ฅ น ถื อ น ก
'คนถือนก' เออ! นั่นแหละงานของผม ถึงจะไม่ใช่งานที่จะมีค่าจ้างคุ้มกับที่ต้องเสี่ยงสักเท่าไรก็ตาม แต่อย่างน้อยมันก็พอทำให้ผมได้สะดวกสบาย และที่สำคัญ มันถือได้ว่าเป็นงานที่ผมชอบเลยทีเดียว

คุณรู้จักนกที่ผมว่าไหมล่ะ มันไม่มีปีก และจะว่าไปมันไม่ใช่สัตว์ด้วยซ้ำ แต่มันก็บินได้นะ อย่างน้อยมันก็ชอบบินข้ามกำแพง ใช่! กำแพงสูงซึ่งล้อมรอบที่ผมอยู่นี่แหละ

ผมมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไรน่ะหรือ ไม่มีอะไรซับซ้อนมากมาย ก็แค่รับของไม่ดูตาม้าตาเรือไปหน่อยเท่านั้น ไอ้ตำรวจบ้านั่นมันซุ่มรอตั้งแต่เมื่อไรไม่รู้ ทันทีที่ผมคว้าถุงกาแฟซึ่งมีไอ้ตัวเล็กอยู่มันก็โผล่ออกมาเลย ตกใจฉิบหาย และจะทำอะไรได้ล่ะ ก็ต้องย้ายที่นอนมาอยู่ในนี้น่ะสิ

เฮียชัย แกอยู่ที่นี่มาก่อนผม แกทำธุรกิจอยู่ในนี้ ผมหมายถึงว่าธุรกิจของแกอยู่นอกกำแพงนั่น แต่แกนั่งบริหารมันอยู่ในนี้ ไม่ต้องสงสัยหรอกว่าแกทำได้อย่างไร ก็แค่มีนกที่อยู่ในกำมือผมนี่ก็เกินพอแล้ว

ธุรกิจของแกคือการปล่อยของ ซึ่งก็มีทั้งตัวใหญ่ที่เราเรียกว่าไอซ์ หรือตัวเล็กที่เรียกกันว่ายาบ้านั่นแหละ หากมีใครที่อยู่นอกกำแพงต้องการของไม่ว่าจะตัวเล็กตัวใหญ่ ก็แค่ส่งนกบินมา* หาพรรคพวกที่อยู่ข้างในนี่ พวกนั้นก็จะมาติดต่อเฮียชัยเพื่อได้รับส่วนแบ่งค่านายหน้า แต่นั่นหมายถึงว่าพวกมันต้องรับประกันด้วยว่าลูกค้าที่ติดต่อผ่านมันจะไม่เบี้ยวเงินที่ต้องจ่าย ซึ่งจะมีตั้งแต่หลักหมื่นถึงหลักแสนกันเลยทีเดียว (แกมีฝ่ายทวงหนี้ในนี้อีกเช่นกัน) หากไว้ใจและต้องการปล่อยของ แกก็จะส่งนกบินไปยังตัวแทนจัดจำหน่ายที่อยู่ข้างนอกเพื่อสั่งการนัดแนะส่งมอบสินค้า เรียกว่าคนข้างนอกต้องซื้อขายสินค้าผ่านแกที่อยู่ข้างในนี้กันนั่นแหละ และแกจะใช้นกอีกเหมือนกันในการตรวจสอบยอดเงินในบัญชี นกจึงถือเป็นสิ่งสำคัญทีเดียวสำหรับการทำการค้าที่นี่

แต่ของสำคัญแบบนี้ไม่มีใครจะเก็บไว้กับตัวกันหรอก เพราะมันถือเป็นของต้องห้ามพอๆ กับความสำคัญของมันเลยทีเดียว...

หน้าที่นี้จึงตกเป็นของผมซึ่งยินดีรับความเสี่ยงนั้นไว้แทนเฮียแก แลกกับการได้ใช้มันบินกลับบ้านอย่างอิสระ และอาจได้ไอ้ตัวเล็กตัวใหญ่เป็นของแถม ที่สำคัญก็คือการมีพวกหรือมีลูกพี่คุ้มกะลาหัวไว้ แม้จะรู้ว่าการทำหน้าที่นี้จะเกมเมื่อไรก็ได้ก็เถอะนะ...

แล้ววันนั้นก็มาถึงในเย็นวันที่รุ่งเช้าผมก็จะได้รับอิสระแล้วเชียว ขณะเข้าแดนนอนผมก็ถูกตรวจค้น ระยำ! ไอ้ผู้คุมหรือหัวหน้าแดนนอนนั่นแหละ มันมองหน้าด้วยสายตาเย้ยหยันเมื่อเจอนกในตัวผม ผมไม่คิดว่ามันจะมาตรวจค้นตัวในวันนี้ ผมพลาดไปจนได้ ก็ได้แต่นั่งปลงกับอิสระในขณะที่เพื่อนๆ ต่างเข้าแดน การทำหน้าที่นี้ย่อมหมายถึงว่าผมต้องยอมรับความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้น ไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธหรือซัดทอดแต่อย่างใด

"ว่าไง" ผู้คุมหันมองหน้าด้วยสายตากวนอะไรสักอย่างพร้อมคำถามเมื่อทุกคนเข้าแดนนอนหมดแล้ว

"ไม่ทราบเหมือนกันครับ" ผมตอบอ่อยๆ ออกไป "พรุ่งนี้ผมก็จะได้รับการปล่อยตัวแล้วด้วย" พยายามทำเสียงและตีสีหน้าชวนสงสารเข้าไว้

"ไอ้เหี้ย! พรุ่งนี้มึงจะพ้นโทษ!" เขาสบถพร้อมออกท่าทางขบเขี้ยวเคี้ยวฟันเหมือนโกรธผมมาร้อยชาติก็ปานนั้น หมดกันอิสระของกู ผมคิดในใจ

"สัตว์เอ๊ย! กูจะทำยังไงกับมึงดีวะนี่" เขายังคงเสียงดังด้วยความโกรธ ขณะที่ตัวผมลีบเล็กจนแทบแบนแฟบกับม้านั่ง...
รุ่งเช้าหลังเจ็ดนาฬิกานิดหน่อย ผมโบกมืออำลาประตูกำแพงนั่นด้วยรอยยิ้มที่สดชื่นยิ่งกว่าน้ำค้างบนยอดเขาเสียอีก นึกภาพผู้คุมโกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยงเมื่อวานแล้วยังอดขำไม่ได้ ที่จริงก็น่าให้เขาโกรธอยู่หรอกนะ เพราะการจะเอาผิดกับการเป็นคนถือนกหรือถือโทรศัพท์ของผมนั้นต้องส่งเรื่องฟ้อง และอย่างไวสุดก็น่าจะเก้านาฬิกานั่นแหละถึงจะเริ่มขั้นตอนตามกฎหมายได้ ซึ่งกว่าจะถึงตอนนั้นผมก็คงโบยบินไปถึงไหนต่อไหนแล้วก็ไม่รู้สินะ...

* ส่งนกบินมา=โทรเข้ามา
SHARE
Written in this book
เรื่องสั้นจิปาถะ
รวมเรื่องสั้น งานฝึกหัด /ยินดีรับฟัง และขอบคุณทุกความคิดเห็นนะครับ/
Writer
Lava
ผู้เฒ่าธรรมดา
เจ้าปัญหา จอมโวยวาย

Comments