สัมผัสของปัจจุบัน
คำปลอบใจที่มักจะได้รับเมื่อผิดหวังมาซ้ำแล้วซ้ำเล่าแล้วต้องเริ่มต้นความสัมพันธ์ใหม่ คือ 'อย่าเอาอดีต มาตัดสินปัจจุบัน'

ส่วนตัวก็มักจะรับประโยคนี้ไว้พิจารณาเหมือนไม่รู้จักเข็ด เคยคิดว่าตัวเองเป็นคนมองโลกในแง่ร้าย แต่เป็นว่าส่วนผสมของการมองโลกในแง่ดีมันเจืออยู่มากกว่าที่คิด ใส ไม่มีกลิ่น หาตัวไม่เจอ เนียนเลย ฮ่าๆ เหมือน Angel ของตัวเองแอบมากระซิบข้างหูโดยไม่ให้ Devil รู้ตัว

ทั้งนี้ทั้งนั้น ก็ยังเป็นคนมองโลกในแง่ร้ายอยู่ดี เพราะหลังจากรับความสัมพันธ์นั้นมาถือแล้ว ก็คิดมากไปต่างๆนานา จับ 'อดีต' มาเชื่อมโยงกับความเป็นไปได้ใน 'อนาคต' และข้ามหน้าข้ามตา 'ปัจจุบัน' ไปเสมอ เช่น ถ้าเกิดมันไม่เวิร์คล่ะ? ถ้าคนนี้เป็นเหมือนคนก่อนหน้านี้ล่ะ? 

ภูมิคุ้มกันที่มากไปบางทีก็ย้อนกลับมาทำร้ายตัวเองนะ พยายามเดินสายกลางเท่าไหร่ก็ทำไม่ได้ สุดท้ายใจคนเรามันต้องเข้าข้างใดข้างหนึ่งมากกว่า บางทีมากจนถึงขนาดว่าเรากำลังคิดข้ามขั้นไปหรือเปล่า เราลืมปัจจุบันที่มันดีอยู่ สิ่งที่อยู่ตรงหน้า ให้ความสำคัญกับสิ่งที่ผ่านมาแล้วกับอนาคตที่ทำนายไม่ได้ นี่เป็นสิ่งที่เพิ่งมาเช็คดูตัวเองเร็วๆนี้ พอคิดย้อนกับไปก็พบว่าเราทำแบบนี้บ่อยเหมือนกัน

ยกตัวอย่างจากตัวเองง่ายๆ คือ เป็นผู้หญิงงี่เง่า : ไม่ไว้ใจ ตีโพยตีพาย รอไม่ได้ ทั้งๆที่อีกคนยังไมาได้ทำอะไรเลย เค้าแค่ทำอย่างอื่นอยู่แล้วพักเรื่องเราไว้ข้างตัว ไม่ได้ห่างหายอะไรเลย มันคือความผิดหวังจากความคาดหวังของผู้หญิงงี่เง่าล้วนๆ 

เราเอาอดีตที่ไม่ดี มาตัดสินอนาคตว่ามันจะไม่ดี และลืมตัวแปรที่สำคัญที่สุดคือปัจจุบันที่มันดี วิธีคิดแบบนี้ทำร้ายใจเรา ทำร้ายใจเค้า ทำร้ายปัจจุบันของเราบ่อยๆ

ทุกวันนี้ก็ยังเป็นอยู่บ้างนะ แต่ความคิดก็โตขึ้นเยอะ ควบคุมอารมณ์และตั้งคำถามกับตัวเองบ่อยขึ้น มองให้กว้างมากขึ้น พยายามหาสัมผัสที่จับต้องได้ของปัจจุบันมาเรียกสติกลับมา แต่ละคนคงมีสัมผัสนั้นที่ต่างกัน

สำหรับเรา...เราชอบการจับมือ สัมผัสนั้นคือสัมผัสของปัจจุบันสำหรับเราเอง
มือคู่นึงที่มาสัมผัสกันช่วยยืนยันความเป็นจริงตรงนั้น 

อือ เธอยังอยู่ตรงนี้นะ และบรรยากาศที่ดีแบบนี้ไม่ควรเอาความคิดฟุ้งๆมาทำลายลงไปจริงๆจนกว่ามันจะมีสถานการณ์ที่พิสูจน์ได้ว่ามันแย่ พักการมองโลกในแง่ร้ายไว้ใกล้ๆ ให้การมองโลกในแง่ดีได้ทำงานและรู้สึกมีความสุขเต็มที่กับมัน เรียกว่าได้สูดอากาศดีๆไว้เต็มปอดสักครั้ง  

นอกจากชอบจับมือคนข้างๆ ยังชอบจับมือตัวเองบ่อยๆเวลารู้สึก insecure ใช้ความคิด ตัดสินใจ ลังเล มือสองข้างของตัวเองประสานกันให้รู้ตัวว่าเรายังหายใจ มีความรู้สึก มีแรงที่จะก้าวไปข้างหน้านะ ถ้าวันนึงไม่มีแรงจะเอามือมาสัมผัสกันให้แน่นได้ แปลว่าต้องซ่อมแซมอะไรบางอย่างแล้ว ไม่ร่างกายก็ใจเรา 

ณ ขณะนี้ยังคิดสัมผัสของปัจจุบันได้แค่วิธีนี้ แต่ก็ค้นหาสัมผัสอื่นๆเพื่อใช้กับด้านอื่นๆของตัวเองอีก เช่น เวลาทำงาน การต้องโฟกัสกับงานตรงหน้าไม่ให้ใจลอย อะไรพวกนี้ 

สักวันหนึ่งสัมผัสของปัจจุบันอาจจะใช้ไม่ได้อีกต่อไปก็ได้ แต่นั่นแหละ ยังชอบการจับมือเธอ และเธอก็ไม่ได้ขัดข้องอะไร นั่นมันก็ดีแล้ว ค่อยคิดมากวันหลังละกัน เมื่อได้ที่พักที่พออบอุ่นแล้ว ก็อยากอยู่ด้วยนานๆ :)
SHARE
Writer
noonpavinee
Troublemaker
Corgi of Storylog

Comments

khaikung
3 years ago
เบื่อพวกอินเลิฟ ยี้
Reply
Deux
3 years ago
องุ่นเปรี้ยวซักพวงมั้ยครับ ไข่คุง
noonpavinee
3 years ago
หยั่มมาไข่คุง อย่าให้เม้า
Lamaai
3 years ago
ขอยืนอยู่เป็นพยานรักให้เพื่อนๆ
mmorkkkk
3 years ago
แรงบันดาลใจในการมองโลกในแง่ดีของเรา :-)
Reply
noonpavinee
3 years ago
:)

Lamaai
3 years ago
เปิดทิ้งไว้หนึ่งอาทิตย์ ในที่สุดก็ได้อ่าน
Reply