"ความบังเอิญที่มีอยู่จริง"
หนังสือมากมายรายล้อมตัวฉัน
ความสุขเกิดขึ้นได้ง่ายๆ
เพียงแค่ก้าวเท้าเข้ามาในร้านหนังสือ

"หนังสือ คือ เพื่อนที่ดีที่สุด 
ที่ทำให้ฉันไม่เคยเหงา"

ตัวอักษรที่ผ่านสู่สายตา รื่นเริง ระบำ
แย้มยิ้ม ยินดี เพียงแค่ฉันใช้สายตาสัมผัส

หนังสือมากมาย น่าอ่าน 
น่าโอบกอดเหลือเกิน

ฉันมาที่นี่บ่อยมาก
พนักงานร้านหนังสือแห่งนี้
ทักทายและยิ้มแย้มอย่างเป็นกันเอง
เขากล่าว "สวัสดี" ฉันเสมอ

บ่อยครั้ง, ที่การมาของฉัน
ไม่ได้ซื้อหนังสือกลับไป
แต่เขาก็ยังคงมอบรอยยิ้มฟรีๆ
และคำทักทายให้ฉันอย่างสม่ำเสมอ

ช่วงนี้มีหนังสือแนะนำมั้ยคะ?
ฉันยังคงถามคำถามซ้ำๆ
เดิมๆอยู่เสมอ

สายตาของเขาเบิกกว้าง 
กระตือรือล้น พร้อมที่จะเอ่ยบทสนทนาต่อ

การเล่าเรื่องและแนะนำหนังสือ
เสมือนโชว์ที่ เขาพร้อมจะแสดงอยู่ตลอดเวลา

ฉันชอบฟังเวลาเขาพูดเสมอ

การแนะนำหนังสือของเขา 
มาจากภายใน ที่ไร้การเติมแต่ง
เขาแสดงความคิดเห็นอย่างตรงไปตรงมา
ในแบบฉบับและตามความรู้สึกของเขา

ในวันนี้บทสนทนาของเรา
ฉันเอ่ยถึงหนังสือ
ถ้าโลกนี้ไม่มีแมวที่ซื้อไป 3 เล่ม
ฉันเปรยว่า.."เป็นหนังสือที่ดีมาก"

คำเปรยของฉันคงก้องดังเกินไป

อยู่ๆ หญิงสาวผมสั้น สวมแว่น 
ยืนอยู่ไม่ไกลนัก
ก็หันมาทักทายพวกเรา 

เขาหยิบหนังสือดังกล่าว
และพูดว่า เล่มนี้ใช่มั้ยคะ?

ฉันยิ้มกว้าง และตอบกลับว่า
"ใช่เลยค่ะ"

จากเดิม, 
ที่ฉันคุยกับพนักงานร้านหนังสือ
เพียงสองคน
ในตอนนี้-หญิงสาวคนนี้ก็ได้เข้ามาแจม
ร่วมวงสนทนาด้วยซะแล้ว

เรายืนคุยเรื่องหนังสือต่างๆ
ที่เคยได้อ่านสมัยเด็กๆจนเติบโต

เราต่างมีความสุขที่ได้พูดคุย แลกเปลี่ยน

เราต่างเสมือนเพื่อนเก่ามิตรสหาย
ที่ไม่จำเป็นต้องรู้ชื่อ

เวลาผ่านไปสักพัก, 
พนักงานร้านหนังสือขอตัวไปทำหน้าที่ต่อ

เหลือฉันและหญิงสาวแปลกหน้าไว้
พนักงานร้านหนังสือที่ขอตัว
คงดูทีท่าว่า
บทสนทนานี้จะจบได้ไม่ง่ายนัก

แล้วก็เป็นจริง,
เราใช้เวลามากกว่า 30 นาที พูดถึงแต่หนังสือ
อย่างสนุกสนาน

เมื่อเราต่างรู้ว่า ใช้เวลาตรงนี้นานนัก
เราจึงเตรียมกล่าวลากันและกัน

ก่อนแยกย้ายกันไป, 
ฉันเอ่ยปากขอไลน์หญิงสาวแปลกหน้า

เขายินดี
และส่งโทรศัพท์มือถือของเขา
โดยให้ฉันพิมพ์ไอดีไลน์

ฉันหยิบโทรศัพท์มือถือของฉัน
กดรับเขาเป็นเพื่อน

ตอนนี้เรากลายเป็นเพื่อนในไลน์กันแล้ว

รูปโปรไฟล์ของเขา เป็นรูปพระเยซู
ฉันเอ่ยปากถามเขาทันทีว่า
เธอนับถือศาสนาคริสต์หรือ?

เขาตอบว่า
"ใช่"

"ช่างบังเอิญจริงๆ เราก็นับถือคริสต์เหมือนกัน"
ฉันกล่าว

เขายิ้ม พร้อมถามฉันว่า
เธอรุ่นเดียวกันมั๊ย? เธออายุเท่าไหร่?

ฉันเอ่ยว่า
ฉันเกิดปี XX นี้

เขาตกใจ พร้อมพูดว่า
เราก็เกิดปีเดียวกัน!!

"โอ้ยยย บังเอิญจริงๆ"
ฉันเซอร์ไพรส์ แล้วถามเขาต่อว่า
แล้วเดือนล่ะ??

เขาตอบช้านิดนึง 
และฉันก็ต้องทำหน้าตกใจอีกครั้ง
ที่เราสองคน บังเอิญเกิดเดือนเดียวกัน

คงจะยากนักที่คนไม่รู้จักกัน
มาเจอกันที่ร้านหนังสือ
และเขาทั้งสอง 
เกิดปีเดียวกัน
เดือนเดียวกัน
และสุดท้าย

เมื่อเราต่างฝ่ายต่างงัดบัตรประชาชน
ของกันและกันออกมา
เราต่างต้องตะลึง
เมื่อเราเห็น
 " ความบังเอิญที่มีอยู่จริง!!! "

เราเดินออกจากร้านหนังสือ
เพื่อไปทานไอศครีมกัน

คำพูดของฉันก่อนหน้าที่ว่า
หากเราเกิด วัน , เดือน , ปีเกิด เดียวกัน

เราจะไปฉลองด้วยการไปกินไอติมกันเลย!!

และแล้ว..คำพูดนั้นก็กลายเป็นจริง!!

ที่ร้านไอศครีม, 
เรานั่งมองหน้ากัน
พูดคุย ถามไถ่เรื่องทั่วๆไป

เราแลกเปลี่ยนกันทั้งเรื่อง 
ความเป็นอยู่ , หน้าที่การงาน , 
ความรักและงานอดิเรก

ไอศครีมละลายลงปากด้วยความเอร็ดอร่อย
เราต่าง "งุนงง"
และ ค้นพบว่า

"ความบังเอิญนั้น มีอยู่จริง"
SHARE
Writer
Mediary
me+diary
ฉันรักที่จะเขียน ฉันรักที่จะอ่าน ฉันสะสมเรื่องราวที่ผ่านๆ ด้วยการบอกเล่าเป็นไดอารี่ถึงเธอ.. Facebook: mediary555

Comments

MAYNAGA
4 years ago
อ่านแล้วยิ้มและอึ้งแทนเลยค่ะบังเอิญมากจริงๆ :)
Reply
Mediary
4 years ago
มันอึ้งมากๆๆๆๆ เลยค่ะ คนแปลกหน้าที่มาเจอกัน เราเกิดวันเดือนปี เดียวกัน 😃