เชียงใหม่กับการเดินทางในโลกอดีตของเธอ

อาเขต...
 
หลังจากที่นั่งหลังขดหลังแข็งเป็นเวลากว่า 3 ชั่วโมงในรถประจำทางเที่ยวเแรกที่ลงมาจากเชียงรายในเช้าตรู่ ในที่สุด ผมก็ได้มาถึงเมืองที่ผมสุดแสนจะคิดถึงซักที


เชียงใหม่
 
เมืองที่ฝันมาตลอดชีวิตว่าจะได้มีโอกาสมาอยู่เป็นพลเมืองซักคนของเมืองที่เป็นรากเหง้าของตัวเองนี้แล้ว เสียงรอบๆข้างที่ดังอื้ออึงไม่ได้ศัพท์ ผู้คนรอบข้างสื่อสารกันด้วยภาษาของแม่ที่ผมเคยคุ้นเคยข้ามหัวกันไปมา ถามไถ่ราคาค่ารถกันขโมงโฉงเฉง บรรยากาศที่กำลังบอกว่าถึงเมืองของแม่ละนะ ความสุขที่รู้สึกว่าได้กลับมาในอ้อมกอดอุ่นๆของใครซักคนที่ผมมองไม่เห็นตัว ทำให้โสตประสาตที่เหลือ เปิดรับความนุ่มละมุนของบรรยากาศยามเช้า ที่มีกลิ่นหอมเฉพาะของมัน ให้สูดกลิ่นเข้ามาเต็มปอดอย่างชื่นใจ


เมืองของเธอและเขา
 
ในช่วงเวลาที่กำลังดื่มด่ำกับบรรยากาศความสุขที่ได้กลับมาบ้าน ความคิดแว่บหนึ่งก็เบียดเสียดแทรกตัวเข้ามาในหัว ที่นี่ไม่ใช่เป็นเพียงเมืองของแม่ แต่ยังเป็นเมืองเธอและเขา เธอที่เคยเป็นผู้หญิงที่รักมากของผมเมื่อเธอมากรุงเทพ และเป็นที่รักมากของเขายามที่เธออยู่เชียงใหม่ แล้วความรู้สึกแปลกนี้ก็ดันเข้ามาแทรกตัวอยู่ในบรรยากาศเมืองของแม่ทันที เชียงใหม่ ณ ชั่วโมงนี้มันไม่ใช่เมืองที่มีเสน่ห์อย่างที่ผมรู้จักอีกต่อไป มันเคยเป็นเมืองที่เคยให้ความสุขทุกครั้งที่ได้มาเหยียบ แต่บัดนี้ก็กลายเป็นเมืองที่มีความเจ็บปวดของผมอยู่ในสถานที่ต่างๆ ที่สามารถรู้สึกได้ตามถนนหนทาง หรือแม้แต่ใบไม้ที่ไหวปลิวเมื่อต้องแรงลม ก็ยังพลิกตัวไปมาเหมือนดวงตาเป็นร้อยเป็นพันดวงที่จ้องมองคนแปลกถิ่นที่ย่างเท้าเข้ามาในเมืองหวงห้าม ผมรู้สึกเหมือนกับขโมยคนหนึ่งที่ย่องกลับมาที่บ้านของเจ้าทรัพย์ สิ่งมีค่าที่ครั้งนั้นผมเคยทึกทักเอาเองว่าไม่มีเจ้าของ และฝันลมๆแล้งๆว่าพระเจ้าคงเมตตาสงสารชีวิตที่แห้งผากเลยส่งคนแบบที่ตามหามาชั่วชีวิตมาให้เสียที แล้วท้ายสุดพระเจ้าองค์นั้นก็แวะมาบอกว่า แหะๆยืมเค้ามา ก่อนจะมาเอาเธอไปเพื่อส่งคืนให้เจ้าของที่แท้จริงเหมือนเดิม


บ้วน อัง เส็ง
 
ในที่สุด ...ผมก็มาถึง หลังจากใช้เวลาเกือบชั่วโมงในการคลำหาเส้นทางกับมอเตอไซค์คันเล็กๆ ฝ่าฝนที่ตกปรอยๆตลอดเส้นทางในช่วงต้นฤดูฝนที่กำลังย่างก้าวเข้ามา ความพยายามที่ไม่ยอมแพ้เส้นทางที่สลับซับซ้อน จนได้มายืนอยู่หน้าตึกสีเทาๆที่เพิ่งสร้างใหม่และดูคงจะยังไม่เสร็จทั้งหมดเอาง่ายๆ ตึกบนถนนเล็กๆที่ซ่อนตัวจากความเจริญทั้งปวงอย่างที่ไม่ต้องการถูกรบกวน ราวกับผู้สร้างตึกตั้งใจที่จะเล่นซ่อนหาเพื่อท้าทายคนที่มีความพยายามอย่างสูงส่งที่จะตามหามันเจอ เหมือนตามหาเจ้าหญิงบนภูเขาสูง

ร้านขนมของเธออยู่ที่นี่ สถานที่ที่อยู่ในใจผมมาตลอดว่าครั้งหนึ่งในชีวิตผมอยากจะมีโอกาสได้มายืนอยู่ตรงนี้ กิจการแรกของเธอที่ปัญหาของมันกลายมาเป็นบทสนทนาบทแรกระหว่างเรา จุดเริ่มต้นของเรื่องราวความรักที่เร้นลับ แต่สลายตัวจากไปอย่างรวดเร็วราวกับสายหมอกยามเช้าที่ผ่านมาเพื่อทำให้รู้สึกเหมือนอยู่ในความฝันไปชั่วขณะ แล้วแสงความร้อนจากดวงอาทิตย์ก็ลุกขึ้นมาสาดส่องให้เห็นความจริงชัดขึ้น หมอกทั้งหลายก็ถึงเวลาที่ต้องอันตรธารหายไป เหลือแต่เพียงหยดน้ำเล็กๆพร่างพรายซึ่งไม่รู้ว่าเป็นหยดน้ำตาของใคร เหนี่ยวเกาะอยู่กับยอดใบไม้และพร้อมจะตกลงหายละลายไปกับพื้นดินเบื้องล่าง

“สนใจจะเช่าเหรอครับ” เสียงผู้ชายคนหนึ่งดังขึ้นที่ด้านหลัง ดึงผมออกมาจากห้วงอดีต ให้กลับมาอยู่กับปัจจุบันอีกครั้ง ผมหันกลับไปมองเจ้าของเสียงนั้น ชายวัยกลางคนรูปร่างสันทัด แนะนำตัวว่าเป็นผู้ดูแลที่นี่

“เจ้าของร้านไปเมืองนอกน่ะครับ เลยปิดร้านนี้แล้วย้ายออกไปตั้งแต่เดือนที่แล้ว” ชายผู้ดูแลตึกเล่าต่อ

ผมมองชายเฝ้าตึกคนนั้นพร้อมกับรอยยิ้มที่มุมปาก ผมขำท่าทางซื่อๆแบบชาวบ้านของเขาที่พร้อมจะเชื่อทุกคำบอกเล่าบนโลกนี้

ไปเมืองนอก วาทกรรมที่ผมเคยได้ยินบ่อยๆ เวลาที่อาเจ่กเพื่อนๆพ่อทำธุรกิจแล้วเจ๊งก็จะเที่ยวบอกคนว่า เบื่อ ไม่ทำละ จะไปอยู่เมืองนอก แล้วมักไปเจอกำลังนั่งซดมิ้วเชคอยู่แถวเยาวราช แต่ก็ไม่ผิดนิ มันคือ China Town แต่ผมขำว่ายังมีคนเล่นมุกแบบนี้อยู่อีก

ชายดูแลตึกพาผมเข้าไปในห้องว่างๆสีเทา ร้านขนมของเธอที่เคยมีชีวิตชีวาอย่างที่ผมเคยเห็นในรูปที่เธอเคยเอามาอวด ตอนนี้เหลือเพียงแต่ห้องสี่เหลี่ยมเปล่าๆ พนังยังคงสีเดิมๆอย่างที่ผมเคยเห็นในรูป ผมกวาดตามองไปรอบๆห้อง พลางจินตนาการไปว่า ณ ตอนนั้น ตอนที่เธอยืนทำขนมอยู่ตรงนั้น เธอจะรู้สึกยังไง ลูกค้าที่เข้ามานั่ง พนักงานเสริฟ์ บรรยากาศความมีชีวิตชีวาในเวลานั้น เป็นสิ่งที่ผมรู้สึกเสียดายที่ไม่มีโอกาสได้เห็น กว่าจะตัดสินใจมาที่นี่ตามคำชวนของเธอ มันก็สายเกินไปแล้ว เรื่องราวระหว่างเราจบไปแล้ว เรากลายเป็นคนที่ไม่เคยรู้จักกันอีกต่อไป ไม่มีแม้แต่ความอยากที่จะรับรู้ว่าบนโลกใบนี้ยังมีคนอีกคนที่เคยพร่ำบอกรักกัน กอดกันแน่นจนแทบไม่ยอมปล่อยให้อีกคนจากไปทุกครั้งที่ผมไปส่งเธอขึ้นรถไปเชียงใหม่ การจากกันแต่ละครั้งเราโบกมือให้กัน ส่งสายตาบอกรักกัน ยิ้มให้กัน จนกระทั่งรถคันนั้นเคลื่อนตัวพาเธอหายลับไปจากสายตา เวลาของความสุขมันช่างหมุนเร็วซะจนผมไม่เคยที่จะตามมันได้ทันเสมอ

ผมนั่งคุยกับคนดูแลตึกอีกพักใหญ่ เรานั่งคุยกันหลายๆเรื่องเกี่ยวกับเธอ ชีวิตประจำวันของเธอ เพื่อนฝูงของเธอ และสิ่งต่างๆมากมายที่รายละเอียดบางอย่างที่ผมไม่เคยได้ยินจากปากเธอ ผมนั่งดื่มด่ำกับเรื่องราวที่เป็นความหลังมากมายอย่างนั้นอยู่พักใหญ่ ราวกับได้มาฟังเรื่องราวของบุคคลสำคัญที่เคยมีชีวิตอยู่ที่นี่และได้จากโลกนี้ไปแล้ว มันเป็นสุสานแห่งความหลัง ความทรงจำที่ไม่สามารถเห็นได้ด้วยตา แต่ได้จากคำบอกเล่าที่ค่อยๆปะติดปะต่อจนกลายมาเป็นภาพในจินตนาการ ภาพที่ทำให้ผมนั่งอมยิ้มได้ตลอดเวลาขณะที่ขี่มอเตอไซค์กลับออกมาจากสถานที่นั้น กลิ่นขนมที่เธออบในเตายังคงตามติดจมูกผมออกมาด้วยพักใหญ่ๆ

ในความสัมพันธ์ของคนสองคน ความรักมีราคาไม่เท่ากัน ตามปริมาณความรักตัวเองมากน้อยของแต่ละคน บางคนตัดง่าย ลืมได้ง่าย เพราะเค้าให้ค่ากับความรักนั้นต่ำ ตรงข้ามกับคนที่ลืมยากและยังตัดไม่ได้ เพราะเค้าทุ่มเทให้กับความรักครั้งนั้นอย่างมหาศาล
 
“ไม่เข้าใจ แกทำไปเพื่อไรวะ” 
Stephen เพื่อนชาวอังกฤษถามผมในสิ่งที่ผมเพิ่งไปทำมา มันคงเป็นสิ่งที่ฝรั่งไม่ชิน สำหรับฝรั่ง จบคือจบ เลิกคือเลิก แต่ผมมีมุมคิดต่างจากนั้น ผมอยากรู้ว่า อะไรทำให้ผมพลาด ผมเป็นคนระวังตัวมาก รักคนยาก สามารถมีเดทกับผู้หญิงได้เป็นสิบโดยไม่รักเลยได้ แต่คราวนี้แพ้ราบคาบ เธอคงมีอิทฤทธิ์อะไรซักอย่างแน่ๆ

“ภาพในหัวมันต่อกันไม่ครบน่ะ” 
ผมบอกเพื่อน ตลอดเวลาที่ผมคบกับเธอ ผมเชื่อในทุกสิ่งที่เธอเล่าโดยไม่เคยตรวจสอบอะไร คงเป็นเพราะผมไว้ใจเธอเร็วเกิน และเธอก็ดูใสๆซื่อๆให้รู้สึกไม่ต้องระวังตัว ภาพในหัวผมคือภาพที่เธอบอกเล่า แต่ภาพในความจริงมันยังดูขาดๆแปลกๆ เคยมีคนบอกผมว่าอยากรู้เบื้องลึกของคน อย่าสนใจสิ่งที่คนพูด ให้ดูการกระทำ  เพื่อนฝูงที่เธอมีและที่ที่เธออยู่ ผมเลยอยากมาหาจิ๊กซอส่วนที่ขาดไปเพื่อจะได้เห็นภาพจริง ถ้าจะให้สารภาพตามตรงคือ ผมยังคิดถึงเธออยู่ตลอดเวลา แต่ผมก็ยังอยากรู้ว่าการที่เธอเป็นแบบนี้ เกิดจากปัจจัยอะไร ผมมองเรื่องความรักไม่ใช่แค่เรื่องความรู้สึก แต่มองไปในเชิงวิทยาศาสตร์ด้วย เคมี ฮอร์โมน พฤติกรรมเพื่อความอยู่รอด ส่งผลให้เธอต้องเลือกเป็นในแบบที่เธอเป็นหรือเปล่า ถ้าบทสรุปมันออกมาชัดเจนได้ ผมจะได้มีคำตอบให้ตัวเองเพื่อให้เลิกคิดถึงเธอซักที


Boy Friend Café
 
ผมผลักประตูเข้าไปในร้านกาแฟเล็กๆแห่งหนึ่ง มีแขกนั่งทานพาสต้าอยู่ที่บาร์ 2-3 คน ไม่มีคนเสริฟคนอื่น มีแต่เด็กที่เคาท์เตอร์อยู่คนเดียว ร้านแต่งแบบบ้านๆ หาค่อนยากทีเดียวแถมมาตั้งอยู่ในดงที่ดูเหมือนจะเป็นหมู่บ้านการ์ตูนที่มีทั้งศิลปิน บริษัทออกแบบต่างๆมาสุมกันอยู่ที่นี่ท่ามกลางดงหญ้ารกครึ้มที่ไม่มีใครตัด และโกดังสภาพพุพังที่ดูเหมือนจะเป็นที่เก็บงานศิลปะอะไรซักอย่าง

ร้านนี้ทำอาหารอิตาเลี่ยนแบบ home made เจ้าของคงไม่ชอบทำงานออฟฟิศเลยอยากมีความรู้สึกว่าทำงานที่บ้าน ร้านอาหารที่มีรูปร่างหน้าตาเหมือนห้องครัวในบ้านผมมาก

ร้านนี้เป็นร้านของเพื่อนสนิทเธอ เจ้าของร้านไม่รู้จักผมหรอก ผมไม่เคยมีตัวตนในชีวิตเธอ ไม่เคยแม้จะถ่ายรูปคู่กันตอนที่ไปเที่ยวด้วยกัน เธอให้เหตุผลว่าคนที่ชอบถ่ายรูป selfie สำหรับเธอดูเป็นคนไม่ค่อยฉลาด ผมเลยตามใจเธอ แต่ตอนนี้ผมเพิ่งจะเริ่มเข้าใจเธอแล้วว่าทำไม มันจึงเป็นการง่ายที่ผมจะเริ่มเปิดบทสนทนากับเจ้าของร้านได้ง่ายเมื่อเธอมาถึง โดยเธอไม่สงสัยอะไร

“หนูหนีตามแฟนมาค่ะพี่” เจ้าของร้านเริ่มเล่าชีวิตเธอให้ผมฟัง “ทุกวันนี้พ่อหนูยังเคืองหนูอยู่เลย” เธอเล่าชีวิตเธอต่อไปเรื่อยๆหลังจากที่ซดกาแฟกันหมดไปหนึ่งแก้ว กาแฟดีๆก็ช่วยละลายพฤติกรรมได้ดีกว่าเหล้าเบียร์อีก

“อยู่กรุงเทพฯมันไม่สะดวกอ่ะพี่ พ่อแม่ก็มี หนูก็ต้องกลับบ้านทุกคืน จะมีไรกะแฟนก็ต้องโกหกพ่อแม่ว่าไปค้างกะเพื่อน แฟนหนูก็อยู่เชียงใหม่ สาวๆสวยๆเยอะ หนูเลยตามมาคุมเลยดีกว่าจะได้สบายใจ จะทำอะไรก็ไม่มีพ่อแม่รู้ บอกเค้าว่าได้งานที่นี่ เค้าจะได้ไม่ถามมาก”

สาวเจ้าของร้านกาแฟเพื่อนสนิทของเธอเล่าให้ผมฟังแบบตรงๆ ซึ่งไม่ได้เป็นเรื่องแปลกอะไร ในยุคที่ความคิดแบบตะวันตกกำลังเข้ามาแทรกอยู่ในมุมมองชีวิตและสังคมที่เปลี่ยนไปตามทางนั้นเรื่อยๆ คนรุ่นใหม่ก็คงอยากมีอิสระมากขึ้น แต่ก็คงจะไม่สะดวกมากถ้าจะทำแบบชีวิตเมืองนอก ในเมืองที่มีครอบครัว เพื่อนฝูงพ่อแม่อยู่เต็มเมืองขนาดนั้น สังคมเรายังมีความเป็นไทยเป็นพื้นฐานอยู่ ซึ่งอาจจะทำให้คนหัวฝรั่งออกจะอึดอัด เลยต้องมุ่งมาเมืองที่ไกลหูไกลตาหน่อย สิ่งที่สาวเจ้าของร้านกาแฟเล่า ทำให้ผมเริ่มเข้าใจการมาอยู่เชียงใหม่ของเธอคนนั้นดีขึ้นเรื่อยๆ เธอเคยบอกว่าแฟน (เคยเก่า )ของเธอเจ้าชู้มาก ทำให้เธอเสียใจบ่อยๆ นี่ก็คงเป็นเหตุผลที่เธอต้องขึ้นมาคุมเขาถึงเชียงใหม่

ผมเดินออกจากร้านกาแฟ หลังจากที่นั่งฟังสาวเจ้าของร้านเล่าเรื่องเธอ แฟนเก่า สาวเชียงใหม่ มากมายให้ฟัง จิ๊กซอในหัวผมมันเริ่มชัดขึ้นเรื่อยๆ ผมเริ่มขำกับความผิดพลาดของตัวเองแต่ก็เข้าใจเธอมากขึ้น สิ่งที่เธอเล่ากับเสียงหลายๆเสียงในเชียงใหม่มันทำให้ผมเริ่มได้ข้อสรุปของเรื่องราว เหตุและผลที่เกิดขึ้น แต่จิ๊กซอตัวสำคัญที่สุดที่จะทำให้เรื่องนี้สมบูรณ์เหลืออีกตัวเดียว ซึ่งผมกำลังบึ่งรถไปหาเขาคนนั้น

แฟนของเธอ....

SHARE
Writer
Imagist
Imagination has no limite
เป็นคนโลกสวย รักทุกคน รักดินร่วน น้ำตกเหวนรก ก้อนเมฆ ดอกหญ้า อ่องซาน คานธี และแมวดำ

Comments

McPITCH
3 years ago
หืมมม ปกปืนไปด้วยไหมมม 

กลับมาคราวนี้ ปัง มากครับบบ ติดตามๆ
Reply
Imagist
3 years ago
อย่าเลยครับ แฟนเธอน่ารักออก 😄
Wanangkarn
3 years ago
โดน! หลายประโยคเลยค่ะ โดน! กับประสบการณ์รวดร้าวเพราะทุกที่ในเชียงใหม่ล้วนมีความทรงจำ
Reply
Imagist
3 years ago
shot ต่อไปสะเทือนใจกว่านี้เยอะครับ...
Wanangkarn
3 years ago
จัดมาค่ะ รอๆ
ssindahut
3 years ago
ใช่ร้านขนมใต้หอบ้วน อัง เส็ง ป่าวคะ เหมือนโลกจะกลม เพราะเคยแวะไปกินอยู่ อร่อยยยย555555555
Reply
Imagist
3 years ago
อะไรอร่อยครับ
ssindahut
3 years ago
เค้กค่ะ
Reply
Imagist
3 years ago
ดีนะครับที่มีโอกาสได้ทาน 😄
lulla
3 years ago
ตรงข้ามกับคนที่ลืมยากและยังตัดไม่ได้ เพราะเค้าทุ่มเทให้กับความรักครั้งนั้นอย่างมหาศาล...แง่มๆ
Reply
Imagist
3 years ago
เห็นด้วยป่ะครับ