13.06.16


วันนี้กลับบ้าน

รู้สึกวันนี้ท้องฟ้าสวยจริงๆนะ ถ่ายรูปส่งไปให้ติ๋วดู แล้วติ๋วก็ทำให้เรารู้สึกว่ามันสวยขึ้นเพราะมันก็ดูชอบเหมือนกัน

'กูว่าท้องฟ้าวันนี้สวยมากเลย' เป็นแคปชั่นของรูปท้องฟ้าที่เราถ่ายจากในรถ ติดรถสีแดงที่อยู่ข้างหน้า สีแดงของรถอาจทำให้สีฟ้าของท้องฟ้าสวยขึ้นก็เป็นได้

แต่ท้องฟ้าวันนี้มันสวยจริงๆนะ ยอมไม่นอนในรถเหมือนทุกครั้งเพื่อนั่งดูท้องฟ้าและพยายามถ่ายรูปเก็บไว้ แต่รูปที่ได้มาสวยไม่ได้ครึ่งของของจริงเลย


ตอนนี้อยู่ที่ทำงานแม่
ไม่ได้มานานแล้ว แต่เพราะวันนี้ไม่มีคนอยู่บ้านเลยโดนหิ้วมา ทั้งๆที่ความจริงเราก็อยู่บ้านคนเดียวได้
เดี๋ยวนี้เพื่อนๆแม่ไม่สนใจเราเท่าไหร่แล้ว น่าจะเพราะเราโตแล้วล่ะมั้ง ไม่เหมือนเด็กน้อยที่น่าคุยเล่นเหมือนเมื่อก่อน แต่ความจริงเราก็ไม่ได้โตขึ้นเท่าไหร่หรอกนะ

เราไปถ่ายรูปเล่นมา แล้วก็เกิดความรู้สึกอยากจะเก็บตังซื้อกล้องตามที่ติ๋วยุยงเมื่อเช้าตอนที่เราส่งรูปท้องฟ้าไปอีกหลายรูปให้มันดู แต่ก็คิดว่าถ้าเกิดเบื่อขึ้นมาคงเสียดายตังแย่เลย

ที่นี่ก็ดูคล้ายๆเดิม แต่รูปที่ได้มาเหมือนไม่ค่อยคุ้นเคยเลย
อย่างหน้าต่างที่มองไปเห็นช่องว่างตรงกลางตึกเป็นรูปสามเหลี่ยม 'กูว่าหน้าต่างวันนี้สวยมากเลย' เป็นแคปชั่นของรูปนี้
หรือจะรูป 'กูว่ารูวันนี้สวยมากเลย' ที่เป็นรูปที่เรายื่นโทรศัพท์ออกไปนอกหน้าต่างบานเมื่อกี้เพื่อถ่ายท้องฟ้าจากรูตรงกลางตึก
แล้วเราก็ยังไปนั่งยองๆตากแดดถ่ายวัชพืชที่ขึ้นตามบล็อคอิฐที่พื้น 'กูว่าสิ่งเขียวๆวันนี้น่ารักมากเลย' เป็นแคปชั่นของวัชพืชเหล่านั้นที่เราถ่ายมาได้


อยากถ่ายรูปเป็นบ้าง



เขียนไดอารี่ซ่อมย้อนหลังดีกว่า

วันที่ผ่านๆมาเราทำอะไรไปบ้างนะ จริงๆก็เหมือนจะไม่ได้ทำอะไร แต่เมื่อก่อนที่ก็ไม่ได้ทำอะไรเหมือนกันยังเขียนไดอารี่ทุกวันได้เลย


นี่ เรากลับไปสนุกสนานกับสมุดอีกครั้งได้แล้วนะ ดีใจมากเลย
ถึงมันคงจะไม่ได้กลับไปเป็นไดอารี่เหมือนเมื่อก่อน แต่เราว่าเราเอนจอยการแปะนู่นนี่ลงไปแล้วก็เขียนข้อความสั้นๆอยู่เหมือนกันนะ
มันคือสมุดที่แฟงให้เป็นของขวัญวันเกิดเมื่อซัก 2 ปีก่อนมั้ง
ฝั่งนึงก็แปะอะไรไปเรื่อย อีกฝั่งแปะตั๋วรถเมล์เหมือนกับไดอารี่เล่มก่อนๆ


เราก็เก็บนามบัตพี่ J. ไว้ในสมุดนี้แหละ
เอ้อ มีความคืบหน้าแล้วนะ เอาแบบไม่เพ้อเจ้อ

เราทักพี่เค้าไปวันนึงด้วยความรู้สึกเสียดายมากๆที่วันที่เจอไม่กล้าชวนคุยอะไรเลย 
เราก็แค่ไปแสดงความยินดี แล้วก็ถามอะไรนิดๆหน่อยๆ จริงๆแล้วเราก็ดูเสือกๆน่ะแหละ

เพิ่งจะเข้าใจฟีลที่อยากรู้จักใครซักคน แบบแค่อยากรู้จักเพราะรู้สึกว่าคนนี้ดูมีอะไร ดูน่าสนใจ พอจะเข้าใจมั้ย?
น่าเสียดายที่เราไม่ได้รู้จักพี่เค้าตั้งแต่สมัยอยู่โรงเรียน ถ้ารู้จักกันตั้งแต่ตอนนั้นมันก็คงจะไม่ดูแปลกเหมือนที่อยู่ดีๆเราก็ทักพี่เค้าไปหลังจากเคยอยู่โรงเรียนเดียวกันเมื่อ 5 ปีก่อนและไม่เคยรู้เลยด้วยซ้ำว่าเรารู้ชื่อกันมั้ย 
และพี่เค้าคงจะไม่เข้าใจเรา แล้วเราก็ไม่รู้จะทำยังไงให้เค้าเข้าใจ แล้วเราก็คงจะโดนมองว่าแปลกไม่ก็น่ากลัวไปแล้ว แถมยังไม่ได้รู้จักอีก พลาดแล้ว


เราแบ่งคนเป็น 3 ประเภท
1. คนที่ดูมีอะไร
2. คนที่ดูไม่มีอะไร
3. คนที่ยังไม่รู้จัก

หมายถึงแค่สำหรับตัวเรานะ
ทุกคนก็ต้องมีอะไรแหละ แต่แค่ประเภทที่ 2 อาจจะมีอะไรในแบบที่เราไม่ได้มีความสนใจในความมีอะไรนั้น ส่วนประเภทที่ 3 ก็ตรงตัว ไม่รู้จัก

เราจัดพี่ J. อยู่ในประเภทที่ 1 อย่างไม่น่าสงสัย ก็ประมาณนี้แหละ เหตุผลที่เราอยากจะรู้จัก เพราะพี่เค้าดูมีอะไร แต่ก็คงจะไม่ได้รู้จักต่อไป เราจะติดตามผลงานต่อไปอย่างเงียบๆก็แล้วกัน

ส่วนเราจัดตัวเองอยู่ในประเภทที่ 3 อันที่จริงเราก็อาจจะใกล้เคียงกับประเภทที่ 2 แต่ก็ให้ความหวังตัวเองไปก่อนว่าจริงๆแล้วเราก็น่าจะมีอะไรน่ะแหละ แค่ยังหาไม่เจอ



อยากจะเป็นคนประเภทที่ 1 บ้าง



เมื่อวันก่อนได้ใช้เสื้อกันฝนแล้ว ราคา 29 บาทจากเซเว่น สีเหลือง
เดินลุยฝนไปกับฝ้าย เหมือนกล้วย 2 ลูก

ทำไมตอนเด็กๆถึงคิดว่าเสื้อกันฝนน่าอาย เราไม่เคยยอมใส่เลย ได้ลองกลับมาใส่อีกรอบ จริงๆมันใช้ง่ายกว่าร่มอีกนะ กันฝนได้เยอะกว่าด้วย



วันพุธที่แล้วไปตะลอนกรุงกับแฟงมา หลังจากไปช่วยป้าไม้ไหมขนของ ซึ่งความจริงรู้สึกเหมือนไปกินฟรีมากกว่าไปช่วยงาน

แพลนที่เราวางกันไว้ตั้งแต่ ม.4 เพิ่งได้ไปเอาตอนนี้ หวังว่าจะได้ไปอีก ยังเหลืออีกหลายที่

ได้นั่งรถเมล์สายใหม่ ได้สะสมตั๋วใหม่

ไปไปรษณีย์กลาง เพิ่งรู้ว่ามันสวยขนาดนี้

ไปนิทรรศรัตนโกสินทร์ ไปถึงเป๊ะมาก ก่อนเวลารอบสุดท้าย 10 นาที แล้วในรอบสุดท้ายก็มีแค่เรากับแฟง 2 คน เอ็กซ์คลูซีฟไปอีก เป็นพิพิธภัณฑ์ที่ดีที่นึงเลยนะ ทำดีอะ ส่วนแฟงอาจจะลำบากหน่อย พาเราไปเหมือนพาเพื่อนต่างชาติมา นี่ไม่รู้เรื่องห่าอะไรเลยจริงๆ
แล้วก็ได้กินติ่งเตี๋ยวเรือ แล้วก็ข้ามฝั่งไปซื้อขนมเบื้องหน้าสตรีวิทที่แฟงมันมาโฆษณาว่าเป็นขนมเบื้องที่อร่อยที่สุด มันโฆษณามาตั้งแต่ ม.4 อีกเช่นกัน เราไปเหมาทั้งหมดมาเพราะมันเหลืออยู่นิดเดียว ได้แถมคนละ 2 ชิ้นด้วย



อีกวันนึงมาดูหนัง if cats disappeared from the world
ตอนแรกจะดูที่สกาล่า แต่ไปกันไม่ทันเลยต้องย้ายรอบไปดู ctw
เราต้องใช้บริการพี่วินเพราะรีบมาก เป็นครั้งแรกมั้ยวะที่ขึ้นวินเอง นานๆทีจะเคยขึ้น แถมยังต้องไปพร้อมเพื่อน นี่กลัวพี่วินมากจริงๆ
เออ แต่ทำไมวันนั้นยอมได้นะ แถมรับโทรศัพท์ระหว่างนั่งด้วยเพราะมันโทรมาเปลี่ยนสถานที่เนี่ยแหละ กว่าจะทำใจล้วงหาโทรศัพท์ได้นี่เหมือนจะต้องสวดมนต์ก่อน 1 จบ แต่ก็ไม่ได้สวดเพราะว่าจำบทสวดไม่ได้ สุดท้ายก็ปลอดภัยดี สระผมมาแห้งสนิทเลย แล้วก็เข้าโรงทันแบบเดินเข้าไปละเริ่มฉายพอดีเป๊ะๆ



หลังจากรู้สึกผิดกับการโหลดเพลงมาฟังฟรีอยู่นาน ตอนนี้เราก็ซื้อเพลงอย่างถูกต้องในไอจูนเป็นแล้ว เพราะว่าอยู่ดีๆก็ชอบเพลง somewhere only we know ของ keane มาก จนรู้สึกอยากจะซื้ออย่างถูกต้อง ด้วยความโง่ที่มีจึงต้องให้เพื่อนสอน
เป็นความสุขของการได้เสียตัง 



ขายจาคอปได้แล้วนะ
เป็นรุ่นน้องที่โรงเรียนน่ะแหละ อยู่ ม.6 แล้วทำไมเพิ่งซื้อก็ไม่รู้
แต่คนนี้ดีจริงๆ ไม่ต่อราคา แถมบันเทิง
'พี่สาวขายจาคอปปะฮะ'
'ชื่อคล้ายๆกันเลย 555'
'พี่ที่ชื่อ สมศรี เค้าแนะนำมาอ่าครับ'  

แกๆ somsiess อ่านว่า ส้มซี้ส
นี่แทบปะติดปะต่อเรื่องไม่ได้ 555555555

ตอนนัดรับของก็จะไม่เช็คของซะหน่อยหรอ
แถมลาเราด้วยคำว่า "โชคดีนะครับ"
น้องนี่ตลกดี



ตอนนี้ไม่ชินกับเคสไอโฟนมากๆ รู้สึกตะปุ่มตะป่ำ เพราะให้ไข่แปะสติ๊กเกอร์ให้

'นี่นะคะ เป็นผลงานที่ดิฉันรังสรรค์'

ช่างเป็นการแปะสติ๊กเกอร์ที่จังไรเหลือเกิน แต่เราจะใช้มันต่อไป




SHARE
Written in this book
ขอให้นี่เป็นไดอารี่
I'm free to say whatever I like if it's wrong or right it's alright
Writer
sweetshit
a piece of shit
เพื่อนเรามีชื่อเป็นสัตว์ \ ขอให้นี่เป็นไดอารี่

Comments