เชียงใหม่ กับการเดินทางในความเจ็บปวดครั้งสุดท้าย

Ain't no sunshine when she's gone

It's not warm when she's away.

Ain't no sunshine when she's gone

And she's always gone too long

Anytime she goes away.

เสียงเพลงจากหนังรัก 3 เส้า เรื่องโปรดเรื่องหนึ่งของผมลอยเคล้ามากับบรรยากาศในบาร์แห่งหนึ่งริมคูเมืองเชียงใหม่ ดีเจเปิดได้ถูกจังหวะและถูกเวลาพอดีกับอารมณ์ของผมในตอนนี้ ภาพในหนังตอนที่พระเอกถือช่อดอกไม้มาหานางเอกที่โรงแรมด้วยหน้าตาที่สดชื่น แล้วเจอแฟนหนุ่มเธอเปิดประตูห้องออกมารับ ทึกทักเอาว่าเขาเป็นบ๋อยประจำโรงแรม เลยถูกสั่งให้เก็บจานชามอาหารที่กินเสร็จแล้วกลับไปแทน

จานชามที่กินเสร็จแล้ว ผู้กำกับสื่อความหมายของความเจ็บปวดตอนนี้ได้กินใจมาก พระเอก ในขณะที่กำลังมึนงง แต่หัวใจแตกเป็นเสี่ยงๆไปแล้ว เดินก้มหน้าเก็บจานกองนั้นออกไปโดยดี ในอารมณ์ของผู้แพ้ ที่แม้แต่น้ำตา ยังไม่มีจะไหลออกมา

ผมนั่งจ้องแก้วเหล้าที่อยู่ในมือ จนไม่รู้ว่าเวลานั้นผ่านไปนานแค่ไหน นั่งย่อยความคิดกับหนังสือที่เพิ่งอ่านจบไปหมาดๆ หนังสือที่เล่าเรื่องของผู้หญิงคนหนึ่ง ที่เบื่อชีวิตอันแสนเพอร์เฟค สามีที่สุดแสนจะยอดเยี่ยม ขับเคลื่อนโดยฮอร์โมนที่พลุ่งพล่านภายในจนแอบไปนอนกับผู้ชายอีกคน

Adultery เรื่องสั้นชื่อดังของ Pablo Coelho นักเขียนที่ผมได้รู้จักเพราะเธอ ชื่อหนังสือมันช่างสะดุดตาและส่งเสียงยั่วยวนตั้งแต่ครั้งแรกที่ผมได้เฉียดเข้าไปใกล้มัน ผมคิดอยู่นานกว่าจะหยิบมันขึ้นมาเปิดอ่าน จนในที่สุด ผมก็ออกมาจากร้านหนังสือโดยไม่มีมันไม่ได้ ผมพลิกอ่านมันไปเรื่อยๆอย่างบรรจง หน้าต่อหน้า ผมพยายามทำความเข้าใจกับเรื่องราวที่เกิดขึ้น ผมอยากเข้าใจโครงสร้างทางความคิดของเธอ บางมุมของผู้หญิงที่ผู้ชายปกติอย่างเราไม่มีทางเข้าใจได้

“ดูน่าสนใจนะคะ อ่านอะไรอยู่” เสียงหวานๆทักผมจากด้านหลังจากเจ้าของเสียงสาวผมสั้น หน้าตาสวยหวานผิวเหลืองแบบสาวภาคกลาง เวลาเธอยิ้มหน้าตาเธอช่างคล้ายกับน้องป๊อปอารียา ดาราไทยไม่กี่คนที่ผมรู้จัก ส่วนโค้งเว้าที่กลมกลึงได้รูป เธอเป็นผู้หญิงที่สวยทีเดียว แววตาที่สดใสและบุคลิกที่มีชีวิตชีวาของเธอทำให้บรรยากาศในค่ำคืนนี้ คลายความเศร้าลงไปได้บ้าง

Food Mahal บาร์นี้เป็นของเธอ บาร์อาหารอินเดีย อาหารโปรดของเธอคนนั้น ผ้าปูโต๊ะสีแดงตามที่ผมเห็นในรูปที่เธอเคยโชร์ในเฟสเมื่อครั้งล่าสุดที่เธอกลับมาเชียงใหม่ ร้านประจำที่เธอกับเขาพากันมาทานด้วยกันบ่อยๆ จนเป็นที่รู้กันทั้งเชียงใหม่ ว่าเธอเป็นเด็กใคร ร้านแต่งแบบดูเป็นกันเอง เจ้าของร้านนิสัยดี อัธยาศัยน่ารัก บรรยากาศให้ความรู้สึกสบายใจที่สุดเวลามานั่งจิบมาร์การิต้าที่หน้าบาร์

“ ผมไปเจอ Robin มาแล้ว” ผมเล่าให้เธอฟัง เธอทำท่าตกใจ ไม่คิดว่าผมจะกล้าไปหาเขาถึงที่นั่น

“ เสียใจด้วยนะ คนในเชียงใหม่ใครๆก็รู้ ว่าเค้าสองคนเป็นแฟนกัน” เสียงเธอพึมพัมออกมาอย่างแผ่วเบาราวกับระวังไม่ให้กระทบหัวใจที่แตกร้าวไปแล้วให้แหลกมากขึ้นไปอีก “ตอนที่เห็นคุณกับเธอที่กรุงเทพฯ เราได้แต่ภาวนาว่า ขออย่าให้จบกันแบบไม่สวยเลย” เธอ ผู้รู้เรื่องทั้งหมดเป็นอย่างดี จริงๆแล้วผมรู้จักเธอมานานแล้ว ผมเคยเล่าให้เธอฟังว่ามีแฟนอยู่ที่เชียงใหม่ ซึ่งเธอทั้งสองก็รู้จักกันดี แต่เรื่องที่เธอคนนั้นคบกับใครอื่นอีกที่นี่ เธอไม่กล้าเล่าให้ผมรับรู้ เธอคงเห็นว่าผมกำลังตกหลุมรักอย่างหน้ามืดตามัวกระมัง

“ทำใจเถอะนะ เธอกับคุณไม่เหมาะกันเลยซักนิด” เธอพยายามปลอบใจผม ด้วยเหตุผลที่คนส่วนใหญ่ชอบใช้กัน

“สองคนนั่นเค้าทะเลาะกันบ่อย Robin ก็ผู้หญิงเยอะ คิมก็วิ่งตามจับได้บ้างไม่ได้บ้างบ่อยๆ ก็เข้าใจนะ ที่เธอจะมองหาคนใหม่มาแทนเค้า แต่ไม่เข้าใจ คบๆเลิกๆกันอยู่นั่น แล้วลากคุณเข้ามาในเรื่องแบบนี้ด้วย” เธอบอกผมด้วยน้ำเสียงปลงๆกับเรื่องราวที่เกิดขึ้นคนสองคน

เกมส์ความรักของคนสองคน ที่ผมดันหลุดเข้ามาเป็นตุ๊กตาตัวหนึ่ง ที่เธอเอาไว้สร้างความตื่นเต้นในชีวิตคู่และใช้เรียกร้องความสนใจจากเขา

“แล้วอีกอย่าง คุณน่าจะเป็นแนวผู้ชายที่เธอรู้สึกว่าควบคุมได้ยาก คุณคงมีผู้หญิงมาจีบเยอะ และเธอคงคิดว่าจะคุมเกมส์ไม่ได้ ก็เลยกลับไปคุมคนที่เป็นของตายดีกว่า ของเดิมคุมง่ายกว่าของใหม่น่ะ” บทสรุปสุดท้ายจากคนที่รู้จักเธอดี ตอกตะปูฝาโลงของความสัมพันธ์นี้ได้อย่างชัดเจนที่สุดแล้ว

“ไม่เป็นไรหรอก เค้าคู่กัน ยังไงคงหนีกันไม่พ้น ผมซะอีก มีกรรม พระเจ้าของเค้าคงเอาผมมาให้เธอไว้ใช้แก้ขัด เพื่อที่เค้าสองคนจะรักกันได้แนบแน่นยิ่งขึ้น” คำพูดที่ออกมาจากสภาพของคนที่ตอนนี้เหมือนกับคนที่เหนื่อยล้าจากการเดินทางมาเป็นปีๆ ไม่มีแม้แต่กำลังจะพูดอะไรออกมายาวๆ

ผมมองไปรอบๆร้านพร้อมกับภาพที่คาอยู่ในหัว เธอกับเขาที่นี่ ครั้งที่แล้วเธอขึ้นมาเชียงใหม่เธอก็แวะมาทานที่นี่ แต่ก็ไม่ได้เล่าอะไรไปมากกว่านั้น ในหัวตอนนี้นึกถึงคำของเพื่อนคนหนึ่งที่เคยบอกว่า Everything happens for a reason….

Or for a shit reason.. ผมคิด

“ผมว่าพระเจ้าบางทีใจร้ายไปนะ มาเอาผมเป็นพาน ใส่เธอถวายให้เขาแบบนี้” ผมหัวเราะในคอเบาๆ พร้อมกับกระดกเหล้าที่เหลือลงไปในคอ “ตลกร้ายของชีวิต ที่บังเอิญ ตัวตลกเอกคือผมนี่เอง” ผมบ่นให้เธอฟังต่อไปเรื่อยๆ

ความรักไม่ควรถูกใช้เพื่อเป็นข้ออ้างในการเห็นแก่ตัว
ถ้าเราใช้ชีวิตกระทบคนอื่น โดยอ้างว่าเป็นความรัก โลกก็จะวุ่นวาย

คำพูดประโยคที่เธอบ่นพึมพำให้ได้ยินบ่อยๆ ณ เวลานี้ผมเข้าใจแล้วว่าเธอหมายถึงใคร ผมกำลังหัวเราะให้กับเรื่องราวที่ผ่านไป นี่ถ้าผมไม่มาสืบเรื่องราวด้วยตัวเองที่นี่ ผมคงนั่งพร่ำเพ้อถึงเธอคนที่แสนดีไปต่ออีกหลายเดือน ภาพเหตุการณ์ต่างๆในอดีต ที่ไหลผ่านเข้ามาในหัวพร้อมเหตุผลอธิบาย เธอพุ่งไปหาเขาตั้งแต่ที่เรากลับมาจากอินเดีย อาการเย็นชาของเธอ แววตาเฉยเมยเวลาที่ผมบอกรักเธอ รอยสักอันแรกในชีวิตที่เป็นของขวัญวันเกิดจากเขา โดยมีเขานั่งกุมมืออยู่ข้างๆที่ร้านสักนั่น การไปเที่ยวที่เสียมเรียบ จนถึงวันที่เธอตัดการติดต่อสื่อสารทั้งหมดจากผม เธอจะเรียกผมเมื่อเธอต้องการอะไรบางอย่างเท่านั้น

“คุณดูเมาแล้วล่ะ” เสียงใสๆทำลายความเงียบขึ้นอีกครั้ง ปลุกให้ผมกลับมามองคนที่มานั่งอยู่ข้างๆ ยื่นมือออกมาลูบไล้เล่นกับเส้นผมของผม “เดี๋ยวร้านจะปิดละ” เธอบอก “ถ้าคุณไม่รู้จะไปไหน ก็แวะไปหาอะไรดื่มที่คอนโดของเราได้นะ เรายังมีคลังแสงหลงเหลืออีกเยอะ 555” เธอบอกผมแบบเขินๆพร้อมกับเขียนที่อยู่ของเธอลงบนกระดาษชิ้นเล็กๆก่อนส่งมาให้

“โทรมาก่อนนะ จะได้ไม่หลับไปซะก่อน” เธอกล่าวอย่างยิ้มๆก่อนเดินออกไปจากร้าน



 
เที่ยงคืนแล้ว ผมเดินไปเรื่อยๆตามถนนที่เงียบเชียบของเมืองเชียงใหม่ แสงไฟต่างๆจากหน้ารถที่วิ่งสวนมา สาดแสงมาราวกับทุกคนกำลังทักทายผม นานเท่าไหร่แล้วนะที่ผมไม่ได้เดินได้นานขนาดนี้ การเดินไปเรื่อยๆทำให้สติค่อยๆกลับมา แสงจากพระจันทร์ที่ส่องมากระทบกับลำน้ำปิงคืนนี้ คืนนี้มันดูเศร้าสร้อยอย่างที่ผมไม่เคยรู้สึกมาก่อน พระจันทร์ยังเศร้าเป็นเพื่อนผมด้วยหรือนี่

สองเท้าพาตัวเองมาหยุดที่กลางสะพานนวรัตน์ จุดที่มองเห็นพระจันทร์คืนนี้ที่ชัดที่สุด ผมก้มมองลงไปเบื้องล่าง สายน้ำปิงไหลเอื่อยๆผ่านไประลอกแล้วระลอกเล่า เสียงมอเตอร์ไซค์ รถสามล้อที่นานๆผ่านมาที ปล่อยความเงียบก้อนใหญ่ให้ครอบคลุมบรรยากาศคืนนี้ให้รู้สึกเหงาวังเวงอย่างที่สุด ฤทธิ์ของมาร์การิต้าหลายๆแก้วเมื่อตอนเย็น เริ่มทำให้ผมเห็นภาพของเธอและเขาอยู่บนเงาของน้ำเบื้องล่าง

ตูม....

สองเท้าก้าวพาร่างทั้งร่างลอยละลิ่วลงจากสะพานเบื้องบน ตกลงบนสายน้ำอย่างแรงจนพื้นน้ำแตกกระจายเป็นวงกว้าง ร่างที่เบียดตัวขอแทรกเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของมวลน้ำ กำลังถูกความดันของน้ำรุกล้ำเข้าไปในส่วนต่างๆของร่างกาย ลึกเข้าไปเรื่อยๆ

30 29 28 27….

ตรงนี้สบายดีนะ เย็นดี.... ผมพึมพัมกับตัวเอง

มวลน้ำเริ่มทำงานตามธรรมชาติของมัน หูที่เริ่มไม่ได้ยินเสียงอะไรจากภายนอก โพรงจมูกที่เริ่มแสบร้อนขึ้นเรื่อยๆ อากาศที่เหลืออยู่ในปอดเริ่มถูกส่งออกมาผลักดันไม่ให้มวลน้ำรุกล้ำเข้าไปได้ ร่างกายรับรู้การถูกคุกคามเอาชีวิตจากมวลน้ำ แต่กลับไม่มีการต่อสู้ดิ้นรนเอาชีวิตรอดจากผมอีกต่อไป ผมกำลังอยู่ในความฝัน

15 14 13 12….

ในช่วงที่วินาทีสุดท้ายของชีวิตค่อยๆคืบคลานเข้ามา ภาพต่างๆที่ถูกเก็บอยู่ในหัว นับร้อย นับพัน เริ่มไหลพรั่งพรูออกมาให้ได้เห็นอีกครั้ง เพื่อนๆ สาวๆคนก่อนๆ แม่ โรงเรียน ชีวิตแต่ก่อน....ภาพมากมายมหาศาล ราวกับมีคนฉายหนังย้อนชีวิตตัวเองให้ดู

10..9…8…

ภาพชีวิตทั้งหมดยังคงถูกส่งเข้ามาให้ดูอย่างรวดเร็วต่อเนื่อง จนถึงนิมิตภาพหนึ่งที่พุ่งเข้ามา...

เขาและเธอ.....คู่รักที่ทำให้ผมต้องมาเป็นบุคคลที่สามอย่างไม่รู้ตัว เกมส์สนุกของเธอที่มีผมเป็นหมากตัวหนึ่ง ทั้งสองกำลังเสพสมกันอย่างเมามันอยู่บนเตียงนอนในโรงแรมแห่งหนึ่งในเสียมเรียบ เธอ...ผู้หญิงที่ผมเคยรักแทบขาดใจ เวลานี้กำลังหลับตาบิดตัวเร่าร้อน  ส่งเสียงร้องครวญครางอย่างเสียวซ่านอยู่บนร่างของเขา ผู้ชายคนนั้น เจ้าของที่แท้จริงของเธอ......

....ถ้าจิตเราเห็นภาพอะไรที่เป็นภาพสุดท้ายก่อนตาย เราจะได้ไปเกิดเป็นสิ่งนั้น.... คำพูดของพระองค์หนึ่งที่เคยบอกผม ลอยเข้ามาในโสตประสาทของวินาทีชีวิตช่วงสุดท้าย

....เกิดเป็นใครคนนั้น เป็นลูกของทั้งสองคนนี่เหรอ....

วินาทีนั้น ความคิดสุดท้ายที่รวดเร็วราวกับการเดินทางของแสง ผมเห็นภาพอสุจิจำนวนมากมายมหาศาล ที่ผมจะต้องกลายไปเป็นหนึ่งในสามร้อยล้านตัวนั้น วิ่งแข่งกันไปตามทางมืดๆที่กระเพื่อมเป็นระรอกๆ เข้าไปในที่มืดๆ...เพื่อที่จะไปเกิดเป็นลูกของเขาและเธอ

....ชิบหายแระ...ไม่เอาอ่ะ...กูมาทำอะไรอยู่ที่นี่....

จิตเฮือกสุดท้ายที่ตื่นขึ้น ในช่วงที่อยู่ก้ำกึ่งระหว่างเส้นขอบเขตของชีวิตและความตาย ผมเริ่มที่จะดึงตัวเองกลับคืนมา รู้สึกว่าตัวเองกำลังทำเรื่องที่โง่ที่สุดในชีวิต

สองเท้าที่ถูกปล่อยให้สงบนิ่งเริ่มกลับมาเคลื่อนไหวอีกครั้ง สร้างแรกผลักดีดตัวผมให้พ้นขึ้นมาหายใจบนผิวน้ำ อากาศจำนวนมากมายมหาศาลไหลทะลักกลับเข้าไปในปอดอย่างเอาเป็นเอาตาย มาร์การิต้าหลายสิบแก้วถูกส่งคืนกลับไปในลำน้ำปิงจนไม่เหลือซาก

...เกือบไปแล้วสิ... ผมสำรวจกระเป๋ากางเกงของตัวเองว่ามีอะไรหายไปมั่ง โทรศัพท์มือถือชุ่มน้ำจนปลาลงไปว่ายได้ กระเป๋าเงิน กุญแจห้องพักหายไปกับกระแสน้ำ ดึกขนาดนี้คงไม่ต้องไปงมหาแล้ว

แล้วมือก็ไปสัมผัสเศษกระดาษชิ้นหนึ่ง โชคดีที่คนจดใช้ปากกาหมึกแห้ง น้ำเลยไม่สามารถลบข้อความออกไปได้

... คอนโด....ถนนห้วยแก้ว....ผมนึกถึงดวงตาหวานๆคู่นั้น สาวที่ชวนผมไปดื่มต่อคืนนี้ที่ห้องของเธอ

....เธออาจจะยังไม่นอน.... ผมบ่นพึมพัม .....ถ้าแวะไปขอมาร์การิต้าเธอซักแก้ว เธอคงไม่ว่าอะไร...


ผมยันลุกขึ้น สะบัดร่างกายที่เปียกโชก แล้วออกเดินไปตามเส้นทางตามที่เธอจดไว้ให้ สาวตาสวยคนนั้น คืนนี้ ผมอาจจะได้ความอบอุ่นจากคนที่อยากจะให้ผมจริงๆก็ได้...... มันคงล้างภาพแย่ๆในอดีตของเชียงใหม่ออกไปจากหัวผมได้หมดจดจริงๆเสียที


คืนนี้อากาศเชียงใหม่ช่างหนาวเย็น หนาวจนทำให้หัวใจของผมไม่รู้สึกกับความเจ็บปวดอีกต่อไปแล้ว

SHARE
Writer
Imagist
Imagination has no limite
เป็นคนโลกสวย รักทุกคน รักดินร่วน น้ำตกเหวนรก ก้อนเมฆ ดอกหญ้า อ่องซาน คานธี และแมวดำ

Comments

Patpitcha_Eua
3 years ago
อาหารแขก หรืออาหารมุสลิม ใช้ Food Halal ค่ะ
แต่ถ้าตั้งเป็นชื่อร้าน Food Mahal ก็ไม่แปลกค่ะ พี่ (แต่คิดว่าน่าจะเป็นชื่อร้านมากกว่า) 😊
โชว์ ไม่ใช่ โชร์ ค่ะ 😅
และ...เฟซ (บุ๊ค) ไม่ใช่ เฟส (บุ๊ค) ค่ะ 😅

บางคนใช้คำผิดเยอะ แต่เอื้อไม่กล้าขัดนะคะ ปล่อยๆ ไปก่อนค่ะ (บางทีเอื้อก็พิมพ์ผิดก็มีค่ะ แต่เอื้อก็กลับเข้าไปแก้ทุกครั้งนะคะ) 😁

ปล. ดูสะกดคำจาก google ก็ได้ค่ะ ว่าสะกดถูกมั้ย..นะคะ ☺
Reply
niji
3 years ago
ใช่เลย บางทีจะทักก็เกรงใจ เรื่องคำผิด แต่อยากให้บทความดี ๆ สมบูรณ์แบบ  อิอิ
Imagist
3 years ago
ขอบคุณมากครับสาวๆ น่ารักจุง 😄
Patpitcha_Eua
3 years ago
ไปต่อเถอะนะคะ พี่ เอื้ออยากอ่านต่ออีกค่ะ ☺
khaikung
3 years ago
จบซีรีย์เชียงใหม่แล้วหรอฮะ
Reply
Imagist
3 years ago
น่าจะจบแล้วนะ กะลังคิดว่าจะต่อดีมิ
McPITCH
3 years ago
"ความรักไม่ควรถูกใช้เพื่อเป็นข้ออ้างในการเห็นแก่ตัว

ถ้าเราใช้ชีวิตกระทบคนอื่น โดยอ้างว่าเป็นความรัก โลกก็จะวุ่นวาย"

คมมากมา่ยครับ

ปล.ตอนจบที่กำลังเริ่มขึ้น อยากอ่านต่อครับ
Reply
Imagist
3 years ago
ขอบคุณครับ กำลังคิดว่าจะให้มันจบแบบนี้ หรือไปต่อ