จำได้ไหม ว่า เราเคยแลกรูปกันในวันหนึ่ง
คุณจำได้ไหมคะ ว่ายุคหนึ่ง เราเคยขอรูปถ่ายใบๆ ของเพื่อนเอาไว้ดูต่างหน้า
ยุคนั้น สตูดิโอถ่ายภาพ แบบมีอุปกรณ์ประกอบกำลัง บูมแบบบ้าคลั่ง
ลองนึกๆดู  รู้สึกว่า จะมาฮิตกัน หลังยุคตู้สติกเกอร์นิดหน่อย

ฉันกับเพื่อนอีกหลายคน เคยใช้เวลาหลังเลิกเรียนพิเศษ ต่อรถ ไปที่สยาม เพื่อถ่ายรูปที่สตูดิโอ
อันที่จริง ต่างจังหวัดบ้านเกิดของพวกเรา ก็มีร้านทำนองนี้อยู่เหมือนกัน
แต่ว่าการจัดแสง การตกแต่งมุมต่างๆ มันไม่เก๋ และไม่หลากหลายเท่าที่กรุงเทพ

เมื่อถึงร้าน พวกเราต่างตื่นเต้นกับการเลือกพร็อบ เลือกมุมที่เราจะถ่ายรูป 
พวกเราเลือกแพคเกจถ่ายรูป แล้วแต่กำลังทรัพย์และจำนวนเพื่อน

ก่อนช่างภาพจะลั่น ชัตเตอร์ พวกเราแย่งกันอยู่ในมุมที่เราคิดว่า หน้าตาของเราจะออกมาดีที่สุด 
พวกเราเลือกถืออุปกรณ์ประกอบ ที่จะทำให้เราดูน่ารัก และสร้างสรรค์ที่สุด
จำนวนรูปที่เลือกได้ตามแพคเกจ มักดูน้อยไปเสมอ

ในจังหวะที่ช่างภาพกดชัตเตอร์ มันช่างเป็นช่วงเวลาที่ทำให้ฉันรู้สึกว่า                     ฉันทั้งสวยและน่ารัก เหมือนกับดารา นางแบบในนิตยสารวัยรุ่นรายปักษ์ 
ที่เราชอบยืมกันอ่านในห้องเรียน   แชะ !
มันช่างสนุกสนาน เเตกต่างกับการเข้าร้านถ่ายรูปเพื่อไปถ่ายรูปติดบัตร โดยสิ้นเชิง  แชะ !
หันมาทางนี้นิดนึงค่ะ น่ารักมากเลย ใส่หมวกไหม ถืออันนี้หน่อยดีกว่า แชะ !
ฉันไม่รู้หรอกว่า ช่างภาพเห็นอะไรในกล้อง ภาพมันจะออกมาดีจริงๆไหม

เสร็จแล้ว  คนต่อไปค่ะ 
...... เอ่อ 
ฉันมองดอกไม้ที่เพื่อนคนถัดจากฉัน กำลังถือถ่ายรูป 
และมองหมวกใบใหญ่โต ที่เพื่อนสวมเอาไว้ 
ไหนจะแว่นตากรอบสีชมพูนั่นอีก  สีสันเยอะแยะได้อย่างไม่น่าเชื่อ  
ประกอบกับ การทำท่าของเพื่อน ช่างดูมืออาชีพเสียจนฉันอยากจะขอถ่ายใหม่อีกรอบ 
เพื่อเเก้ไขความเก้กังของตัวเองเมื่อสักครู่

พอจบพิธีการถ่ายรูปเดี่ยวและรูปรวม
ก็จะมาถึงการ  เลือกอัดรูป  มันคือ การช่วงชิงจังหวะที่สำคัญมาก  
ถ้าใครขี้เกรงใจ ก็จะโดนเพื่อนชิงเลือกรูปรวมที่มันดูดีและเราตาปรือไปอัด 
  
วันนั้น พวกเราเดินวนเวียนอย่างตื่นเต้น ในสยาม ประมาณสอง สามชั่วโมง เพื่อรอรับรูปถ่าย
เมื่อได้เวลารับรูป พวกเราก็เบียดเสียดเข้าไปยืนอัดกันในร้านถ่ายรูป ที่มีหน้าร้านแคบๆ เล็กๆ 
ทยอยหยิบเงินออกจากกระเป๋าสตางค์ ใบเล็กๆ ยื่นให้พนักงาน
พนักงานยิ้มรับ  แล้วยื่นซองพลาสติกใส่รูปที่ตัดเรียบร้อยเเล้วมาให้  
ถ้าตัดด้วยจะเสียเงินเพิ่ม....ใช่รึเปล่านะ เรื่องมันนานมาแล้ว
ท่วงท่าของเธอช่างปราณีต อ่อนช้อย และงดงาม 
รูปของพวกเราจะงามเท่าเธอไหมนะ ฉันสงสัย

พวกเราบรรจง เเบ่งรูปใบเล็กๆ
ใส่ในอัลบั้มเล็กๆ  และใส่ในถุงเล็กๆ อีกที   

พวกเราหยิบรูปเดี่ยวของตัวเองออกมา และเลือก ให้กันและกัน
เหมือนเวลาที่ผู้ใหญ่เเลกนามบัตร  
ฉันเลือกรูปที่ฉันดูน่ารักที่สุด มอบให้กับเพื่อนคนที่ฉันรักมากที่สุด 
 
จำได้ว่า ฉัน เขียนชื่อ เบอร์โทรศัพท์ หรือบางทีก็ข้อความ ฝากไว้ให้เพื่อน เผื่อจะได้หยิบมาอ่านยามคิดถึงกัน

เราทุกคน ต้องเลือกแล้วเลือกอีก เพราะรูปที่อัดมา มีจำนวนจำกัด 
เพื่อนบางคนพออัดมาปั๊ป  ก็เเจกหมดปุ๊ป  
ส่วนฉัน เห็นว่าตัวเอง เหลือรูปซ้ำๆเก็บไว้เองเสียเป็นส่วนใหญ่ 
ไม่รู้ว่าตอนนั้นคิดว่าไม่สวย เลยไม่ให้ใคร หรือว่าไม่มีใครขอกันแน่เลยเหลือเพียบขนาดนั้น

รูปถ่ายของเราเป็นความทรงจำที่มีความหมาย และมีค่า                                          เพื่อนทั้งห้องอาจจะได้ดู  แต่ไม่ใช่ทุกคนที่จะได้ไป
ถ้าหากเราพบเพื่อนใหม่ที่ถูกใจ และต้องลาจากกัน เราจะเเลกรูปกัน 
หากเรายังมีเหลือจากการแจกเพื่อนในห้อง

ความน่ารักยิ่งกว่านั้นคือ ถัดจากการเเลกรูปกัน เราอาจจะสนิทกัน จนสามารถจะนัดกันไปถ่ายรูปในสตูดิโอได้  มันคือ การแสดงความไว้ใจ และความสนิทสนมที่มากขึ้นแบบมีประจักษ์พยาน

สมัยนั้นการถ่ายรูปร่วมกันไม่ใช่เรื่องง่าย
การยอมน่าเกลียด เพื่อให้เพื่อนได้รูปที่เขาดูดีไป ก็ไม่ใช่เรื่องที่ทุกคนจะยอมรับได้

แต่มันจะมีเพื่อนแบบนั้น แอบซ่อนอยู่ในรูปใบเก่าของคุณแน่นอน
อาจจะเป็นคุณเองก็ได้ ที่เสียสละอยู่เสมอ 
หรืออาจจะเป็นใครก็ได้ ที่คุณจะพบว่าเรื่องราวนั้นมันนานมากซะจนคุณจำชื่อเพื่อนคนนี้ไม่ได้อีกแล้ว

เราเคยสนิทกันขนาดนั้น ทำไมเราถึงลืมกันไปได้นะ 
แม้ฉันจะจำชื่อ เพื่อนคนนั้นไม่ได้อีกแล้ว จนเหมือนกับว่าไม่เคยจำได้มาก่อน
แต่ฉันก็ยังพอจำเรื่องราวต่างๆ ระหว่างความเป็นเพื่อนของเราได้ 
เหมือนไม่ได้ตั้งใจจะจำ แต่ก็จำได้เองเช่นเดียวกับ บทบูชาครูสองประโยคเเรก

ว่างๆก็ลอง หารูปยุคนั้นมาดูกันนะคะ

รับรองว่า จะยิ้มได้ค่ะ 

-- เสียดายว่า ค้นเจอรูปตอนกลับบ้านต่างจังหวัด คิดว่าใส่กระเป๋ามาแล้ว และจะถ่ายแล้วอัพเป็น cover อวดเสียหน่อย แต่หาไม่เจอ ไว้หาเจอค่อยเอามาแปะละกันเนอะ ^^ --



SHARE

Comments

MyMeena
5 years ago
เรื่องนี้เป็นเรื่องแรกในstorylog ที่ฉันเข้ามาComments ฉันชอบเรื่องนี้นะคะ
Reply
Ploychatara
5 years ago
ขอบคุณมากนะคะ ^^
MyMeena
5 years ago
😀
Chompunut
5 years ago
โหยยย รู้เลยว่าเกิดยุคไหน :-P
Reply
Ploychatara
5 years ago
หว๊ายยยย ยกมือขึ้นทาบอก ฮะๆๆๆ
MyMeena
5 years ago
☺️☺️☺️
PeteHim
5 years ago
เรื่องนี้ทำให้ผมคิดถึงวัยมัธยมต้นเลยครับ แหะๆ
Reply
Ploychatara
5 years ago
มัธยมต้นนนน แสดงว่าเราห่างกันไม่เท่าไหร่เนอะ ^^