หลังจากที่เขาบอกฉันว่า "รัก" (3)
หลังจากผ่านวันเกิดของฉัน นนท์ก็ไม่เคยหายไปเกินวันอีกเลย บนโต๊ะของฉันจะมีขนมหรือดอกไม้รอต้อนรับ พักเที่ยงเขาก็จะมาดักรอข้างล่าง เพื่อไปกินข้าวด้วยกัน ที่ทำงานของนนท์อยู่ห่างจากออฟฟิศฉันไปเพียงหกกิโลเมตร เมื่อถึงเวลาพักเมื่อไหร่ เขาจึงตรงดิ่งมาหาฉันได้ทันที รวมถึงตอนเลิกงาน นนท์ก็คอยไปส่งฉันถึงหน้าคอนโดทุกวัน

ฉันไม่เคยปฏิเสธในสิ่งที่นนท์ทำให้ฉัน ตอนนั้นฉันไม่คิดอะไรมากไปกว่าเพื่อนที่น่าจะกำลังดูใจกันอยู่

จนกระทั่งวันที่เขาชวนฉันไปดูการแข่งขันกีฬาบาสเก็ตบอลที่เขาชื่นชม หลังเกมจบลง เขาเดินนำฉันไปตรงรถที่จอดอยู่ เปิดประตูให้ฉัน ก่อนไปเปิดประตูฝั่งคนขับและนั่งลง ยื่นมือไปกดปุ่มเครื่องเล่น เพลงบรรเลงอย่างช้าๆ ให้จังหวะพระอาทิตย์กำลังตกลับสายตา

“นนท์รักยุ้ยนะ” เขาพูดขึ้นขณะที่มือเราจับกันแน่น

นั่นเป็นครั้งแรกที่หัวใจฉันเต้นแรง แรงกว่าตอนได้นั่งข้างนัทในแถว แก้มแดงกว่าตอนที่เดินเก็บขยะกับสุรพลในตอนเช้า 

เราตกลงเป็นคนรักกัน

“รัก” ที่ฉันเพิ่งเข้าใจความหมาย การได้รักและมีคนรักในเวลาเดียวกันเป็นเรื่องที่ช่างสุขใจเหลือเกิน

ทุกๆ อย่างดำเนินไปอย่างเป็นปรกติ นนท์ไม่เคยขาดตกบกพร่องในฐานะของชายหนุ่มผู้เคียงข้างหญิงสาว จนวันหนึ่งที่จู่ๆ ความเจ็บปวดก็ถาโถมดั่งคลื่นที่โหมซัดโดยไม่ทันตั้งตัว

มีผู้หญิงมาดักรอฉันอยู่ด้านล่างออฟฟิศ “ขอคุยด้วยหน่อย” เธอพูดขึ้นทันทีที่เจอหน้าฉัน เธอมาเพื่อจะบอกว่านนท์ทำเธอท้อง ขอให้ฉันเลิกกับนนท์ ผู้ชายที่เป็นพ่อของลูกในท้องของเธอ

ราวกับนิยายน้ำเน่า ฝนตกลงมาอย่างหนัก และใช่ฉันพาตัวเองออกไปยืนอยู่กลางสายฝน ร้องไห้อย่างบ้าคลั่ง มารู้ตัวอีกทีก็เมื่อสายฝนหยุดลง และพบว่าตัวเองนอนอยู่ในโรงพยาบาล

ส่วนนนท์ เขานั่งอยู่บนเก้าอี้ข้างๆ เตียง

“ขอโทษ” เขาพูดซ้ำไปมาจนฉันไม่สามารถนับจำนวนครั้งได้ ฉันทำได้แค่เบือนหน้าหนี เขาไม่มีคำอธิบายอื่น และนั่นเป็นคำสุดท้ายที่ฉันได้ยินจากปากเขา

และนั่นก็เป็นครั้งสุดท้ายที่เราพบกัน

ฉันนอนนิ่งๆ อยู่ในโรงพยาบาลอย่างนั้นอยู่สามเดือนเต็ม อาการแรกที่เข้ามาพักรักษาตัวคือ ปอดบวม แม้อาการนั้นจะหายดีแล้ว แต่ร่างกายฉันก็ไม่อยากเคลื่อนไหว สมองคล้ายกับหยุดทำงาน ฉันไม่รู้ว่าฉันควรคิดหรือควรเป็นอย่างไร

ความรู้สึกช่างแตกต่างกับตอนที่รู้ว่านัทย้ายโรงเรียน สุรพลคิดกับฉันแค่เพื่อน พี่บอยมีแฟน หรือแม้แต่พี่ตูนกลับไปคืนดีกับแฟนเก่า

มันไม่เหมือนกัน ไม่มีอะไรจะเหมือนกันได้เลย

“ร้องไห้อีกแล้ว” ฉันได้ยินเสียงเตียงข้างๆ พูดอย่างนั้น

ฉันจ้องมองเพดาน แล้วปล่อยให้น้ำตาที่ควบคุมไม่ได้ไหลไปเรื่อยๆ

ตอนนี้ฉันอายุ 29 ที่อยากกลับไปเป็นเพียงหญิงสาวผู้ที่ไม่เคยได้ยินคำว่า "รัก"
จะได้ไม่ต้องเรียนรู้ว่า

แท้จริงแล้วหัวใจ
มีไว้
เพื่อแตกส ล า ย
.
SHARE
Writer
SKYISPINK
Experiencer
แม่ค้าขี้เล่า เธอเป็นแม่ค้าขายเสื้อผ้ามือสอง เธอเป็นนักเขียนฟรีแลนซ์ เธอเป็นลูกสาว พี่สาว น้องสาว และเธออยากมีความรัก

Comments