สัมภาษณ์ไม่นัดหมาย (5) - เงาะ คน ข้าว

กลางดึก ฝนกระหน่ำ ชายคนหนึ่งกำลังขับรถบรรทุก
สิ่งที่เดินทางไปกับเขาคือเงาะกว่าแสนลูก

เขาทำอาชีพนี้มา 4 ปีแล้ว ฉะนั้นการขับรถบรรทุกในคืนฝนตกย่อมไม่ใช่เรื่องใหม่
แต่จู่ๆ มีเสียงดัง มาจากด้านหลังรถ

ปั้ง! เขารู้ทันทีว่ายางแตก รถเริ่มเสียการควบคุม

ใจยังนิ่ง แต่ดูเหมือนระบบช่วงล่างจะไม่เชื่อฟัง

เขาพยายามประคองรถที่กำลังลงจากเนินเขา อะดรีนาลีนพรั่งพรู ณ ขณะนั้น เวลาเดินช้าลง
หลายวินาทีผ่านไป ด้วยความเชี่ยวชาญเต็มเปี่ยม เขาทำเต็มที่ แต่ในที่สุดรถก็คว่ำ

คนที่ขับรถตามมาอาจเห็นภาพช้าดังนี้...

หยดน้ำนับล้านกำลังเคลื่อนที่ลงสู่พื้น
รถบรรทุกคันหนึ่งไถลไปบนถนนเปียก ค่อยๆ เอียงลงช้าๆ โครม !
เงาะผลสีแดงขนยุ่บยั่บนับแสน ลอยเคว้งกลางอากาศ
แล้วหล่นลงบนพื้นถนน กลิ้งหลุนๆ ไปคนละทิศละทาง

เขาคลานออกมาจากรถ โทรแจ้งเหตุ ปล่อยรถบรรทุกนอนแช่น้ำรอคนมาพยุงให้ลุก
เหล่าเงาะคงไม่เป็นไรมากเพราะมีขนคอยรับแรงกระแทก
แต่รถบรรทุกและคนขับนี่สิ คงถึงคราวหยุดพักรักษาตัว

"คนเราพลาดกันได้ ไม่เป็นไรหรอก" เถ้าแก่บอก

เขาเข้าใจ แต่ก็รู้สึกว่าอาชีพนี้ไม่เหมาะกับเขาอีกต่อไป
เขาไม่ควรจะคว่ำ ความผิดพลาดนี้ใหญ่เกินไป
เมื่อหายดี เขาจึงลาออกจากอาชีพขับรถบรรทุก ย้ายมาขับแท๊กซี่
จากส่งเงาะ เปลี่ยนมาส่งคน



10 ปีผ่านไป...

ขับแท็กซี่มาได้ 10 ปี วันนี้ผมกับเขาถึงได้พบกัน แถวๆ ศาลายา

"ไปเซนทรัลปิ่นเกล้ามั้ยครับพี่" ผมเปิดประตูถาม
"เชิญเลยคร้าบ" เขาบอก เธอและป้าของเธอขึ้นไปนั่งด้านหลัง ผมนั่งหน้า

"ตอนนั้นแท๊กซี่ยังมีไม่มากเหมือนทุกวันนี้ แต่พี่ก็เห็นนะว่าคนหันมาขับแท๊กซี่เยอะขึ้น" เขาบอก

จากรายได้ดีมาก เมื่อจำนวนเพื่อนร่วมอาชีพเพิ่มขึ้นจากหลักหมื่นเป็นหลักแสน รายได้ต่อหัวจึงลดลง จนเริ่มไม่พอจุนเจือครอบครัว

"แล้วจะพอผ่อนรถหรอครับพี่ รายได้น้อยลง" ผมถาม
"บางเดือนก็ไม่พอส่งค่างวดนะ"
"อีกกี่ปีจะผ่อนหมดล่ะครับพี่"
"อีกสองปีก็คงหมด พี่ส่งไปเจ็ดแสนแล้วล่ะ รถคันนี้ราคาล้านสาม แต่พี่ว่าพี่ไม่อยากส่งแล้วล่ะ ไม่อยากขับแท็กซี่แล้ว เบื่อ"

"แล้วถ้าเลิกขับแท๊กซี่ตอนนี้ พี่จะทำยังไงกับรถคันนี้ล่ะครับ" ผมถาม
"พี่ภาวนาให้เขายึดไปทุกเดือนเลยนะ แต่เถ้าแก่ไม่ยอมยึด ผ่อนผันให้ตลอด"

"เถ้าแก่เค้าอยากให้พี่มีรถเป็นของตัวเอง - กูจะเอาให้มึงได้จนได้ รถคันนี้ - เถ้าแก่เค้าบอกพี่ ไม่ยอมให้พี่เลิกขับ" เขาเล่าให้ฟัง
"ไม่ถามซักคำเลยว่าอยากได้รึเปล่า ฮ่าๆๆๆ"
"นั่นสิ พี่เบื่อจะตายแล้วเนี่ย" เขายอมรับ

น้ำใจที่หยิบยื่นให้โดยผู้รับไม่ต้องการ คือการเหนี่ยวรั้ง
ด้วยโซ่ตรวนที่เรียกว่าความเกรงใจ


"แล้วพี่เบื่อที่ผมถามคำถามพี่มั้ยครับ" ผมถามตามตรง ไม่อยากรบกวนจิตใจ
"สบายๆ ครับ คิดซะว่าเป็นรถของน้องเลย ฮ่าๆๆ"

เสียงหัวเราะลั่นรถ ผม เธอและป้าของเธอ เรากำลังไปเซนทรัลปิ่นเกล้า
ลืมไปเลยว่ารถติด ลืมไปเลยว่าพี่คนขับมีหนี้อีกหลายแสน

จะมีซักวินาทีมั้ยนะที่พี่เขาจะคิดว่ารถคันนี้เป็นของเขา หรือควรจะเป็นของเขา

การครอบครอง การเป็นเจ้าของ เป็นการถูกกักขังรูปแบบหนึ่ง


"แล้วพี่จะไปทำอะไรต่อล่ะครับ" ผมสงสัย
"อยากออกมอเตอร์ไซค์ซักคัน ทำโครงเหล็กพ่วงข้าง ขายข้าวแกงตอนกลางคืนแถวๆ เซนทรัลปิ่นเกล้า ขายให้คนเลิกงานจากห้างตอนสามสี่ทุ่ม ขายให้คนหิวตอนดึก จานละสิบห้าบาท พี่ว่าพี่อยู่ได้ สบายตัวกว่า"
"ห๊ะ ! พี่ทำกับข้าวเป็นด้วยหรอครับ"
"ทำเป็น เคยทำตอนเป็นทหาร อร่อยด้วยนะ"
"ข้าวที่ทหารทั้งค่ายกินหรอครับพี่ โอโห หม้อใหญ่น่าดู"
"ข้าวหมาน่ะ พี่ทำข้าวให้หมาในค่ายกิน ทั้งค่ายเลย"
"หมาแดกมั้ยครับ ข้าวพี่"
"จะไปเหลืออะไรล่ะครับ ฮ่าๆๆๆๆ"

ฮาอีกแล้ว ทำไมฮาขนาดนี้ มีแท็กซี่ที่ตลกขนาดนี้ด้วยหรือ

"แล้วเมียพี่ทำงานอะไรหรอครับ" พี่เขาตีไฟเลี้ยว เตรียมเข้าเซนทรัลฯ ผมรีบถามต่อ
"เมียพี่ก็ขายข้าว ทำกับพี่สาวเค้าน่ะ" เขาตอบ
"โอ้โห ครบวงจร อย่างงี้ก็รับเขามาขายได้เลยมั้ยครับ"
"ไม่หรอก พี่ก็มีสูตรของพี่ มีรสชาติที่พี่ชอบ ที่พี่อยากขายน่ะ"

ถึงที่หมาย รถจอด จ่ายค่าโดยสาร

"ไว้ซักวันผมจะมาอุดหนุนร้านข้าวพี่นะครับ ขอให้รถโดนยึดไวๆ ครับ
พี่จะได้เป็นอิสระซักที โชคดีนะคร้าบ"

"ขอบคุณมากครับน้อง มาเลยๆ อร่อยแน่นอน หมาแดกเรียบ ฮ่าๆๆๆๆ"

ขับแท็กซี่ยังฮาขนาดนี้ ขายข้าวจะฮาขนาดไหน ลูกค้าน่าจะเยอะชัวร์
เพราะพี่เขาคุยสนุก อารมณ์ดี มีลดมีแถมแน่ๆ

ปิดประตู พี่แท็กซี่ขับออกไป
เราสามคนเดินเข้าห้าง หัวเราะกันเหมือนคนบ้า

จบเรื่องเงาะ เรื่องคน ตอนต่อไปของชีวิตพี่เขาคือเรื่องข้าว

ข้าวแกงมอเตอร์ไซค์พ่วงหน้าเซนปิ่น
แดกเรียบทั้งคนทั้งหมา !!


SHARE
Written in this book
สัมภาษณ์ไม่นัดหมาย
คุยกับคนแปลกหน้า เรื่องความเป็นมาของชีวิต ความเป็นอยู่ของคนแต่ละอาชีพ
Writer
ProtoZua
Books and music
บ้างเพื่อบอกเล่า บ้างเพื่อบำบัดตน

Comments