โลกนี้ เสื่อมลง หรือดีขึ้น
ทุกวันนี้ ผมเห็นหลายๆอย่าง หลายกระแส 
ถ้าหากดูในข่าวหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์  สื่อสังคมออนไลน์แล้ว มีแต่ข่าวความเสื่อมทรามของสังคม อาชญากรรม คดีทำร้ายสัตว์ หมา แมว เด็กเล็ก ทำร้ายร่างกาย คนดีไม่ได้รับความยุติธรรม ตำรวจประพฤติไม่ชอบในหน้าที่ ฯลฯ เมื่อได้รับ feeds ข้อมูลเหล่านี้มากๆแล้ว ก็ทำให้เครียด หรือจิตตกได้เหมือนกัน

แต่รู้แล้ว ก็ไม่ได้ทำให้เกิดอะไรขึ้นกับชีวิต
ในขณะที่ feed Facebook ของคนอีกกลุ่มหนึ่ง มีแต่ความงดงามในชีิวิต การได้อยู่กับคนในครอบครัว มีลูก มีสัตว์เลี้ยง กินดื่ม อย่างมีความสุข  มีรายได้จากกระแสเงินสดมากพอ  ทำให้สามารถ ทำอะไรก็ได้ แม้แต่ไปการบริจาคเงินช่วยเหลือ ผู้ยากไร้ เข้าทางจิตวิญญาณ นั่งสมาธิ ออกกำลังกาย ฝึกโยคะ ทำให้สมดุลย์ชีวิตเพิ่มขึ้น ทั้ง เงินทอง สุขภาพ และครอบครัว และมีอิสรภาพ

ทำให้รู้สึกตระหนักว่า  บางทีการที่มองโลกนั้น กำลังเสื่อม หรือ โลกนั้นอุดมสมบูรณ์อยู่แล้ว หรือ โลกนี้ กำลังไปในทางที่ดี ก็อยู่ที่ว่าเรามองจากมุมไหนมากกว่า
เพราะสรรพสิ่ง มีเกิดขึ้น ตั้งอยู่ และ ดับไป และ ก่อกำเนิดใหม่อีกครั้ง 

โลกไม่ได้เป็น เส้นตรง(Linear) ไม่ได้อยู่ในรูปแบบความชัน หรือ กราฟระฆังคว่ำ แต่โลกเป็นวัฏจักร  เป็นเช่นนี้มาแล้ว หลายกัปป์ หลาย อสงไขย   

วันนึงที่สังคมเสื่อมทราม ความชั่วร้ายจะประหัดประหารกันเอง และความดีก็จะกลับมา ศีลธรรมกลับมา ความสมบูรณ์ก็จะกลับมา

เหตุนี้กระมัง ที่ พุทธศาสนา ใช้ดอกบัวเป็นสัญลักษณ์ เพราะ ดอกบัว สามารถกำเนิดจากโคลนตมได้ และเมื่อเบ่งบานเต็มที่แล้ว ก็มีวันที่เหี่ยวแห้ง และกลับสู่โคลนตม และ บัวรุ่นต่อไปก็อาศัยโคลนตม ก่อกำเนิดใหม่อีกครั้ง   
"ดอกบัว" จึงเป็น สัญลักษณ์แห่งวัฏฏะสงสารนี่เอง

เมื่อเรามีความคิดว่า โลกนี้สมบูรณ์พร้อมอยู่แล้ว รอแต่คนออกจากบ้าน หรือ ที่อยู่อาศัย ไขว่คว้าโอกาส หรือ ช่องทางที่มีอยู่  , รอการใช้เครื่องมือ จากความเชื่อ และศรัทธา จากผู้ที่มาพบโอกาสเข้าเท่านั้นเอง  

ก็คงคล้ายๆกับคำสอนของคริสต์ มักสอนว่า 'พระเจ้าโปรยอาหารเอาไว้แล้วทุกหนทุกแห่ง  รอแต่เหล่านกทั้งหลาย ออกมาหาอาหารเท่านั้น'  

เพราะมนุษย์มีความ ปรารถนาที่เป็นอิสระอยู่ในตัว ตามกฏแห่ง กรรม วิบาก อยู่แล้ว หาได้ถูกกำหนดโดยดวงชะตา หรือ พระพรหมลิขิต  มนุษย์มี Free Will อยู่แล้ว หากแต่จะไปทางที่ดี หรือ ไม่ดี   ไปในทางชั่ว หรือ ดี (โดยมีตัวมนุษย์เองที่เป็นบรรทัดฐาน)

เราสามารถ 'เลือกมอง' จะเป็นอย่างไรก็ได้
ฝนตก เราเลือกจะกางร่มได้ หรือ บ่น ก่น ด่า ฟ้า ฝน ความชื้น ก็ย่อมทำได้

ดังนั้น ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ขอให้มี ศรัทธา สติ สมาธิ ความอุตสาหะ และ ปัญญา  ที่มั่นคง แน่นอนตามแผนงานชีวิต โดยไม่สนใจเสียงชาวบ้าน ก็เพียงพอแล้ว
หากคิดว่ายังหาไม่เจอ ก็ขอเพียงมีศรัทธา  เราเป็นได้ทุกอย่าง เรามีศักยภาพที่เท่าเทียม พระเจ้า หรือ เทียบเท่ากับจักรวาล จะนิยามใดก็แล้วแต่
ดังที่คนอินเดีย มักกล่าวคำทักทายต่อกันว่า 'นมัสเต' สวัสดี พระเจ้าในตัวเธอ 
เพราะเราทุกคน มีความดีในตัว ที่เทียบเคียงพระเจ้า(จะในฐานะนามธรรม หรือจะเรียก Super Natural อะไรก็ตามแต่)
เราทุกคนสามารถเป็นได้หมด เพราะ จักรวาลจะจัดสรรเองจากการกระทำ ตามกฏแห่งการกระทำ
One is All and All is One
หนึ่งคือทุกสิ่ง ทุกสิ่งคือหนึ่งเดียว
เราคือ พระเจ้า พระเจ้าคือเรา 

คุณพร้อมแล้วหรือยัง ที่จะสร้างโลกของตัวเองขึ้นมา
SHARE
Writer
ultimaguru
Inspireations man
nothing to interested in me , just read my log

Comments

ลองอ่าน ปรัชญาแห่งความไร้เหตุผล ของกามูส์ดูสิครับ
แล้วคุณจะไม่เหนื่อยต่อการพิจารณาภาวะรอบตัว
Reply