ภาพยนตร์เทิดพระเกียรติไทกิเซนเซ
ชอบชื่อโปรดัคชั่นนี้มาก ไม่ได้ตั้งใจจะกวนตีน
แต่เราขุดทุกอย่างที่ได้เรียนกับแกมา ขุดทุกท่าไม้ตายที่แกสอนในคาบมาใช้จริงๆ
แล้วมันก็ได้ผล ในบางครั้งเกินคาดด้วยซ้ำ 

โปรเจคไทกิเป็นโปรเจคที่ได้อะไรมากมายเหลือเกิน
ทำให้รู้ว่าจริงๆแล้วการกำกับหนังด้วยตัวเองไม่ไม่ใช่เรื่องน่ากลัวขนาดนั้น
การเอาเรื่องชีวิตตัวเองมาทำหนังมันไม่ได้น่ากลัวขนาดนั้น
และเรายังมีเพื่อน

การออกกองคือความสุขของเรา ทำให้เรารู้สึกว่าเพื่อนมีตัวตนอยู่จริง

แต่ก็ทำรู้เหมือนกันว่าการออกกองจำเป็นต้องมีวินัยและการเตรียมพร้อมทั้งก่อนและขณะออกกอง และเรายังไม่มาสเตอร์ในการกำกับแม้แต่หนังที่เราคิดว่าเรารู้จักมันดีที่สุดก็ตามเหอะ (ซึ่งก็ไม่แปลกเพราะนี่คือการกำกับงานชิ้นแรกหลังจากเรียนวิชากำกับ)

เรามาสรุปดีกว่าว่ามีอะไรน่าจดจำสำหรับการออกกองครั้งนี้บ้าง
//คำเตือน : ศัพท์เทคนิคทางภาพยนตร์เยอะหน่อยนะฮะ//

เวิคชอบนักแสดงก่อนออกกองเสมอ
หลายคนหลงลืมขั้นตอนนี้ไป เราก็เหมือนกัน ไม่ได้ลืมหรอกแต่มัวไปวุ่นเรื่องอื่นจนช่างแม่ง ไม่เป็นไรหรอก (ซึ่งนั่นก็เกิดจากแพลนนิ่งห่วยของผกกเอง) พอไม่เวิค นักแสดงไม่เคยเจอหน้ากันมาก่อน ไม่เคยต่อบท ไม่เคยเรียนรู้ character ของตัวละครอื่นที่เล่นผ่านนักแสดงคนอื่น (คุณยายวรนาฎนกกับเบ้นซ์ก็เล่นไม่เหมือนกันนะฮะ ขนาดบทเดียวกันเป๊ะๆเลย) เราไม่ได้แก้แอคติ้งโดยที่ใช้เวลากับแอคติ้งอย่างเดียว ทำให้หน้ากองมันเหนื่อยและเสียเวลากว่าเดิมในการ 'ซ่อม' แอคติ้งนักแสดงโดยที่เราก็ต้องคุยกับตากล้องเรื่องภาพ ผู้ช่วยเรื่องรันกอง โปรดิวซ์เรื่องตารางเวลาไปด้วย สรุปหมดไป 14 เทคในคัทแรก แค่คัทเดียวสั้นๆ แล้วคัทอื่นก็กว่าจูนกันติดก็นาน ทำให้มีคัทที่ผ่านโดยความจำยอมเยอะเกินไป

จะเอาไม่เอาอะไร เอานานแค่ไหน คิดให้เสร็จก่อนถ่าย ตกลงกับตัวเองมาจากบ้าน
อันนี้เป็นเรื่องชั่วโมงบินล้วนๆ เกิดจากซีนลองเทคที่ทิ้งนานมาก แล้วดีพีต้องแฮนด์เฮลรอคัทนานมากเพราะเราคิดในหัวว่าจะใส่เพลงความยาวเท่านั้นเท่านี้ แต่แล้วก็ไม่ได้ใส่แล้วตัดไวมาก สงสารตากล้อง คือถ้าเราคิดมาไม่แม่น ไม่ใช่เราคนเดียวที่เหนื่อย ทีมงานก็เหนื่อย เหนื่อยโดยไม่จำเป็นต้องเหนื่อยอ่ะ รวมไปถึงบัทเจทที่เกินมามากมากด้วยกับรูปวาดที่สั่งแล้วไม่ได้ใช้ (ฮรึกส์)

sync ทุกซีน แม้ว่าจะไม่มีไดอะลอก
เพราะมันตัดยากมาก เมื่อเวลาที่มีแต่รูมโทนแต่รายละเอียดของแอคชั่นนั้นขาดไร้ไป มันแบบแห้งอ่ะ แล้วยิ่งถ้าทิ้งแช่นานมันแบบ แย่อ่ะ หลับชัวร์ ครั้งนี้รอดมาได้เพราะเอาไมค์หัวกล้องมาช่วยเติมเบาๆ แต่ถ้าเสียงจากไมค์บูมก็จะดีกว่ามาก และพวกคัทอินเสิร์ทโคลสอัพต่างๆ แม้ว่าจะไม่เอาเสียงก็ต้องสั่งให้ทุกคนเงียบ ไม่ใช่อยากคุยอะไรก็คุย เพราะถ้าพลาด เสียงหัวกล้องสำคัญมากมากเลยจ้า

จง อัด รูม โทน ใน ทุก เซต
ตามนั้น ครั้งนี้ลูปจนเหนื่อยเลยอีเวร ดีนะหนังมันพูดน้อย

ไมค์บูมอีสเดอะเบสท์ ไวร์เลสอีสออปชั่นนอล
เพราะกองเรามีปัญหานักแสดงเล่นเป็นละคร คือเขาจะพูดเน้นเสียง พูดเสียงดังแล้วติดเล่นใหญ่แบบละคร แอคติ้งเขาดีนะแต่เขาปรับลดไม่ได้ ทำยังไงก็ไม่ได้ ละครคือต้องเล่นให้บัตรพันนึงกับห้าร้อยเห็นเท่ากันอ่ะ ในหนังมันไม่ใช่ไง จอกล้องมันก็เท่านี้ หลิ่วตานิดเดียวคนดูก็เห็นแล้ว ชัดด้วย ซึ่งนั่นนำมาซึ่งการช่วยเหลือในขั้นตอนการโพส เคยได้ยินพี่ลี (ลี ชาตะเมธีกุล) แนะนำว่าถ้านักแสดงเล่นไม่ธรรมชาติ ให้ลดเสียงไดอะลอกลงแล้วดันแอมเบี้ยนหรือรูมโทนให้ดังขึ้นจะช่วยได้ และการใช้บูมช่วยได้มาก มันธรรมชาติกว่าการใช้ไวร์เลสเยอะ แต่ถ้าบูมอัดมาไม่เบสท์หรือลืมอัดเนี่ย ปัญหาใหญ่แน่นอน

จง พรี โพร จง พรี โพร จง พรี โพร
ข้อนี้ไม่พลาด แต่ยังไม่พอ มีเอกสารบางชิ้นที่ทำไม่ทัน เช่นพรีโพรของซาวนด์ (เออเขาว่าตำแหน่งนี้ลูกเมียน้อย ก็จริงว่ะ) และชูตติ้งสคริป แต่ด้วยความว่ามีสตอรี่บอร์ดแล้ว และเอาไปเรียบเรียงแบบแอนนิเมติคแล้วด้วยก็เลยพอรู้อารมณ์ คัตติ้งก่อนไปถ่าย แต่ในกองก็แอบด่าตัวเองว่าถ้ามึงทำมามันจะดีกว่านี้ แต่ก็นั้นแหละถ้าย้อนไปตอนทำพรีโพรก็โอดโอยถึงเตียงเพราะแม่งไม่ไหวลูกตาจะระเบิด วีต้าณเดชน์ก็ไม่ช่วยเหี้ยอะไรกับการอดนอน 4 คืน แต่เอกสารที่เหลือที่เราทำละเอียดมันทำให้ทำงานง่ายขึ้นมากจริงๆ ทำให้เราละเอียดได้ในส่วนที่ควรจะไปละเอียดหน้ากอง

อย่า QC หนังเอง
เพราะจะหลับ จะกรอ จะเบื่อ คือทำไม่ได้ ต้องให้คนอื่นทำ 
ครั้งนี้พยายามแล้ว แล้วไง บ้ง เพราะเป็นคนโครตสะเพร่า 
แล้วเหมือนเป็นเวรกรรมที่ต้องแก้แล้วแก้อีก (ตอนที่พิมพ์นี้ก็ยังแก้ไม่เสร็จ - -)

อย่าเกร็ง 
เพราะถ้ามึงเกร็ง หนังมึงก็จะเกร็งตามไปด้วย 
สบายๆ แต่ไม่ใช่ปล่อยไหลจนไม่แอคทีฟ สบายแต่สตรอง 

และ...
ต้องละเอียดกว่านี้
ต้องรอบคอบกว่านี้
ต้องตั้งใจกว่านี้
ต้องใจสู้กว่านี้
ต้องมีระเบียบกว่านี้
ต้องมีสติกว่านี้

แม้ว่าจะดีบ้าง บ้งบ้าง ตีลังกาปาระเบิดบ้าง แต่เราดีใจนะที่โตมากับหนังเรื่องนี้ โตไปพร้อมๆกันทั้งตัวละคร ผู้กำกับ นักแสดง ทีมงาน ทุกคนโตไปพร้อมกัน แล้วเราก็ได้อะไรเยอะมากจากพี่ที่สอนเรา น้องที่คอยช่วยเรา เพื่อนหลายคนที่ไม่ทิ้งเราไปไหน

ขอบคุณมากนะทุกคน

#ilovetaikisensei2016
SHARE

Comments