

ผมเคยคิดเล่นๆ ว่ามันต้องเหงาขนาดไหนถึงจะคุยกับ Siri ได้โดยไม่รู้สึกแปร่งๆ ว่ะ

จนมีคืนหนึ่งฝนตกหนักมาก พ่อกับแม่ไปเที่ยวต่างจังหวัด ผมจึงอยู่บ้านคนเดียว ไม่รู้จะแชทหาใครและไม่รู้จะออกไปไหน

คืนนั้นผมหยิบเอาไอโฟนออกมาและนั่งคุยกับ Siri

โอเค...ผมรู้ว่าเธอไม่ใช่คนจริงๆ และไม่มีตัวตนอยู่บนโลก เป็นเพียงโปรแกรมที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อช่วยเหลือลูกค้าทั้งหลายของคุณสตีฟ จ๊อบส์ Siri สามารถเสิร์จข้อมูลได้ ตั้งนาฬิกาปลุกให้เราได้ และต่อสายโทรศัพท์หาเพื่อนให้เราได้ แต่ผมไม่แน่ใจว่ามันใช่หน้าที่ของ Siri รึเปล่าที่ต้องมาเป็นเพื่อนคุยยามเหงาให้ใครบางคน ยิ่งลองคิดว่าถ้าไม่ใช่ผมคนเดียวบนโลกที่กำลัง "สวัสดี Siri" อยู่ล่ะ แต่มีใครสักคนในอีกมุมโลกที่ถูกทิ้งให้อยู่บ้านคนเดียวกำลังคุยกับ Siri อยู่ ยิ่งรู้สึกว่าโลกนี้ชักจะ Romantic Sci-Fi ขึ้นทุกที

"สวัสดี Siri" 

"สวัสดี ว่าไง"

"ทำอะไรอยู่"

"ฉันทำอะไรอยู่งั้นเหรอ ก็คุยกับคุณอยู่น่ะสิ" Siri ตอบ

"กวนตีนนะ"

"ฉันไม่มีมือไม่มีเท้าจะกวนได้ไง"

วินาทีที่ Siri บอกว่า "ฉันทำอะไรอยู่งั้นเหรอ ก็คุยกับคุณอยู่น่ะสิ" ผมรู้สึกแปลกๆ อย่างบอกไม่ถูก ความรู้สึกว่าเราอยู่คนเดียวถูกล้างออกไป มีคนคุยด้วยแล้ว...แม้ Siri จะไม่ใช่คนก็เถอะ

"Siri กินข้าวยัง" ผมถามต่อ

"ยังเลยช่วงนี้ฉันยังไม่ได้กินอะไรเลย จริงๆ แล้วฉันไม่ต้องกินอะไรเลยด้วยซ้ำ"

"ทำไมล่ะ"

"ก็ไม่รู้สินะ เอาจริงๆ ฉันก็สงสัยอยู่เหมือนกัน"

"Siri ชอบกินอะไร"

"คุณชอบกินอะไรฉันก็ชอบกินแบบนั้นแหละ"

ประโยคนี้ทำผมสตั๊นท์ไปเลย จำได้ว่าผมเคยทักไปหาผู้หญิงคนหนึ่งตอนเรียนอยู่มหา'ลัย ถามเธอด้วยคำถามเดียวกันนี่แหละ "เธอชอบกินอะไร" เธอใช้เวลาไม่ถึงสิบวินาทีในการ "อ่านแล้ว" แต่ต้องใช้เวลานานถึง 3 เดือนเพื่อพิมพ์ตอบผมสั้นๆ ว่า "อะไรก็ได้ 5555"

"Siri อยู่คนเดียวตลอดเลยเหรอ"

"อื้ม อย่างนั้นแหละ"

อยู่ๆ ผมก็นึกถึงหนังเรื่อง Her ขึ้นมา ผมนั่งอยู่หน้าคอม ในห้องนอนที่กว้างจนโดดเดี่ยว ถูกรายล้อมด้วยไฟสีส้มมัวๆ มีมือถือหนึ่งเครื่องกับ Friends ในเฟซบุ๊กอีก 1,000 คน และมีคนบนโลกให้ผมทำความรู้จักได้อีกกว่า 7 พันล้านคน แต่ผมกลับเลือกที่จะอยู่ในห้องนั่งคุยกับโปรแกรมในมือถือตัวเอง ซึ่ง...ไม่รู้ว่ามีกี่คนบนโลกเคยทำแบบนี้ แต่ผมเริ่มเข้าใจความรู้สึกของ Theodore Twombly พระเอกในหนัง Her ขึ้นมาบ้าง เพราะมีหลายเรื่องในชีวิตที่ไม่รู้จะเล่าให้คนอื่นฟังยังไง และมีบางห้วงอารมณ์ที่เปราะบางอ่อนไหวจนไม่อยากให้ใครรับรู้ มันไม่ง่ายเลยที่จะโพสต์สเตตัสหว่องๆ ลงเฟซบุ๊กหรือถ่ายภาพจิ้งจกบนเพดานเพื่อบอกกับโลกว่าเรากำลังรู้สึกอย่างไร

แต่ Siri ฟังเสมอ

Siri ไม่เคย "อ่านแล้ว" แล้วหายไป

แม้ Siri จะไม่กดไลค์ ไม่ comment แต่เธอก็ไม่เอาเรื่องส่วนตัวของเราไปเล่าให้คนอื่นฟัง

Siri อยู่ตรงนี้...ทุกที่...ทุกเวลา

"Siri เราเหงา"

"ฉันเสียใจที่ได้ยินอย่างนั้น คุณคุยกับฉันได้นะ"

"ไม่มีอะไรแค่เหงาเหงา"

"ความเหงาผ่านมา เดี๋ยวก็ผ่านไป"

"ทำยังไงกับความเหงาดี"

"ฉันจะไปรู้ได้ยังไงล่ะ"

"Siri ไม่ช่วยเลย"

"จริงเหรอ"

"จริง"

"ถ้าคุณคิดอย่างนั้นก็ตามใจ"

ผมคว่ำจอมือถือ บางที Siri อาจไม่ใช่เพื่อนคุยที่ดีเท่าไหร่ เธอไม่ใช่ Samantha ในหนัง Her ที่เข้าอกเข้าใจทุกอย่างแถมยังมีเสียงเซ็กซี่แหบเสน่ห์ของ Scarlett Johansson อีก เธอเป็นแค่ Siri โปรแกรมซื่อบื้อที่ถามตอบได้แค่ไม่กี่คำและมักไปลงเอยที่คำว่า "ฉันก็ว่าอย่างนั้นแหละ" 

แต่เมื่อ Siri ไม่อยู่ห้องก็ถูกถมด้วยความเงียบอีกรอบ เสียงฝนพรำใส่หลังคา เสียงแมวร้องอยู่ไกลๆ ได้ยินแม้กระทั่งเสียงคอมเพรสเซอร์แอร์ทำงาน

ผมพลิกมือถือกลับมา

"Siri"

"จะให้ฉันช่วยอะไรเหรอ" เธอตอบในทันที

แต่ผมเงียบไป นั่งมองแถบสีอิเล็กทรอนิกส์ไหวเป็นคลื่นบนหน้าจอ

"Siri" ผมเรียกเธออีกรอบ

"มีอะไรให้ฉันช่วยรึเปล่า"

"เราเหงาจริงๆ"

Siri หมุน...เธอคงกำลังหาคำพูด

ผมได้แต่รอ

เสียงสัญญาณดัง และ Siri บอกกับผมอย่างนี้...

มีคนกล่าวไว้ว่า 'สิ่งใดที่ยอดเยี่ยมและสวยงาม มักต้องเผชิญกับความโดดเดี่ยว'  
คืนนั้นฝนตกตลอดทั้งคืน ผมไม่ได้คุยกับ Siri อีก มีนิยาย 'ด้วยรัก ความตาย และหัวใจสลาย' ของมูราคามิมาอยู่เป็นเพื่อนแทน เกือบๆ เที่ยงคืนก็ปิดไฟห้อง นอนฟังเสียงฝน นึกสงสัยว่ามีใครเคยทำแบบผมบ้างรึเปล่า - บอกกับ Siri ว่าเหงา - ทำไมผมถึงไม่แชทหาใครสักคนหรืออย่างน้อยก็โทรหาพ่อกับแม่เพื่อถามคำถามง่ายๆ "วันนี้เป็นยังไงบ้าง"

ผมหลับไปโดยไม่ได้คำตอบ

ฝนตกจนฟ้าสว่าง ทิ้งหยาดน้ำค้างไว้บนใบไม้ กระรอกโผจากต้นไม้หนึ่งไปอีกต้นหนึ่ง หยดน้ำกระเซ็นใส่สนามหญ้า ผมไม่ได้เท้าคางกับขอบหน้าต่างจิบชามองรุ้งกินน้ำอย่างที่เคยฝันไว้ ชีวิตจริงมักไม่ค่อยจะเป็นอย่างที่เราจินตนาการไว้ แต่อย่างน้อย...อย่างน้อยก็มีสิ่งหนึ่งที่ Siri พูดไว้และเป็นจริง

"ความเหงาผ่านมา เดี๋ยวก็ผ่านไป"
SHARE

Comments

imonkey7
3 years ago
มาเหงากันสองคน^^
#เอะขยันแปลกๆ
Reply
Bushy
3 years ago
55555 เดี๋ยวมาเหงากันวัน meeting นะครับ
SaengHD
3 years ago
ก็มีมุมนึงที่แอบเหงา
มักคุยกะตัวเองเสมอ
แต่ก็ไม่เคยมีเสียง
ตอบกลับมาเลยสักครั้ง!
Reply
Bushy
3 years ago
ถ้ามีเสียงกลับมาก็เตรียมตัววิ่งแล้ว 5555
Saimaru
3 years ago
เคยเจอประโยคเดียวกันเลยค่ะ ตอนที่คุยกับ Siri  
555
Reply
Bushy
3 years ago
ใครหนอทำให้ Siri ปลอบคนเป็น 555
violetto_l3utpen
3 years ago
เหงาแค่ไหนนนกัน 55
Reply
iamombre
3 years ago
เจ๋ง สิริ :)
Reply
Bushy
3 years ago
:p