บันทึกรีวิวหนัง : Snap แค่ได้คิดถึง
เรามารีวิว... 'Snap แค่ได้คิดถึง'
ในวันที่ความรู้สึกยังสดใหม่กันดีกว่า

เนื้อเรื่องเล่าถึง ผึ้ง หญิงสาววัย 26 ที่เดินทางกลับไปร่วมงานแต่งของเพื่อนที่โรงเรียนมัธยมที่เธอเคยเรียน แต่ต้องย้ายบ้านเข้ากรุงเทพก่อนจบ ม.6 เนื่องจากพ่อได้เลื่อนตำแหน่งในเหตุการณ์รัฐประหารเมื่อ 8 ปีก่อน

ก่อนที่จะย้ายมา ผึ้งกับบอยได้สัญญากันว่า บอยจะถ่ายรูปผึ้งเอาไว้สำหรับลงหนังสือรุ่น แรกกับการที่ผึ้งต้องเปิดเพลงเสียงตามสายเพลงหนึ่งให้เขา

แต่แล้วบอยก็ไม่มาตามนัด ผึ้งต้องย้ายเข้ากรุงเทพ โดยที่ไม่มีรูปในหนังสือรุ่น และการกลับมาที่ชลบุรี 8 ปีหลังจากนั้น ก็ทำให้ผึ้งได้พบกับบอยอีกครั้ง เธอจึงทวงถามถึงคำสัญญาในวันนั้น

เพราะอะไร บอยถึงไม่รักษาสัญญา?...

เพิ่งดูจบสดๆ ร้อนๆ ค่ะ จากที่อ่านรีวิวมาก่อนดู คิดว่าต้องร้องไห้แน่ๆ ดราม่าแน่ๆ ดูจบแล้วปรากฏว่าไม่เลยค่ะ แต่ได้อารมณ์หน่วงมาแทน ไม่ได้เจ็บแปลบ แต่แค่หน่วงๆ ปวดหนึบๆ

ตัวหนังไม่ได้ทำให้รู้สึกเหมือนถามคนที่ชอบว่า "เธอชอบเราไหม" แล้วถูกปฏิเสธ แต่หนังให้อารมณ์ เหมือนถามคนที่เคยชอบว่า "เมื่อตอนนั้น เธอชอบเราไหม" แล้วได้คำตอบกลับมาว่า "ตอนนั้นเคยชอบนะ แต่ตอนนี้มันเป็นไปไม่ได้แล้ว"

Snap ไม่ใช่หนังรักโรแมนติก จบ Happy ending แต่เป็นหนังที่เล่นกับความทรงจำได้อย่างมีศิลปะ

สำหรับวิธีการเล่าเรื่อง อาจจะไม่ได้ฉะฉาน มีความเป็นตัวละครชัดเจนเหมือนที่แฟนนิยายคุ้นเคยกัน แต่ Snap มันมีความเรียล ที่ไม่ต้องใช้คำพูด ไม่ต้องใช้สายตา แค่ใช้ความรู้สึกและความเงียบก็สื่ออารมณ์ออกมาได้อย่างน่าอัศจรรย์

(ต่อจากนี้อาจมี spoil)

ดูจบแล้วสงสารนางเอกมาก ความรักที่เธอมีกับแฟนคนปัจจุบัน ที่ดูเพียบพร้อมเหมาะสม แต่ในความเป็นจริงแล้ว เขาไม่เคยเข้าใจความต้องการของเธอเลย ในขณะที่คนรักเก่าอย่างบอย ก็เลือกที่จะเก็บทุกอย่างไว้แค่ในความทรงจำ ไม่ยอมสานต่อ

ปมแรก คือการที่ผึ้งมาที่โรงเรียนเก่า เพื่อตามหาม้านั่งตัวหนึ่ง จนกระทั่งตามมาถึงชั้นดาดฟ้าและเจอกับบอย ทั้งคู่พูดคุยกัน เรื่องเพลงของญารินดา ที่บอยบอกว่าเขาจำชื่อเพลงไม่ได้แล้ว โดยที่ผึ้งไม่ทันสังเกตเลยว่ามือของบอยปิดอะไรบางอย่างอยู่

หนังเพิ่งมาเฉลยตอนจบนี่เอง ว่ามันคือรูปการ์ตูนแทนตัวผึ้ง พร้อมกับชื่อเพลง 'แค่ได้คิดถึง' ซึ่งเป็นสิ่งที่บอยใช้ลิควิคเขียนไว้เมื่อ 8 ปีก่อน และผึ้งก็จำได้ และพยายามตามหามัน แต่บอยกลับใช้มือของเขาปิดมันไว้ ไม่ให้เธอเห็น เพราะไม่อยากรื้อฟื้นอดีตขึ้นมา ในวันที่ทั้งเขาและเธอเดินกันคนละเส้นทาง และต่างก็มีคนของตัวเองอยู่แล้ว

แต่สุดท้าย แล้วบอยก็ไม่อาจหนีความรู้สึกของตัวเองได้ตลอดรอดฝั่ง ทั้งคู่จึงนัดกันมาที่อควาเรียม เพื่อตามหาปลาในบ่อน้ำของโรงเรียน ที่เคยเลี้ยงด้วยกันเมื่อ 8 ปีก่อน

ปลาน้ำจืดในตู้ปลาน้ำเค็ม ผึ้งดีใจที่ได้เจอมันจนลืมความจริงข้อนี้ไป ก่อนหน้านี้ที่ผึ้งเฝ้าถามบอยถึงเรื่องเมื่อ 8 ปีก่อน แต่บอยกลับเอาแต่หลบเลี่ยง จนสุดท้ายผึ้งก็พูดออกมาว่า '8 ปี แต่เหมือนไม่มีอะไรเปลี่ยนไปไหนเลย ทั้งที่มันควรจะไปได้ไกลกว่านี้'

เอาจริงๆ แล้ว 8 ปีที่ผ่านมา ทั้งผึ้งและบอยต่างก็ไปได้ไกลในเส้นทางของตัวเองแล้วแหละ เพียงแต่ผึ้งยังคงยึดติดกับเรื่องที่ยังค้างคาใจในอดีต ทำให้เธอคิดแบบนั้น เช่นเดียวกับเรื่องปลา ที่ผึ้งยังคงยึดติดว่ามันยังมีอยู่ ทั้งที่ในความจริง ทั้งเขาและเธอต่างก็จำหน้าตาของปลาตัวนั้นไม่ได้แล้ว ผึ้งยังคงเลี้ยงปลา เพราะมันเคยเป็นสัญลักษณ์แทนคำว่า 'เรา' ของเธอกับบอย เช่นเดียวกับที่ผนังห้องของบอยมีรูปวาดลายเส้นรูปปลาอยู่

มันเป็นความทรงจำที่เลือนรางไปตามกาลเวลา
แต่ก็มีความหมาย มีคุณค่า จนไม่อาจลืมมันได้ทั้งหมด
เช่นเดียวกับความรู้สึกของรักแรก

ในตอนท้ายเรื่อง หลังจากที่พ่อของบอยตาย แล้วบอยตัดสินใจพาแฟนกลับมาอยู่กับแม่ที่ชลบุรี บอยดูรูปพ่อที่ถ่ายเอาไว้ แล้วรำพันออกมาว่า ถ้าหากตอนนั้นไม่เร่งให้พ่อขี่มอเตอร์ไซค์ไปส่ง เพื่อให้ทันถ่ายรูปผึ้ง อุบัติเหตุก็คงไม่เกิด และพ่อก็คงไม่เจ็บออดๆ แอดๆ จนต้องจากไปเร็วขนาดนี้

ทั้งที่ไม่อยากคิดถึงแล้ว แต่มันก็คิดขึ้นมาอีกจนได้...

บอยไม่ยอมบอกเหตุผลที่ไม่ไปถ่ายรูปให้ผึ้ง เพราะประสบอุบัติเหตุ เช่นเดียวกับที่ไม่ยอมบอกเรื่องม้านั่ง ชื่อเพลงที่เขาเองยังคงจำได้ และปลาในอคาเรียม อาจไม่ใช่ว่าบอยยังคงรักผึ้งอยู่ แต่เป็นเพราะบอยรู้ว่า ทั้งเขาและเธออยู่ในเส้นทางที่แตกต่าง และเป็นเส้นทางที่ไม่อาจกลับมาบรรจบกันได้อีกแล้ว จึงเลือกที่จะให้ความทรงจำมันตกตะกอนนิ่งๆ อยู่ในหัวใจแบบนั้น ไม่มีประโยชน์อีกแล้วที่จะรื้อฟื้นมันขึ้นมา

ในตอนจบ สุดท้ายแล้วทั้งผึ้งและบอยต่างก็ต้องเดินต่อไปในเส้นทางของตัวเอง เหลือไว้เพียงความทรงจำเอาไว้ 'แค่ได้คิดถึง'...

ดูจบแล้วหน่วงมากค่ะ ใช้พลังงานไปกับการตีความสัญลักษณ์เยอะมาก ซึ่งมีบางช่วงบางตอนที่พาดพิงถึงการรัฐประหารที่เวียนมา 8 ปีครั้งด้วย ประโยคที่ผึ้งพูดว่า 8ปี มันควรจะไปได้ไกลกว่านี้ จริงๆ ผึ้งอาจจะเบื่อกับชีวิตที่มีพ่อและแฟนเป็นทหาร ที่แม้ว่าจะดีแค่ไหน แต่บางครั้งการใช้ความคิดที่เป็นเผด็จการตัดสินใจ โดยไม่สนใจความคิดของเธอเลย ก็ทำให้เธอรู้สึกอึดอัด พอมาเจอกับบอย ผู้ที่มีอิสระเสรีทางการใช้ชีวิตเต็มเปี่ยม ผึ้งก็อดรู้สึกเสียดายวันเวลาเก่าๆ ไม่ได้

หน่วงมาก เรื่องนี้มันมากกว่ารักหรือไม่รัก ดูจนจบ วิเคราะห์มายาวขนาดนี้ แต่ถ้าให้ตอบว่าผึ้งกับบอยยังรักกันอยู่ไหม ก็คงตอบไม่ได้ เพราะ Snap ไม่ใช่หนังรัก แต่เป็นหนังความทรงจำ

สรุปว่า ทั้งผึ้งและบอยยังคงคิดถึงกันอยู่ จบแบบนี้ดีกว่าเนอะ ^^
SHARE

Comments