เธอ - เนเธอร์แลนด์ - ก็อตซิลล่า
"เราอยากไปเนเธอร์แลนด์" เธอบอกผม ตักไอติมเข้าปาก "พูดจริงนะ ที่เนเธอร์แลนด์มีแกะ"

ผมวางมือลงบนโต๊ะ ดันตัวเองนั่งให้เข้าที่เข้าทาง "ไหนว่าจะไปเรียนทำอาหารที่ฝรั่งเศส"

"กอร์ดอง เบลอก็อยากเรียนแต่มันใช้ตังเยอะ และเราก็ยังไม่อยากเป็นแม่บ้านเข้าครัวให้ผู้ชายคนไหนด้วย อยู่เนเธอร์แลนด์สักปีน่าจะดีกว่า"

"น่าจะดี" ผมว่าตาม คิดถึงหนึ่งปีที่เธอไปอยู่ต่างประเทศแล้วโหวงเหวงชอบกล "ที่สวนผึ้งก็มีแกะนะ ไม่ต้องไปไกลถึงยุโรปด้วย"

"นั่นมันแกะไทย" เธอตอบโดยไม่ต้องคิด "เราอยากเห็นแกะต่างประเทศ"

นิวซีแลนด์ ออสเตรเลีย สวิสเซอร์แลนด์ มีดินแดนแกะให้เลือกตั้งมากมาย ทำไมเธอต้องเจาะจงเนเธอร์แลนด์ "ถ้ายูกันดามีแกะจะอยากไปมั้ย"

"ฉันอยากเห็นแกะเนเธอร์แลนด์ เคลียร์มั้ย" เธอปักช้อนลงในถ้วยไอศกรีมคุกกี้แอนด์ครีม ผมเพิ่งสังเกตว่าวันนี้เธอไม่กินไอติมรสมะนาว นอติฯไอโฟนเธอเด้ง เธอพิมพ์ตอบ ผมจึงมีเวลาดูมือถือของผมบ้าง มีข้อความส่งมา 2 อัน 

"hey" ณัฐพงษ์เพื่อนต่างมหา'ลัยทักมาเมื่อครึ่งชั่วโมงก่อน "Happy New Year haha" ณัฐพงษ์บอก

ผมปิดหน้าจอมือถือ นี่คือเดือนมิถุนายน และณัฐพงษ์ต้องใช้เวลากว่า 6 กว่าจะตอบข้อความ Happy New Year ของผม ระหว่างรอให้เธอแชทไลน์เสร็จ ผมกำลังพิจารณาอยู่ในหัวว่าควรจะอันเฟรนด์ณัฐพงษ์ดีมั้ย

"ที่เนเธอร์แลนด์มีกางหันลม" เธอว่าต่อ คว่ำมือถือลงบนโต๊ะ "มีทุ่งดอกทิวลิปด้วย"

"และในกรุงอัมสเตอร์ดัมก็มีผู้หญิงแก้ผ้าเต้นยั่วอยู่ในตู้กระจกให้ดูอีกต่างหาก"

"เรดไลท์ดิสทริคอะนะ" ตาเธอลุกวาว

"คงเหมือนถนนข้าวสารบ้านเรา" ผมเบ้ปาก

"อย่าเอามาเทียบ"

"ถามจริงทำไมอยากไปเรียนต่อที่นั่น"

"ไม่มีอะไร ใครๆ ก็อยากไปต่างประเทศ..."

"เรื่องแม็กซ์ใช่มั้ย"

"แม็กซ์ไหน" เธอทำตาใสแจ๋ว "แม็กซ์แวลูเหรอ หรือแมคโคร แมคโดนัล"

"ไอ้แม็..."

"แมคคาเดเมีย แมคอินทอช  แมดแม็กซ์"

"แม็กซ์คนที่คบกับสาวอังกฤษ" ผมพูดกลบ "เอาให้ชัดคือสาวอังกฤษชื่อแอนนาที่ใส่น้ำหอมเบอเบอรี่ แม็กซ์คนที่ขับรถเบนซ์ CLS แม็กซ์คนที่ไล่แฟนตัวเองลงรถเพราะเธอบังเอิญทำไอติมรสมะนาวหกใส่เบาะหนังแท้ราคาชุดละห้าหมื่นที่สั่งทำจากอิตาลี"

"แม็กซ์คนที่คบกันฉันมาแปดปี และตอนนี้มีชีวิตดี๊ดีอยู่ที่เนเธอร์แลนด์ พอใจรึยัง" เธอทิ้งช้อนใส่กระดาษทิชชู่และทิ้งหลังใส่โซฟา ผมรู้สึกผิดขึ้นมาทันที แต่ช่วงเวลาหลายปีที่ผ่านมาผมพบว่าบางครั้งความเงียบก็ให้ผลดีกว่าการบอกขอโทษ เธอพลิกไอโฟนดูและคว่ำกลับตามเดิม ผมล่วงมือถือออกมา เมื่อกี้ผมพิมพ์ตอบณัฐพงษ์ไปว่า "สุขสันต์วันเกิดย้อนหลังเพื่อน" ณัฐพงษ์ยังไม่อ่าน ผมสงสัยว่าต้องรออีก 6 เดือนรึเปล่ากว่าณัฐพงษ์จะตอบอีกครั้ง

ผมพับเรื่องณัฐพงษ์ เปิดดูรูปแกะในทุ่งหญ้าของเนเธอร์แลนด์

"แกะที่เนเธอร์แลนด์ไม่เห็นน่ารัก" ผมพูดในที่สุด

เธอนิ่งไม่ขยับ มีเพียงความคิดในแววตาที่เคลื่อนไหวเหมือนเปลวเทียนถูกลมพัด เหม่อมองไปนอกร้านด้วยดวงตาสีน้ำตาลเศร้า เมื่อก่อนตาเธอไม่ได้เป็นแบบนี้ ช่วงที่เราเจอกันใหม่ๆ ตาเธอเป็นประกายและเธอจะพล่ามเรื่องอยากไปเที่ยวญี่ปุ่นไม่หยุด "ญี่ปุ่นเลยนะ!" เสียงเธอยังติดอยู่ในหู ไม่กี่เดือนต่อมาเธอก็บินไปญี่ปุ่นกับแม็กซ์ ถ่ายรูปกับต้นซากุระ ทาโกยากิ ซูชิปลาไหลแล้วก็บินกลับไทย ทิ้งความอิจฉาให้เป็นภาระของเพื่อนๆ ในเฟซบุ๊กของเธอ จากนั้นเธอก็เริ่มวางแผนไปเที่ยวประเทศต่างๆ "เราอยากสะสมประเทศ" โดยมีแม็กซ์เป็นตากล้องและคนหิ้วกระเป๋าให้เธอ ชีวิตโลดแล่นอยู่ได้ปีกว่าๆ มีประเทศอีกหลายสิบในลิสต์ที่เธอกับเขาอยากไป แต่พ่อเธอกลับล้มป่วย อัมพาต เงินที่ควรจะเป็นตั๋วเครื่องบินและที่พักของเธอในสวิสเซอร์แลนด์จึงกลายเป็นเงินค่ารักษาพยาบาลของพ่อแทน

และแม็กซ์ก็เลิกกับเธอ

ไม่แฟร์ ผมคิดในตอนแรก "แม็กซ์ควรจะดูแลเธอ" ผมบอกเธอด้วยแก้วเบียร์ในมือ "มันควรจะดูแลเธอ" แต่แม็กซ์ไม่ได้คิดแบบผม ในช่วงเวลายากลำบากของพลอยเขาออกเดินทางไปเนเธอร์แลนด์เพียงลำพัง บนเครื่องบิน ที่นั่งข้างๆ เขาคือสาวอังกฤษฉีดน้ำหอมเบอเบอรี่ เธอคนนี้สวยเทียบพลอยไม่ได้ แต่มีไลฟ์สไตล์ชอบ 'สะสมประเทศ' เหมือนกับเขา ที่สำคัญเธอไม่ขัดสนเรื่องเงิน เธอสามารถเที่ยวในระดับเดียวกับที่แม็กซ์อยากเที่ยว กินในระดับเดียวกับที่แม็กซ์อยากกิน และช็อปในระดับเดียวกับที่แม็กซ์อยากช็อป ซึ่งสิ่งเหล่านี้พลอยไม่เคยเติมเต็มให้เขาได้ 

พอลงเครื่องสาวอังกฤษก็อาสาพาแม็กซ์เที่ยวอัมสเตอร์ดัม สองหนุ่มสาวเดินล้วงกระเป๋าริมคลองยามค่ำ จิบแชมเปญที่มีรสเหมือนดวงดาว และจูบกันใต้แสงไฟ

เรื่องราวการนอกใจแฟนสุดโรแมนติก 

แม็กซ์เล่าทั้งหมดนี้ให้พลอยฟังบนดาดฟ้าโรงแรม ค่ำคืนสวยงามแสนเจ็บปวดที่พลอยตั้งชื่อให้มันว่า "มื้อสุดท้าย" เขากุมมือเธอ ขอโทษ และอวยพรให้เธอโชคดี "พลอยเป็นคนดี แม็กซ์เชื่อว่าพลอยต้องได้เจอคนดีๆ"

ตอนพลอยเล่าเรื่องนี้ให้ฟังผมโกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยง อยากจะบุกไปถึงบ้านมันแล้วเขวี้ยงถ้วยบัวลอยใส่หน้า แต่มานึกดูตอนนี้ผมไม่แน่ใจว่าแม็กซ์ไม่แฟร์กับพลอยจริงรึเปล่า ถ้าชีวิตแม็กซ์คือการท่องเที่ยว และถ้าเขาต้องคบกับพลอยทั้งๆ ที่เธอตอบโจทย์ชีวิตเขาไม่ได้ บางทีการคบกับพลอยก็อาจจะไม่แฟร์สำหรับแม็กซ์เหมือนกัน ใครๆ ก็อยากมีชีวิตที่มีความสุขกันทั้งนั้น

อาจจะไม่แฟร์สำหรับทั้งคู่ และอาจจะไม่แฟร์สำหรับผมด้วย

ไม่ต้องสงสัยเลย พลอยเป็นผู้หญิงสวย ความงามของเธอทำผู้ชายหัวใจสลายมานับไม่ถ้วน แม็กซ์เป็นคนแรกที่ครองหัวใจเธอได้ เขาเอามันไปดูแล ให้ความอบอุ่น และโยนมันทิ้งในวันที่เขาตัดสินใจย้ายไปอยู่เนเธอร์แลนด์เพื่อดูแลหัวใจดวงใหม่ คนที่นั่งอยู่ในร้านไอติมกับผมวันนี้ยังเป็นพลอยคนเดิม เพิ่มเติมคือแผลในหัวใจ

"ในเฟซบุ๊กมีแต่คนได้ไปต่างประเทศ" อยู่ๆ เธอก็กลับมาอยู่ที่โต๊ะ นิ้วมือเรียวยาวกับฝ่ามือบอบบางวางบนแก้มขณะก้มลงตักไอติม "แจมเพิ่งกลับมาจากอิตาลี"

"อื้อ" ผมขานรับ

"พูดอะไรสักอย่างสิ"

"อิตาลีไม่เห็นมีไร ตึกสวยอย่างเดียว"

"ก็เธอเคยไปแล้วนี่"

"ก็ถึงบอกได้ว่ามันไม่มีอะไรไง" ผมเลิกคิ้ว

"ถ้าฉันมีเงินไปต่างประเทศได้เรื่อยๆ ชีวิตฉันคงดีกว่านี้"

"คิดอย่างนี้คนที่ไม่เคยไปต่างประเทศก็ไม่มีทางความสุขเลยสิ"

"มันไม่เกี่ยวกับคนอื่น ความสุขคนเรามันไม่เหมือนกัน ความสุขของคนอื่นจะเป็นอะไรฉันไม่รู้ แต่ความสุขของฉันคือการได้เที่ยวต่างประเทศ"

"ความสุขของเธอนี่ราคาแพงจริงๆ"

เธอกอดอก ดูเหมือนอยากจะสวนอะไรมาสักคำแต่คิดคำพูดไม่ออก

"ไว้มีตังเมื่อไหร่ค่อยไปก็ได้" ผมผ่อนเสียงลง

"กว่าจะได้ไปตานั่นก็แต่งงานกับยัยสาวเบอเบอรี่ไปแล้ว"

"งั้นก็หาแฟนใหม่ ผู้ชายไม่ได้มีคนเดียวบนโลก" ผู้หญิงก็ไม่ได้มีคนเดียวบนโลกเหมือนกัน ผมบอกตัวเอง จิบน้ำเปล่าเพื่อกลบความรู้สึกอะไรก็ตามที่อาจปรากฏบนใบหน้า

"เธอว่า..." เธอมองผมด้วยตาสีน้ำตาลกลมโต ดวงตาที่ทำให้ผู้ชายอกสามศอกใจสลาย "ถ้าก็อตซิลล่าบุกร้านที่เรานั่งอยู่ตอนนี้เธอจะทำไง"

ก็อตซิลล่าเนี่ยนะ "ก็อตซิลล่าบ้าไรบุกร้านไอติม"

"ก็สมมติไงค่ะ สมมติ"

"พลอยล่ะจะทำยังไง" ผมยิงกลับ 

"เราเหรอ" คิ้วเรียงบางของเธอขมวดมุ่น เธอตักไอติมเข้าปาก คาบช้อนไว้ หรี่ตาคิด "ถ้าก็อตซิลล่ามา ฉันหนีไม่พ้นแน่เลย และถ้าฉันต้องตายตอนนี้...ฉันคงเสียดายเพราะยังกินไอติมไม่หมด (ถ้วยละตั้งสองร้อยแหนะ) เสียดายที่เศร้าอยู่ตั้งหลายเดือน ไม่รู้สิ...อาจจะเลิกคิดเรื่องเที่ยวต่างประเทศด้วย เห็นใครๆ ก็ได้ไปกันแล้วฉันจิตตกยังไงไม่รู้...ฉันว่าฉันควรจะมีความสุขมากกว่านี้"

"พลอยควรจะมีความสุขมากกว่านี้" 

เธอมองผมด้วยดวงตาที่ทำให้ผู้ชายใจสลายอีกครั้ง "ตาเธอตอบแล้ว" เธอพูด

ผมจะทำยังไง...ถ้าก็อตซิลล่ามาบุกร้านไอติมผมคงเป็นคนแรกๆ ที่โดนเหยียบตาย...มีอะไรอีกตั้งหลายอย่างยังไม่ได้ทำในชีวิต ถ้าเกิดเหตุการณ์แบบนั้นขึ้นจริงๆ สิ่งแรกที่ผมจะทำคือแชทบอกณัฐพงษ์ว่าไม่ต้องพิมพ์ตอบกลับมาแล้ว และผมจะจูงแขนเธอวิ่งหนีออกจากร้าน...วิ่งเป็นภาพสโลวโมชั่น ดึงเธอหลบระเบิดจากร้านขนมปังข้างๆ เศษขนมปังปลิวว่อน ผมกอดเธอไว้ในอ้อมแขน ปกป้องเธอจากสะเก็ดขนมปัง...จะสบตากับเธอตรงๆ และบอกความรู้สึกที่มีให้เธอรู้...แล้วผมจะรีบหันหลัง คำตอบของเธอคือสิ่งที่ผมไม่อยากฟัง...ผมจะชักดาบออกมา หันไปประจัญหน้ากับก็อตซิลล่าตัวใหญ่ยักษ์...ตายอย่างวีรบุรุษ

หรือบางทีผมอาจจะปล่อยให้เธอถูกก็อตซิลล่าทับตายอยู่ที่นี่ "เราจะไม่มีวันคบกับเธอ" เธอบอกผมเมื่อสามเดือนก่อน

ตอนนั้นเราก็อยู่ในร้านไอติมร้านนี้ เก้าอี้ตัวนี้ ไอติมรสมะนาว ฝนตกอยู่นอกหน้าต่าง เธอเพิ่งเลิกกับแม็กซ์มาไม่นาน คืนนั้นเธอพูดว่าเธอไม่อยากมีชีวิตอีกแล้ว แปดปีที่ผ่านมาเธอมีแต่แม็กซ์ ตอนนี้เธอไม่เหลือใคร ผมบอกว่าเธอยังมีผม และผมก็เผลอพูดความในใจออกไป "เราก็ชอบเธอ" เธอตอบหลังจากนิ่งไปหลายวินาที ระหว่างรอคำพูดต่อไปหัวใจผมเต้นไม่เป็นจังหวะ "แต่เราจะไม่มีวันคบกับเธอ" หัวใจผมหยุดเต้น "เพราะเรารู้ว่าถ้าเราสองคนคบกันเราจะเสียเธอไป...และเราไม่อยากเสียเธอไป"

สามเดือนต่อมาเรายังมากินไอติมด้วยกันที่ร้านนี้ นี่เป็นครั้งแรกที่เธอไม่กินไอติมรสมะนาว เธอยังไม่เสียผมไป...และเธอก็ถามผมว่าถ้าก็อตซิลล่าบุกร้านไอติมผมจะทำยังไง

######################

แรงบันดาลใจจากความรักของ Taylor Swift กับ รอน วีสลีย์ เอ้ย Ed Sheeran
SHARE

Comments

nxtthxrikx
3 years ago
อ่านแล้วรู้สึกเหงาจังค่ะ(สำหรับคนนกๆอย่างเรา555555555)
Reply
niji
3 years ago
ชอบตรงกลางเรื่อง สะท้อนสังคมสมัยนี้ได้ดีมาก
Reply
Sunflower38
3 years ago
เพราะรู้ว่าถ้าเราคบกันเราจะเสียเธอไป ;___; ใช่เลยยยย โดนมากประโยคนี้ 5555
Reply
Deux
3 years ago
แกะ swiss หน้าตาดีกว่าแกะไทยจริงๆ
Reply