หรือเพราะความฝันมันไม่สำคัญ ?
ตารางชีวิตของเด็กนักเรียนมอปลายคนนี้มันก็ไม่มีอะไรมากหรอกค่ะ ก็แค่ วันจันทร์เรียนที่โรงเรียนถึง 11 โมง แล้วก็เรียนพิเศษตั้งแต่ 13.00-16.00 พอมาวันอังคารกับวันพฤหัสเรียนที่โรงเรียนถึง 15.10 เรียนพิเศษถึง 17.00-20.00 แล้วก็กลับบ้านอ่านหนังสือ ส่วนวันพุธและศุกร์ ตอนเย็นจะว่างแต่ก็ต้องกลับบ้านทำการบ้านอ่านหนังสืออยู่ดี วันอาทิตย์ก็เรียนทั้งวัน มองจริงๆแล้วจะว่างแค่วันเดียว คือวันเสาร์ ..... นี้แหละค่ะ ชีวิตเด็กมอปลายคนนี้....

อีกไม่กี่เดือนก็ถึงเวลาการสอบ Gat/Pat ครั้งที่ 1 แล้ว ถ้าถามว่าพร้อมสอบไหม ... ขอตอบว่า ไม่เลยดีกว่า โดยส่วนตัวแล้วไม่ได้ใช้พวก Gat/Pat ด้วยเลยไม่ค่อยให้ความสำคัญเท่าไหร่ แต่ไม่ว่ายังไงมันก็ต้องสอบอยู่ดีเนอะไว้เป็นทางเลือกสำรอง เผื่อสอบคณะที่เราต้องการไม่ติดจริงๆ

เรามีคณะและอาชีพในฝันแล้ว
มีอยู่ในใจมาโดยตลอด 
เป้าหมายเราไม่เคยเปลี่ยนเลยนะ 
แต่เราไม่รู้จะทำมันสำเร็จหรือเปล่า 


อาชีพที่เราอยากเป็น คือ แพทย์
จริงๆเรามีแรงบันดาลใจหลายๆอย่าง
แต่เหตุผลข้อที่สำคัญที่สุดก็คือ .....
เราชอบรอยยิ้มของผู้ป่วยที่เวลาแพทย์หรือหมอนั่นแหละ
บอกว่า หายแล้วนะคะ กลับบ้านได้แล้ว 
อะไรทำนองนี้ มันดีต่อใจจริงๆนะ

เราค่อยๆไล่ทำตามความฝันของเรามาทีละอย่าง ตั้งแต่การเข้าเรียนแผนการเรียนวิทย์-คณิต อันที่จริงแล้วแม่อยากให้เราเรียนสายศิลป์คำนวณเพราะอย่างน้อยเราก็ยังได้ภาษาอังกฤษ เราน่าจะไหวกับมัน แต่เราชอบเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์เลยตัดสินใจเรียนสายวิทย์แบบไม่ลังเล เราก็รู้นะว่ามันยาก ไม่ใช่ยากธรรมดาแต่ยากมาก โดยส่วนตัวแล้วเราไม่เก่งคณิตเลยค่อนข้างอ่อนด้วยซ้ำ แต่ตอนนี้เราก็ผ่านมันมาได้ถึงปีสุดท้ายแล้วนะ หนทางอาจจะไม่สวยงามเท่าที่เราเคยฝันเอาไว้ซักเท่าไหร่ เอาหน่ายังไงเราก็คงไหวแหละ เราคิดแบบนี้มาตลอดเลย

จนพอขึ้นมอหกเทอมหนึ่ง เหลือเวลาอีกไม่นานสำหรับการสอบต่างๆ เพื่อนๆทุกคนเหมือนไปอัพเวลกันมาในช่วงปิดเทอมก่อนขึ้นมอหก ไม่ใช่ว่าเราไม่เรียนนะ เราเรียนคณิตแทบทุกวันเลย ก็หนักพอสมควร แต่ก็นั่นแหละ เราไม่เก่งเหมือนคนอื่นๆเขาเวลาเราอ่านวิชาอะไรที่ก็ใช้เวลานานกว่าคนอื่น เราก็ท้อนะ  บางครั้งก็อยากจะถอดใจเหมือนกันแต่เดินมาถึงขนาดนี้แล้วนะ สู้อีกหน่อยดิ เราคอยบอกตัวเองอยู่เสมอ แต่ทุกครั้งที่เราล้มลงเราไม่ได้ลุกขึ้นได้เองทุกครั้งหรอก ....

เราเคยลองคุยกับแม่ว่าถ้าหาก
เราสอบเข้าเรียนหมอในปีนี้ไม่ได้จริงๆ
เราจะขอซิ่วดูซักหนึ่งปี ได้ไหม ? 
แต่คำตอบของแม่ทำเอาเราตัวชาไปหมด

ไม่ต้องซิ่วเลย
จะซิ่วไปทำไมให้เสียเวลา
ถ้าไม่ได้จริงๆก็ไปด้านภาษาไปเลยสิ 
ไม่รู้ว่าทุกคนเข้าใจตัวตนของเราบ้างไหม
เราชอบหมอ เราอยากเป็นหมอให้ได้
ตามความฝันของเราซักครั้ง
แค่เราขอโอกาสตามความฝันเรา
เขายังไม่ให้เราเลย...

เราไม่อยากทำงานที่เราไม่รัก
มันไม่มีทางมีความสุขหรอก
เรายอมเหนื่อยได้นะ
เพื่อสิ่งที่เรารัก

เราแอบแปลกใจอยู่นิดหน่อยที่คนรอบตัวเราบางคน ไม่เคยเชื่อมั่นในตัวเราเลย  อื้ม มันทั้งแปลกทั้งรู้สึกสูญเสียความเชื่อมั่นไปยังไงก็ไม่รู้ ทำให้ทุกวันนี้เราไม่รู้เลยว่าการเป็นคนมีเป้าหมายในชีวิตมันดีจริงๆใช่ไหม ? ความฝันของเรายังจำเป็นอยู่รึเปล่า ? หรือว่าเราควรทำตามที่คนอื่นบอก เพราะถ้าความฝันของเรามันดีอยู่แล้ว คนรอบตัวเราคงไม่พูดให้เราหันเหไปคณะอื่นแน่ๆ...

เราร้องไห้แทบทุกคืนกับความเครียดในตัวเอง ทั้งอ่านหนังสือเตรียมสอบทั้งในโรงเรียนและข้างนอก เหนื่อยแทบทุกวัน เหนื่อยกายเราทนได้นะ สบายมากแปปเดียวมันก็หายแล้ว แต่เหนื่อยใจนี่ดิ โคตรแย่เลยอะ เราแค่อยากให้ทุกคนสนับสนุนความฝันของเราบ้าง เชื่อมั่นในตัวเราซักนิด ซึ่งมันคงทำให้เรารู้สึกดีกว่านี้มาก

ขอแค่ผู้ใหญ่
รับฟังความคิดของเด็กบ้าง


ตอนนี้เรากำลังพยายามกับทุกอย่าง
พยายามอดทนกับปัญหาที่เกิดขึ้น
และที่สำคัญพยายามไม่คิดมาก
จนเก็บเอาไปร้องไห้เงียบๆอีก

รอก่อนนะ...เราจะทำให้ความฝัน
มันเป็นจริงให้ได้ 


ถ้าหากมีใครอ่านมาจนถึงตรงนี้เราขออะไรซักอย่างนะ หากมีคนใกล้ตัวคุณต้องการจะทำอะไรซักอย่างให้สำเร็จ ได้โปรดสนับสนุนพวกเขาและให้กำลังใจเขา เพราะบางทีเขาอาจต้องการแค่นั้นจริงๆค่ะ :)


SHARE

Comments

McPITCH
3 years ago
สู้ๆนะครับ คนเก่ง อึบๆ
Reply
10marchh
3 years ago
ขอบคุณมากเลยนะคะ 😊😊